Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Cardiovascular Dysfunction (((((รักษาด้วยยา VSD ขนาดปานกลางและขนาดใหญ่จะให…
Cardiovascular Dysfunction
โรคหัวใจแต่กำเนิดที่มีรูเปิดระหว่างผนังกั้นหัวใจห้องล่างซ้ายและขวา อาจพบเพียงรูเดียวหรือหลายรู มีขนาดแตงต่างกัน ทำให้เลือดออกจาหัวใจห้องล่างซ้ายที่มีแรงดันสูงกว่าไหลไปสู่หัวใจห้องล่างขวา
สาเหตุ
เกิดจากการสร้างผนังกั้นหัวใจระหว่างห้องล่างซ้ายและขวาล้มเหลว ซึ่งในภาวะปกติเมื่อตัวอ่อนในครรภ์อายุระหว่าง 4-8 สัปดาห์ จะมีการเจริญเติบโตของผนังกั้นหัวใจระหว่างห้องล่างซ้ายและขวา
ระยะแรกเกิด ความต้านทานในหลอดเลือดแดงของปอดยังสูงอยู่ทำให้ความดันในหัวใจห้องล่างใกล้เคียงกัน จึงไม่เกิดการไหลของเลือดผ่านรูรั่วได้น้อย ต่อมาความต้านทานในหลอดเลือดแดงของปอดจะค่อยๆลดลง จากการที่แรงดันห้องล่างซ้ายมีแรงดันมากกว่าห้องล่างขวา เลือดจึงไหลผ่าน VSD จากห้องล่างซ้ายขยายโตตามปริมาณเลือดที่ไหลกลับจาก Pulmonary vein และหัวใจห้องบนซ้ายถ้ารูรั่วมีขนาดใหญ่จะทำให้หัวใจซีกซ้ายทำงานหนัก เกิดภาวะหัวใจวายได้ เมื่อปริมาณเลือดที่ไหลผ่าน Pulmonary atery มาก จะทำให้หลอดเลือดขยายใหญ่ขึ้นด้วยและความดัน Pulmonary artery จะสูงขึ้น ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างขวาหนาตัวขึ้นและขนาดใหญ่ขึ้น
VSD ขนาดเล็ก รูรั่วมีขนาด < 5 มิลลิเมตรหรือสัดส่วนปริมาณการไหลเวียนเลือดผ่านปอดกับปริมาณการไหลของเลือดผ่านร่างกาย เด็กมักไม่มีอาการผิดปกติ อาจตัสเล็กหรือมีน้ำหนักน้อย มีอาการเหนื่อยง่ายเวลาดูดนม หรือติดเชื้อในระบบหายใจได้บ่อย แต่จะไม่มีภาวะหัวใจวาย
VSDขนาดปานกลาง รูรั่วมีขนาด5-10 มิลลิเมตร เด็กโรคหัวใจชนิดนี้พบมากประมาณร้อยละ 50-60 ซึ่งจะแสดงอาการในวัยต่อมา เด็กจะมีอาการเหนื่อยง่ายโดยเฉพาะเวลาดูดนม มีเหงื่อออกมาก ตัวเล็กหรือเลี้ยงไม่โต
VSD ขนาดใหญ่ รูรั่วขนาด > 10 มิลลิเมสตร หรือสัดส่วนปริมาณการไหลเวียนเลือดผ่านปอดกับปริมาณการไลของเลือดผ่านร่างกาย เด็กกลุ่มนี้จะมีอาการเหนื่อยง่ายเวลาดูดนม เหงื่อออกมาก หายใจเร็วมักมีภาวะหัวใจวาย
ซักประวัติ การตั้งครรภ์ของมารดาและประวัติสุขภาพ
การตรวจร่างกาย
การตรวจโดยการทำหัตการ
รักษาด้วยยา VSD ขนาดปานกลางและขนาดใหญ่จะให้ยารักษาหัวใจ ยาขับปัสสาวะ ยาขยายหลอดเลือดและยายั้บยั้งการหดรัดตัว
การรักษาด้วยการผ่าตัด
อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียที่เยื่อหุ้มหัวใจ ลิ้นหัวใจพัลโมนิคตีบ ภาวะแทรกซ้อนภายหลังผ่าตัดอาจพบว่ายังมี VSD ที่ผนังกั้นหัวใจหลงเหลืออยู่และอาจมีการนำไฟฟ้าผิดปกติ หัวใจหยุดเต้น ขาดออกซิเจน
โรคหัวใจที่มีหลอดเลือดแดงเชื่อมระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่และหลอดเลือดแดงพัลโมนารี ซึ่งเป็นทางผ่านของเลือดในขณะที่ทารกอยู่ในครรภ์ไม่ปิดหลังเกิด
