Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ และ พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน (…
พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๕๐ และ พระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน ( ฉบับบที่ ๒)
หมวด ๑
คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
มาตรา ๑๒ ให้นํากฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับกับการประชุม และการวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการด้วยโดยอนุโลม
มาตรา ๑๑ ในกรณีที่กรรมการตามมาตรา ๘ (๓) (๔) หรือ hนจากตําแหน่งก่อนครบวาระ ให้ดําเนินการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่โดยเร็ว
มาตรา ๑๓ ให้คณะกรรมการมีอํานาจหน้าที่
มาตรา ๑๐ นอกจากการพ้นจากตําแหน่งตามวาระตามมาตรา ๙
มาตรา ๑๔ ให้มีสํานักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนในสํานักงานปลัดกระทรวง ศึกษาธิการ มีเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เป็นผู้บังคับบัญชา
มาตรา ๙ ให้ กรรมการตามมาตรา ๘ (๓) (๔) และ (๕) มีวาระอยู่ในตําแหน่งคราวละสามปีและอาจได้รับแต่งตั้งอีกได้แต่จะดํารงตําแหน่งติดต่อกันเกินสองวาระมิได้
มาตรา ๑๕ เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมการจัดการศึกษาเอกชน ในจังหวัดหนึ่งนอกจาก กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
มาตรา ๑๖ สํานักงานเขตพื้นที่การศึกษาใดมีกลุ่มส่งเสริมสถานศึกษาเอกชนตามมาตรา ๑๕ ให้คณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษานั้นมีกรรมการเพิ่มขึ้นอีกสองคน โดยเป็นผู้แทนผู้รับใบอนุญาต หนึ่งคนและผู้แทนครูหนึ่งคน
มาตรา ๘ ให้มีคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
หมวด ๒
โรงเรียนในระบบ
ส่วนที่ ๕
การสงเคราะห์
:
มาตรา ๕๔ ให้มีกองทุนสงเคราะห์เป็นนิติบุคคล มีวัตถุประสงค์เพื่อสงเคราะห์ผู้อํานวยการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา
มาตรา ๕๕ กองทุนสงเคราะห์ประกอบด้วยเงินและทรัพย์สิน
มาตรา ๕๖ ดอกผลของเงินและทรัพย์สินของกองทุนสงเคราะห์ตามมาตรา ๕๕ ให้คํานวณแยกตามสัดส่วนของเงินกองทุนสงเคราะห์
มาตรา ๕๗ ให้กองทุนสงเคราะห์มีสํานักงานใหญ่ ณ สถานที่ที่รัฐมนตรีประกาศกําหนด ในราชกิจจานุเบกษา มาตรา ๕๘ กิจการของกองทุนสงเคราะห์ไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าดhวยการคุมครองแรงงาน และกฎหมายว่าด้วยแรงงานสัมพันธ์
มาตรา ๕๙ ให้กองทุนสงเคราะห์มีอํานาจกระทํากิจการต่าง ๆ ภายในขอบแห่งวัตถุประสงค์ตามมาตรา ๕๔
ส่วนที่ ๔
กองทุน
มาตรา ๔๙ ให้มีกองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบขึ้นในกระทรวงศึกษาธิการโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นทุนหมุนเวียนสําหรับการให้กู้ยืมเงินแก่โรงเรียนในระบบ
มาตรา ๕๓ การรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน การเก็บรักษาเงิน และการบริหารกองทุน ให้เป็นไปตาม ระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา ๕๐ เงินของกองทุนที่รับโอนมาตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง (๑) ให้แยกบัญชีไว้เป็นการเฉพาะ เพื่อประโยชน์ในการสงเคราะห์สําหรับโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามภาคใต้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา ๕๒ ในกรณีมีความจําเป็นเพื่อประโยชน์ในการจัดการศึกษาโรงเรียนในระบบมีสิทธิ
