Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 7 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบเลือด (ไขกระดูก สร้าง 1. Myeloid…
บทที่ 7 การพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาระบบเลือด
ไขกระดูก สร้าง 1. Myeloid เช่น Eos. Baso. Neutro. Mono. เม็ดเลือดแดง เกล็ดเลือด 2. Lymphoid เช่น B-cell และ T -cell
การเจ็บป่วย
Myeloid cell เช่น Eos. Baso. Neutro. Mono. เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว หรือ leukemia
Anemia เม็ดเลือดแดงจำนวนน้อย พิการ Blood loss ขาดธาตุเหล็ก
Bleeding disorder เกล็ดเลือดน้อย Factor ที่ช่วยเลือดแข็งตัวมีน้อย
มะเร็งของต่อมน้ำเหลือง เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกัน ได้แก่ Lymphoma
หน้าท่
Leukemia : Wbc มาก หรือน้อย กว่าปกติ ทำงานไม่ได้
Anemia : สร้าง Rbc น้อย พิการ ขนาด ปกติ ใหญ่ เล็ก
Bleeding : สร้าง Platelet & Factor ได้น้อย
Lymphoma : T-cell , B-cell ทำหน้าที่ไม่ได้
ปัญหาสุขภาพในผู้ป่วยโรคเลือด
เหนื่อยง่าย จาก Hb ไม่เพียงพอในการนำ O2
2.ซีด อ่อนเพลียจากจำนวน Rbc Hbc ลดลง
เลือดออกง่าย จากไขกระดูกสร้าง Platelet และ Factor ต่าง ๆได้ลดลง
4.ภูมิคุ้มกันลดลง ติดเชื้อง่าย จากสร้าง wbc ได้น้อยลง หรือสร้างได้ไม่สมบูรณ์
ความผิดปกติ
ซีดHct < 30 , Pale, Poler
ไข้BT> 37.3 c
ติดเชื้อWbc สูง/ต่ำSeptic work up +
เลือดออกPlatelet < 140,000 , Bleeding
อ่อนเพลียActivity ลดลง
เหนื่อยง่ายHb ต่ำ RR เร็ว O2 sat ต่ำ Activity ลดลง
ANEMIA
ปัจจัย
ไขกระดูกสร้างเม็ดเลือดแดงได้ลดลง
โรคของไขกระดูก Aplastic anemia
ไตวายเรื้อรัง Erythropoeitin ลดลง
ไทรอยด์ทำงานต่ำ
ขาด B12
ขาดธาตุเหล็ก
การอักเสบเรื้อรัง
อาการ
การตรวจวินิจฉัย
LDH ,
Globin,
Bilirubin,
Fe,
Iron,
Reticulocyte count,
CBC
Leukemia
มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเฉียบพลัน (acute leukemia) คือการที่เซลล์ตัวอ่อนของเม็ดเลือดขาวแบ่งตัวอย่างรวดเร็ว อาการของโรคจะเกิดขึ้นอย่างฉับพลันและรุนแรง
มะเร็งเม็ดเลือดขาวชนิดเรื้อรัง (chronic leukemia) คือการที่เซลล์เม็ดเลือดขาวถูกผลิตออกมามากเกินไป ทำให้ผู้ป่วยมีเม็ดเลือดขาวมากกว่าปกติ เนื่องจากความผิดปกติเกิดขึ้นอย่างช้าๆ
ปัจจัย
การได้รับรังสีขนาดสูง เช่น รังสีนิวเคลียร์
การรับเคมีบำบัด เกิดจากการรักษาโรคมะเร็งชนิดอื่นๆ ด้วยตัวยาเคมี
เนื่องจากยาเคมีบำบัดบางกลุ่มอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาวได้
การสัมผัสกับสารเคมีในสิ่งแวดล้อม
เช่น สารเคมีในกลุ่มพวกเบนซีน และยาฆ่าแมลงบางชนิด
โรคทางพันธุกรรม เช่น โรคดาวน์ซินโดรม
อายุ ยิ่งอายุมากขึ้น
โอกาสเกิดมะเร็งเม็ดเลือดขาวก็ยิ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป
ผู้ป่วยโรคไขกระดูกเสื่อม (Myelodysplastic syndrome, MDS)
อาการแสดง
เม็ดเลือดแดงลดลง ผู้ป่วยอาจมีอาการจากภาวะโลหิตจาง
เช่น เหนื่อยง่าย ใจสั่น วิงเวียนศีรษะ
เม็ดเลือดขาวลดลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่ายขึ้น
เกล็ดเลือดลดลง ทำให้มีภาวะเลือดออกง่ายกว่าปกติ
อาจพบจุดเลือดออกหรือจ้ำเลือดตามตัว รวมถึงภาวะเลือดหยุดยาก
กาวินิจฉัย
Bleeding Disorder
อาการ
1.ประวัติเลือดออกนานผิดปกติจากการทำหัตถการ
เช่น จาก การถอนฟัน การคลอด การผ่าตัดเล็กน้อย หรือบาดแผลทั่วไป
2.เลือดออกจากอวัยวะหลายตำแหน่งพร้อมกัน เช่น เลือดกำเดาไหลร่วมกับมีจ้ำเลือดตามตัว
3.ปริมาณเลือดที่ออกไม่ได้สัดส่วนกับความรุนแรง
4.ประวัติเลือดออกมากจนต้องให้เลือดทดแทน