ระยะที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดาจะมีแรงดันออกซิเจนในลือดต่ำและระดับโพสตาแกลนดินในกระแสเลือดสูง ทำให้เลือด Dustus arterious เปิดอยู่ตลอดเวลา เมื่อทารกเกิดระดับProstaglandin ลดต่ำลง ทารกเริ่มหายใจสูงขึ้นเป็นผลให้ arteriousปิดในทารกเกิดก่อนกำหนด การเพิ่มแรงดันออกซิเจนในเลือดน้อย จากการที่ทารกหายใจเองได้ไม่ดีภายหลังเกิด Ductus arteriosus
จากการมีภาวะออกซิเจนในเลือดต่ำภายหลังเกิดจากสาเหตุอื่นๆทำให้แรงดันออกซิเจนต่ำด้วย Ductus arteriousus จึงไม่ปิด
มารดาติดเชื้อหัดเยอรมันในระยะ3เดือนแรกของการตั้งครรภ์ เชื้อไวรัส หัดเยอรมันจะไปขัดขวางการสร้าง Ductus arteriosus
Ductus ateriosus มีความยาวประมาณ 1 cm. กว้างน้อยกว่า 1 cm. และมีหูรูดภายหลังเกิดทารกเริ่มหายใจ ทำให้ความดันออกซิเจนสูงขึ้น มีผลทำให้กล้ามเนื้อเรียบของDAเกิดการหดตัว กระบวนการจะเริ่มภายใน 10-15 ชั่วโมงหลังเกิด และจะปิดสนิทเมื่ออายุประมาณ 2-3สัปดาห์ในรายที่ DA ไม่ปิดหลังเกิดทำให้เกิดการเชื่อมต่อระหว่าง Pulmonary artery และ aorta เกิดภาวะ PDAขึ้น เลือดแดงที่ออกจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายจึงปนกับเลือดดำที่ออกจากหัวใจไปปอดและไหลกลับเข้าหัวใจห้องบนและห้องล่างซ้ายมากขึ้นตามไปด้วย หัวใจด้านซ้ายทั้ง2ห้องจึงทำหน้าที่เพิ่มมากขึ้นและขยายออก ถ้าหัวใจไม่สามารถปรับสภาพได้ เลือดจะคั่งอยู่ที่ปอดทำให้ความดันของหัวใจห้องล่างขวามีมากกว่าข้างซ้าย เกิดภาวะหัวใจโตร่วมด้วย
ความรุนแรงของอาการขึ้นอยู่กับขนาดของความผิดปกติที่เกิดขึ้น PDAขนาดเล็ก ผู้ป่วยมักไม่มีอาการ ตรวจพบหัวใจโตเล็กน้อยหรือไม่โต PDAขนาดปานกลาง ผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยง่ายเล็กน้อย มีการติดเชืเอของระบบหายใจบ่อยๆ ตรวจพบ bounding pulse หัวใจซีกซ้ายโต PDAขนาดใหญ่ ผู้ป่วยมีอาการรุนแรงตั้งแต่วัยทารก ตัวเล็ก น้ำหนักน้อย เหนื่อยง่าย
Machinery murmur เป็นลักษณะเฉพาะของโรคหัวใจ PDA คือการเต้นของหัวใจผิดปกติมีเสียงคล้ายฟู
Pluse pressure กว้าง ชีพจรเเต้นแรง จากการที่มีเลือดไหลออกจากหลอดเลือดแดงใหญ่ไปหลอดเลือดแดงของปอด
การซักประวัติ การติดเชื้อหัดเยอรมันของมารดา เบาหวาน ดื่มสุรา ได้รับรังสี
การตรวจร่างกาย พบว่าเด็กผอม มีลักษณะป่วยเรื้อรัง กระดูกอกโป่งออกทางด้านหน้า คลำได้ systolic thrill ที่ supra stema notch
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การรักษาทางยา ในทารกที่ยังไม่มีอาการไม่ต้องให้รักษา แต่ในรายที่มีอาการหัวใจวายการให้ยาIndomethacin
การผ่าตัด
อาจเกิดภาวะหัวใจวาย การติดเชื้อในหลอดเลือดหัวใจและหัวใจ
โรคหัวใจแต่กำเนิดที่มีรูเปิดระหว่างหัวใจห้องบนซ้ายและขวา เลือดไหลจากห้องบซ้ายที่มีแรงดันสูงกว่าไปยังหัวใจห้องบนขวาที่มีแรงดันต่ำกว่า
