Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การส่งเสริมสัมพันธภาพ ระหว่างบิดามารดา ทารกในครรภ์และครอบครัว…
การส่งเสริมสัมพันธภาพ ระหว่างบิดามารดา ทารกในครรภ์และครอบครัว
แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวกับความรักใคร่ผูกพัน
การรับรู้หน้าตาและร่างกายของทารก (Visual awareness manifested)
ความสนใจและความผูกพันต่อกัน (Distal contact manifested)
2.1 การจ้องหน้าและประสานตา
2.2 การยิ้ม
2.3 การสื่อภาษา
การสัมผัส โอบอุ้มทารก (Tactile awareness manifiested)
การยอมรับการเป็นบุคคลของทารก (Awareness of the infant’s individuality manifested)
การยอมรับตนเองมากยิ่งขึ้น (An increased sense of personal esteem)ก
ความสำคัญของความรักใคร่ผูกพันระหว่างบิดากับทารก
ผู้ที่ตอบสนองความต้องการของทารกได้ดีที่สุด คือบิดืมารดา ซึ่งการเลี้ยงดูที่ได้รับทั้งความรัก ความอบอุ่น ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์ที่เหมาะสมทารกจะมีการเปลี่ยนแปลงทั้งด้านร่างกาย จิตใจ อารมณ์
ในระยะหลังคลอดเป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดต่อการสร้างความรักใคร่ผูกพันระหว่างบิดา และทารก ทำให้บิดารู้สึกเป็นเจ้าของบุตร (Engrossment) การเลี้ยงดูบุตรของบิดาส่งผลให้เกิดความ 17 ผูกพันแน่นแฟ้นระหว่างบิดาละบุตร (Goodman, 2005)
การพัฒนารูปแบบการสร้างความรักความผูกพัน ในเด็ก (Attachment style) ต้องได้รับการส่งเสริม และพัฒนาความรักความผูกพันตั้งแต่ในช่วง 3 ปี แรกของชีวิต สมองจึงจะพัฒนาได้อย่างปกติ
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความรักใคร่ผูกพันระหว่างบิดากับทารก
1.ปัจจัยทางด้านทารก
สุขภาพของทารก พื้นอารมณ์ของทารกและ เพศทารก
เด็กที่มีสุขภาพดี ไม่มีความเจ็บป่วย ทำห้บิดาสร้างความรักใคร่ผูกพันกับทารกได้ง่ายขึ้น
ในสังคมไทย บุตรเพศหญิง หรือเพศชาย มีความส าคัญต่อบิดาเท่ากัน
ปัจจัยทางด้านบิดา
ได้แก่ อาชีพบิดา ประสบการณ์ในการดูแลบุตร ระดับเศรษฐกิจของ ครอบครัว อายุ การรับรู้ความสามารถของตนเองในการดูแลบุตร ความคาดหวังเพศของบุตรและ สัมพันธภาพระหว่างบิดาและมารดา
ปัจจัยทางด้านสิ่งแวดล้อม สังคมและวัฒนธรรม
ได้แก่การสนับสนุนทางสังคม พบว่า บิดาที่ได้รับการสนับสนุนทางสังคม การมีส่วนร่วมของครอบครัว ให้ความช่วยเหลือ และให้ข้อมูล ต่าง ๆ เกี่ยวกับการเลี้ยงดูบุตร
ทฤษฎีความรักใคร่ผูกพันของ Klaus and Kennell (1982)
การสัมผัส (Touch)
การมองสบตา (Eye-to-eye contact)
การได้ยิน (Voice)
การเคลื่อนไหวตามจังหวะ (Entrainment)
การได้กลิ่น (Odor)
ความอบอุ่นของร่างกาย
อ้างอิง
http://digital_collect.lib.buu.ac.th/dcms/files/53910255/chapter2.pdf
นายอนุชา เร็วไว เลขที่154