5.ประวัติการมีเลือดออกผิดปกติของสมาชิกในครอบครัว
6.เลือดออกในข้อ (hemarthrosis)
7.เลือดออกโดยไม่มีเหตุนำ (spontaneous bleeding)
8.เลือดออกตามผิวหนัง เช่น petechiae, purpuric spot, ecchymoses
9.เลือดออกไม่หยุด หรือเลือดออกใหม่หลังจากที่เคยหยุดไปแล้ว
สาเหตุ
1.Vascular phase เมื่อหลอดเลือดเกิดการฉีกขาดจะมีการกระตุ้นระบบประสาทให้หลอดเลือดเกิดการหดตัว (blood vessel constriction) เพื่อลดปริมาณเลือดที่ไหลผ่านบริเวณที่มีการฉีกขาด
2.Platelet phase หรือ primary hemostasis เมื่อหลอดเลือดเกิดการฉีกขาด นอกจากหลอดเลือดจะเกิดการหดตัวแล้ว เกล็ดเลือดจะสัมผัสกับ collagen ที่ออกมาจากชั้นใต้เยื่อบุผนังหลอดเลือด (subendothelial layer) ซึ่งกระตุ้นให้เกล็ดเลือดเกิดการเกาะกลุ่มกันเอง หรือเกล็ดเลือดเกาะกลุ่มกันที่ผนังของหลอดเลือด (platelet adhesion) ร่วมกับมีการกระตุ้นการสร้าง thromboxane A2 ซึ่งมีคุณสมบัติเป็น potent vasoconstrictor และ potent proaggregant ทำให้เกิด platelet aggregation ตามมา และในขั้นตอนสุดท้าย จะเกิด platelet plug formation ซึ่งต้องอาศัยปัจจัยการแข็งตัวของเลือด เช่น factor Xa, factor Va มาจับกับเกล็ดเลือดกระตุ้นให้เกิดปฏิกิริยาการแข็งตัวของเลือดต่อไป
3.Coagulation system หรือ secondary hemostasis ซึ่งเป็นพลาสมาโปรตีนที่ไหลเวียนอยู่ในกระแสเลือดที่ทำให้เกิดการแข็งตัวของเลือด ประกอบด้วยพลาสมาโปรตีนทั้งหมดอย่างน้อย 14 ชนิด6-9
ชนิดของภาวะเลือดออกง่าย
ฮีโมฟีเลียเอ และ บี (Hemophilia A and B) ผู้ป่วยจะมีโปรตีนช่วยในการแข็งตัวของเลือดน้อยกว่าปกติ เป็นสาเหตุที่ทำให้เลือดออกในปริมาณมากหรือเลือดออกผิดปกติในข้อ โรคนี้สามารถทำให้เกิดอันตรายต่อชีวิตได้
การขาดโปรตีนช่วยในการแข็งตัวของเลือด ได้แก่ Factor 2, 5, 7, 10 หรือ 12 (Factor II, V, VII, X or XII deficiencies) ซึ่งเป็นภาวะเลือดออกง่ายชนิดหนึ่ง ทำให้ผู้ป่วยมีปัญหาในการแข็งตัวของเลือด และมีเลือดออกผิดปกติ
โรควอนวิลลิแบรนด์ (Von Willebrand's disease) เป็นภาวะเลือดออกง่ายชนิดที่ถ่ายทอดทางพันธุกรรมที่พบได้บ่อยที่สุด เกิดจากร่างกายขาดโปรตีน (แฟคเตอร์) วอนวิลลิแบรนด์ ซึ่งเป็นปัจจัยช่วยในการแข็งตัวของเลือดชนิดหนึ่ง
การวินิจฉัย
โรคหรือสภาวะความเจ็บป่วยที่คุณกำลังเป็นอยู่ในขณะนี้
ยา อาหารเสริม สมุนไพร ที่กำลังใช้อยู่ในขณะนี้
ประวัติการหกล้ม หรือได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ
คุณมีอาการเลือดออกบ่อยครั้งเพียงใด
เลือดออกแต่ละครั้งกินเวลานานเท่าใด
คุณกำลังทำอะไรอยู่ก่อนที่จะเกิดอาการเลือดออก
การรักษาภาวะเลือดออกง่าย
การให้ธาตุเหล็กเสริม : แพทย์อาจสั่งธาตุเหล็กเสริมเพื่อชดเชยปริมาณธาตุเหล็กในร่างกายที่สูญเสียไปในกรณีที่มีเลือดออกมาก เพื่อป้องกันการเกิดภาวะโลหิตจางจากการขาดธาตุเหล็ก (Iron Deficiency Anemia) ซึ่งจะทำให้คุณมีอาการอ่อนเพลีย อ่อนแรง และเวียนศีรษะ
การให้เลือดทดแทน (Blood Transfusion) : เป็นการรับเลือดจากผู้บริจาคเพื่อทดแทนเลือดที่สูญเสียไปจากร่างกาย ซึ่งต้องเป็นเลือดกรุ๊ปที่เข้ากันได้กับผู้รับเท่านั้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อน
การรักษาอื่นๆ : ภาวะเลือดออกบางภาวะ อาจรักษาด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทาบนผิวหนังหรือสเปรย์พ่นทางจมูก ส่วนภาวะเลือดออกชนิดฮีโมฟีเลียจะรักษาด้วยการให้โปรตีนช่วยในการแข็งตัวของเลือดทดแทน ซึ่งจะช่วยป้องกันการเกิดเลือดออกและควบคุมไม่ให้เกิดเลือดออกอย่างรุนแรงได้
Rbc ขนาดปกติ
Rbc มากพอ
-เม็ดเลือดแดงแตก
-เสียเลือด
Rbc น้อย
-ไขกระดูกสร้างน้อย
Aplastic anemia