ASDเกิดตั้งแต่ทารกอยู่่ในครรภ์ ปกติหัวใจห้องบนจะถูกสร้างขึ้นในระหว่างตัวอ่อน มีอายุ 4-6 สัปดาห์ และมีรูเปิดถึงกันที่เรียกว่า Foramen ovale ซึ่งจะเปิดตลอดในช่วงที่ทารกอยู่ในครรภ์มารดา รูเปิดนี้เป็นทางให้เลือดไหลเวียนไปปอด ภายหลังเกิดแรงดันในหัวใจห้องบนซ้ายเพิ่มสูงขึ้น Foramen ovale จึงปิด แต่ถ้าการเจริญเติบโตของผนังกั้นหัวใจห้องบนระหว่างทารกอยู่ในครรภ์
เลือดที่ไหลผ่านหัวใจห้องบนซ้ายไปยังหัวใจห้องบนขวาจะมากน้อยเพียงใดขึ้นอยู่กับความแตกต่างระหว่างหัวใจห้องว้ายและขวาและขาดของASDจากพยาธิสภาพของASDทำให้เลือดไหลจากหัวใจห้องบนซ้ายเข้าสู่หัวใจห้องบนขวาและไหลต่อไปยังหัวใจห้องล่างขวาเป็นผลให้หัวใจห้องบนและล่างขวามีขนาดใหญ่
ASDขนาดเล็ก จะทำให้มีการไหลลัดของเลือดและมีเลือดไปปอดมากขึ้นโดยมีปริมาณการไหลของเลือดผ่านปอดไม่ถึง2เท่าของปริมาณการไหลของเลือดผ่านร่างกาย
ASDขนาดปานกลาง มีเลือดไหลไปปอดมากยิ่งขึ้น มีปริมาณการไหลของเลืิอดผ่านปอดเป็น 2 เท่า ของปริมาณการไหลของเลือดผ่านร่างกาย
ASDขนาดใหญ่ มีเลือดไหลไปปอดมากยิ่งขึ้น มีปริมาณการไหลของเลือดผ่านปอดมากกว่า 2 เท่าของปริมาณการไหลของเลือดผ่านร่างกาย
ซักประวัติ ครอบครัว การตั้งครรภ์ ประวัติการเกิด อาการภายหลังเกิด
ตรวจร่างกายตามระบบ พบเสียงหัวใจผิดปกติ
การตรวจวินิจฉัยด้วยหัตถการต่างๆ
ASDที่เกิดร่วมกับความปกติของลิ้นหัวใจระหว่างหัวใจห้องบนและล่าง มีอาการหัวใจวายร่วมด้วย รักษาโดยการให้ยา Digoxin จำกัดน้ำดื่มและให้ยาขับปัสสาวะ
ASDรักษาโดยวิธีสวนหัวใจใช้ได้ผลดี
รายที่มีความผิดปกติขนาดกลางถึงขนาดใหญ่ต้องทำผ่าตัดทางเดินของเลือดระหว่างหัวใจและปอด และปิดASDด้วยวิธี Dacron การผ่าตัดนิยมทำเมื่อผู้ป่วยอยู่ในวัยก่อนเรียน
หลอดเลือดปอดอุดตันและมีลิ่มเลือดเกิดขึ้น เนื่องจากมีการเพิ่มขึ้นของปริมาณเลือดที่ออกจากปอด
สังเกตและประเมินการทำงานของหัวใจและปอด โดยการตรวจวัดสัญญาณชีพ ฟังเสียงปอด สังเกตลักษณะการหายใจช้าหรือเร็ว
ให้เด็กได้พักผ่อนเพื่อลดการทำงานของหัวใจ
จำกัดจำนวนเกลือในอาการเพื่อป้องกันการคั่งสะสมของโซเดียม
จำกัดจำนวนน้ำที่เข้าสู่ร่างกายปกติจะให้น้ำประมาณ 50-8- เปอเซ็นต์ของปริมาตรน้ำที่ร่างกายต้องการในหนึ่งวัน
รักษาอุณหภูมิร่างกายให้คงที่
ให้ยาตามแผนการรักษา ให้ยาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของการทำงานของกล้ามเนื้อหัวใจเช่น digitalis
โรคหัวใจที่มีอาการเขียว เนื่องจากมีการผสมระหว่างเลือดดำหรือเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนต่ำกับเลือดที่มีปริมาณออกซิเจนสูง เมื่อมีการไหลเวียนเลือดในหัวใจทำให้เกิด right to left shunt เลือดดำที่มีผสมกับเลือดแดงถูกส่งไปเลี้ยงร่างกาย
เกิดจากความล้มเหลวในการเจริญเติบโตของหัวใจตั้งแต่เป็นตัวอ่อนในครรภ์ระยะ 3 เดือนของชีวิต
1 more item...
1 more item...
