Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก (เทคนิคการปรับพฤติกรรม…
การกระตุ้นและส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
ความหมาย
การส่งเสริมพัฒนาการเด็ก (Developmental Promotion) หมายถึง การกระทา หรือการจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมทักษะและความสามารถในการทาหน้าที่ตามพัฒนาการของเด็กที่มีพัฒนาการปกติ
วิธีการส่งเสริมการกระตุ้นพัฒนาการเด็ก
ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่
ด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก
ด้านความเข้าใจและการใช้ภาษา
ด้านการช่วยเหลือตนเอง-สังคม
ด้านประสาทสัมผัส
ด้านการเคลื่อนไหวแขนขาและข้อต่อ
เทคนิคการปรับพฤติกรรม
การปรับพฤติกรรม (Behavior modification) เป็นเทคนิคที่อยู่ในแนวคิดจากหลักการเรียนรู้ (Learning theory) นาไปสู่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้เกิดในทิศทางที่พึงประสงค์
พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ในเด็กเกิดได้อย่างไร
มักจะสัมพันธ์กับสภาวะการณ์ที่มีความยุ่งยากในชีวิต
บิดามารดาไม่มีความคงเส้นคงวาในการอบรมสั่งสอน
ไม่แน่นอนในการเอาใจใส่และการทาโทษ
เทคนิคการปรับพฤติกรรมในเด็ก
เทคนิคการปรับพฤติกรรมในเด็ก มี 3 รูปแบบ คือ
เพิ่มพฤติกรรม (Increasing behavior)
สร้างพฤติกรรม (Teaching behavior)
ลดพฤติกรรม (Reducing or Eliminating behavior)
หลักการเสริมแรง
กาหนดเงื่อนไขว่าจะให้แรงเสริมชนิดใดกับพฤติกรรมอะไร
ให้เสริมแรง สม่าเสมอ ทันทีเมื่อต้องการสร้าง หรือเพิ่มพฤติกรรม เช่น เมื่อเด็กทาถูกต้อง ให้ชมทุกครั้ง
ให้ปริมาณการเสริมแรงที่พอเหมาะ เพื่อไม่ให้ตัวเสริมแรงหมดสภาพ
เลือกตัวเสริมแรงที่เหมาะสมกับความต้องการของเด็กและมีความหลากหลาย
หลักการลงโทษ
ก่อนจะใช้วิธีลงโทษ ควรประเมินว่าอาการไม่พึงประสงค์มีผลต่อการกระทาชนิดใด และอยู่ในสถานการณ์ใด
ถ้าประเมินแล้วว่าอาการไม่พึงประสงค์ ควรได้รับการลงโทษ ควรเลือกใช้เทคนิคที่มีความรุนแรงน้อยที่สุด
ควรใช้การลงโทษควบคู่กับการเสริมแรงพฤติกรรมที่เหมาะสม จะช่วยให้การลงโทษมีประสิทธิภาพมากขึ้น
การลงโทษ ต้องให้ทันทีและทุกครั้งที่มีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม
บิดามารดา หรือ ผู้ดูแล ควรมีลักษณะ ดังนี้
ต้องกระทาด้วยความสม่าเสมอ ข้อห้ามใดๆต้องนามาปฏิบัติเป็นประจา ไม่ใช่ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของผู้ใหญ่
ต้องปฏิบัติด้วยท่าทีที่หนักแน่น จริงจัง และเด็ดขาด
ปฎิบัติต่อเด็กโดยใช้การกระทามากกว่าคาพูด
ชมเชยพฤติกรรมที่ดีมากกว่าจัดการพฤติกรรมไม่ดี
ไม่ควรขัดแย้งกันต่อหน้าเด็ก ต้องมีความเห็นตรงกันในการใช้เทคนิคนั้นๆ
ส่งเสริมกระตุ้นพัฒนาการเด็ก
อายุ 6 – 12 เดือน
การส่งเสริมกระตุ้น,กิจกรรมและของเล่น
เหนี่ยวแขนเด็กขึ้นยืนในขณะที่นั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ยๆ
วางของเล่นไว้บนเก้าอี้เตี้ยๆ หรือโต๊ะเตี้ยๆ เพื่อกระตุ้นให้เด็กลุกขึ้นยืน และเกาะเดินไปหยิบ
พัฒนาการของเด็กปกติ
ยืนเกาะเก้าอี้หรือโต๊ะ
ยันขายืนรับน้าหนักตัวเองเมื่ออุ้มขึ้นในท่ายืน
อายุ 1 – 2 ปี
พัฒนาการของเด็กปกติ
เดินได้ดี
กระโดด 2 ขา อยู่กับที่ได้
การส่งเสริมกระตุ้น,กิจกรรมและของเล่น
ฝึกให้ทรงตัวด้วยบั้นเอว และเข่าโดยให้นั่งบนเก้าอี้ที่มีที่ท้าวแขน
หัดให้คลานขึ้นบันได จนกระทั่งเดินขึ้นโดยเกาะราวบันได
อายุแรกเกิด – 6 เดือน
พัฒนาการของเด็กปกติ
นอนคว่ายกอกขึ้นโดยใช้แขนพยุง
กลิ้งคว่ายกอกขึ้นโดยใช้แขนพยุง
การส่งเสริมกระตุ้น,กิจกรรมและของเล่น
ขณะอุ้มขึ้น จับเด็กโยกและแกว่งตัวบ้างบางครั้ง
อุ้มชูให้บ่อยครั้ง เท่าที่สามารถทาได้
อายุ 2 – 4 ปี
พัฒนาการของเด็กปกติ
จับลูกบอลขณะกระดอนขึ้นจากพื้น
เดินปลายเท้าจรดส้นเท้าได้
การส่งเสริมกระตุ้น,กิจกรรมและของเล่น
เข็นหรือลากของเล่นขนาดใหญ่แต่น้าหนักเบา
เล่นเกมที่มีการกระโดด วิ่ง กระโดดขาเดียว
แนวคิดในการส่งเสริมพัฒนาการเด็ก
พันธุกรรม เป็นตัวกาหนดศักยภาพของร่างกายและสติปัญญา
สิ่งแวดล้อม เป็นตัวพัฒนาเสริมแต่งหรือบั่นทอนศักยภาพที่ได้มา
สติปัญญา ได้รับอิทธิพลจากพันธุกรรม แต่ถ้าขาดการกระตุ้นจากสิ่งแวดล้อม ที่ไม่เหมาะสม จะทาให้ สติปัญญา พัฒนาไม่เต็มที่
การกระตุ้นทารก
การกระตุ้นประสาทสัมผัสทางกายของทารก
การกระตุ้นประสาทการมองเห็นของทารก
การกระตุ้นประสาทการได้ยิน
การกระตุ้นประสาทการได้กลิ่น
การกระตุ้นประสาทการรับรส
การกระตุ้นการเคลื่อนไหวแขนขาและข้อต่อ
การนวดสัมผัสทารก
นวดแขน
ท่ารถเมล์จอดป้าย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆบริเวณกล้ามเนื้อแขนและมือ และกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตจากปลายแขนกลับสู่หัวใจ
ท่ารถเมล์จอดป้าย ช่วยผ่อนคลายความตึงเครียดต่างๆบริเวณกล้ามเนื้อแขนและมือ และกระตุ้นระบบการไหลเวียนโลหิตจากปลายแขนกลับสู่หัวใจ
นวดท้อง (ท่า I Love You)
ท่า LOVE : ใช้ฝ่ามือลูบเป็นตัว L กลับหัวบริเวณท้อง โดยเริ่มลากมือจากซ้ายไปขวาตามแนวนอนถึงใต้ชายโครงซ้าย แล้วลากลงตรงๆถึงบริเวณท้องน้อย
ท่า YOU : ใช้ฝ่ามือลูบบริเวณท้องเป็นรูปตัวยูคว่า โดยเริ่มจากขวาของเด็กไปซ้าย
ท่า I : ใช้ฝ่ามือลูบเป็นเส้นตรงจากใต้ราวนมด้านซ้ายถึงบริเวณท้องน้อยเป็นตัว I (ด้านขวาของผู้นวด)
นวดอก
ท่าเปิดหนังสือ ช่วยเสริมจังหวะการทางานของปอดและหัวใจให้ดีขึ้น ช่วยให้เด็กหายใจได้อย่างปลอดโปร่ง
นวดขา
ท่าคลึงไปมา ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างกลิ้งขาลูกไปมา โดยเริ่มจากหัวเข่าไปยังข้อเท้า แล้วกลิ้งลง (ทา 5 ครั้ง) เสร็จแล้วทาอีกข้างเช่นเดียวกัน
ท่าบีบนวดไปรอบๆ นวดขาลูกทีละข้าง โดยจับขายกขึ้นใช้มืออีกข้างหนึ่งจับรอบขานวดคลึงเป็นวงกลม
นวดบริเวณศีรษะ และหน้า
ท่าที่คาดผม ขั้นตอนง่ายๆ คือ จัดท่าให้เด็กนอนหงาย วางฝ่ามือทั้งสองบนศีรษะ ใช้นิ้วประสานกันเล็กน้อยตรงแนวกึ่งกลางของศีรษะจากนั้นลูบลงไปจนถึงปลายคาง
ท่ายิ้มแฉ่ง ช่วยกระตุ้นการกิน การดูดกลืนของทารก และยังช่วยบรรเทาความเจ็บปวดในช่วงที่ฟันกาลังเริ่มขึ้น
นวดหลัง
ท่าเดินหน้า ถอยหลัง จับเด็กนอนคว่า ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างลูบตามขวางไปตามแผ่นหลังของเด็ก โดยทาสลับมือซ้าย-ขวา พร้อมๆ กัน