หลอดเลือดแดงเออร์ตาอยู่ผิดตำแหน่ง(Dextroposition of aortic origin)
1 more item...
เด็กจะไม่แสดงอาการเขียวเมื่อแรกคลอด จนกระทั่งอายุ 3-4 ปี แพทย์ตรวจพบจากการตรวจร่างกายเมื่อผู้ปกครองพาเด็กมาฉีดวัคซีน
เด็กมีอาการเขียวเป็นครั้งคราว
ภาวะAnoxic spells เกิดจากการที่สมองขาดออกซิเจน ทำให้เป็นลม หน้ามืด ชัก หมดสติบ่อยๆ
ภาวะนิ้วปุ้ม (clubbed fingers&toes)
ภาวะ Squatting ผู้ป่วยจะเกิดอาการหายใจลำบาก
ภาวะ Thrombotic strokes เกิดจากภาวะเลือดข้น
ภาพรังสีทรวงอก
คลื่นไฟฟ้าหัวใจ
คลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ
การสวนหัวใจและการฉีดสี
การรักษาทางยา
การผ่าตัด
สมองพิการ เยื่อบุหัวใจอักเสบติดเชื้อ เส้นเลือดในสมองแตก ฝีในสมอง
โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดเขียวที่มีความผิดปกติที่ตำแหน่งของหลอดเลือด โดยมีการกลับที่กันทำให้หลอดเลือดเลือดแดงใหญ่ ออกจากหัวใจห้องล่างขวาหลอดเลือดพัลโมนารีออกจากหัวใจห้องล่างซ้าย
เกิดจากความล้มเหลวของการแบ่งตัวของ Truncus arteriosus ตั้งแต่ในระยะ 8 สัปดาห์แรกของการตั้งครรภ์ สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัดแต่อาจเกิดจาก มารดาติดเชื้อหัดหรือไววรัส ขาดสารอาหาร ดื่มแอลกอฮอล์
1 more item...
1 more item...
การถ่ายภาพรังสีทรวงอก
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ
การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ
การตรวจสวนหัวใจ
การรักษาทางยา ด้วยการให้ Prostaglandin
การรักษาด้วยการผ่าตัด
การเกิดภาวะแทรกซ้อนพบว่าระบบการทำหน้าที่ขอหัวใจห้องล่างขวาผิดปกติหรือมีอาการแสดงของหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ
1 more item...
ประเมินระบบหายใจ ทั้งอัตรา จังหวะ ความสม่ำเสมอ การขยายตัวของปอด ฟังเสียงปอด
ดูแลให้พักผ่อน ลดการทำงานของหัวใจ
หยุดกิจกรรมที่ทำให้เกิดภาวะหมดสติ
ถ้าพบภาวะหมดสติต้องรีบจัดท่า Knee chest ให้แก่ผู้ป่วย
ติดตามผลการตรวจความเป็นกรดด่างของเลือดแดงและความเข้มข้นของออกซิเจนในเลือด
ความหมาย
พยาธิสรีวิทยา
ลักษณะอาการทางคลินิค
โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว
การวินัจฉัยโรค
การรักษา
ภาวะแทรกซ้อน
รูเปิดระหว่างหลอดเลือดแดงเอออร์ต้ากับหลอดเลือดแดงพัลโมนารี (PDA)
ความหมาย
สาเหตุ
พยาธิสรีรวิทยา
ลักษณะอาการทางคลินิค
การวินิจฉัยโรค
การรักษา
ภาวะแทรกซ้อน
รูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องบน (VSD)
ความหมาย
สาเหตุ
พยาธิสรีวิทยา
ลักษณะอาการทางคลินิค
การวินิจฉัยโรค
การรักษา
ภาวะแทรกซ้อน
โรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดเขียว
tetralogy of fallot (TOF)
ความหมาย
สาเหตุ
พยาธิสรีรวิทยา
ลักษณะอาการทางคลินิค
การวินิจฉัยโรค
การรักษา
ภาวะแทรกซ้อน
การสลับที่ระหว่างหลอดเลือดแดงใหญ่กับหลอดเลือดพัลโมนารี่ (TGV)
ความหมาย
รูรั่วที่ผนังกั้นหัวใจห้องงบน Atrial Septal Defect (ASD)
สาเหตุ
พยาธิสรีรวิทยา
ลักษณะอาการทางคลินิค
การวินิจฉัยโรค
การรักษา
ภาวะแทรกซ้อน
การพยาบาลเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดเขียว
การพยาบาลเด็กโรคหัวใจแต่กำเนิดชนิดไม่เขียว
นางสาว รุจารีย์ มงคลเกตุ 61122230016 เลขที่3 ชั้นปีที่2