มาตรา ๕๑ เงินกองทุนที่ได้รับตามมาตรา ๔๙ วรรคสอง (๔) ถ้าโรงเรียนในระบบที่ส่งเงิน นั้นเลิกกิจการ เมื่อได้ หักหนี้สินที่โรงเรียนในระบบดังกล่าวค้างชําระกองทุนแล้วให้คืนให้แก่โรงเรียนในระบบนั้น
ส่วนที่ ๓
การอุดหนุนและส่งเสริม
มาตรา ๔๘ รัฐพึงให้การอุดหนุนและส่งเสริมโรงเรียนในระบบนอกเหนือจากเงินอุดหนุน ตามมาตรา ๓๕
ส่วนที่ ๘ จรรยา มรรยาท วินัย และหน้าที่
มาตรา ๑๐๕ ผู้รับใบอนุญาต ผู้อำนวยการ ผู้บริหาร ผู้จัดการ ครู และบุคลากรทางการศึกษา ที่ไม่อยู่ในบังคับของกฎหมายว่าด้วยสภาครูและบุคลากรทางการศึกษาให้ มีจรรยา มรรยาท วินัย และ หน้าที่ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
ส่วนที่ ๙ การโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ
มาตรา ๑๐๖ ผู้รับใบอนุญาตผู้ใดประสงค์จะโอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบให้ บุคคลอื่น ให้ ยื่นคําขอต่อผู้อนุญาตตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการกําหนด
ส่วนที่ ๗ การกํากับดูแล
มาตรา ๑๐๑ ค่าใช้จ่ายในการดําเนินกิจการระหว่างการควบคุมโรงเรียนในระบบรวมทั้งเงิน ค่าตอบแทนในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบ
มาตรา ๑๐๒ เมื่อคณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบเห็นว่าโรงเรียนในระบบที่ถูกควบคุม ไม่สมควรดําเนินกิจการต่อไปไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้รายงานผู้อนุญาตเพื่อพิจารณาสั่งการต่อไป
มาตรา ๑๐๓ เมื่อผู้อนุญาตด้รับรายงานตามมาตรา ๑๐๒ แล้ว ให้ผู้อนุญาตมีอํานาจสั่งให้คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบดําเนินการควบคุมต่อไปตามเวลาที่กําหนดหรือจะสั่งเพิกถอน ใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบก็ได้
มาตรา ๑๐๔ ในการปฏิบัติหน้าที่ ให้คณะกรรมการควบคุมโรงเรียนในระบบเป็นเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา และมีอํานาจเช่นเดียวกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามมาตรา ๑๒๘
ส่วนที่ ๒
ทรัพย์สินและบัญชี
มาตรา ๔๔ ให้โรงเรียนในระบบจัดให้มีกองทุนสํารอง และจะจัดให้มีกองทุนอื่นตามวัตถุประสงค์ที่กําหนดไว้โดยเฉพาะตามที่คณะกรรมการบริหารกําหนดด้วยก็ได
มาตรา ๔๕ ผลกําไรที่ได้จากการดําเนินกิจการของโรงเรียนในระบบในแต่ละปีให้คณะกรรมการ
มาตรา ๔๗ ให้คณะกรรมการบริหารดําเนินการให้มีการตรวจสอบบัญชีของโรงเรียนในระบบ เพื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นต้องบการเงินของโรงเรียนในระบบภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้น รอบปีบัญชี
มาตรา ๔๖ ให้ผู้จัดการเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดวางระบบและจัดทําบัญชีของโรงเรียนในระบบ ให้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีตามกฎหมายว่าด้วยการบัญชี
ส่วนที่ ๑๑
การอุทธรณ์
มาตรา ๑๑๘ ผู้ซึ่งต้องปฏิบัติตามคําสั่งหรือได้รับผลกระทบจากคําสั่งของผู้อนุญาตผู้ใดไม่พอใจในคําสั่งดังกล่าว ให้มีสิทธิยื่นอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ได้ภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งคําสั่งจากผู้อนุญาตหรือวันที่ทราบคําสั่ง แล้วแต่กรณี คําวินิฉัยของคณะกรรมการวินิจฉัยอุทธรณ์ให้เป็นที่สุด
มาตรา ๑๑๙ การยื่นอุทธรณ์การรับอุทธรณ์วิธีพิจารณาอุทธรณ์และกําหนดเวลาพิจารณา อุทธรณ์ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
ส่วนที่ ๑
การจัดตั้งและเปิดดําเนินการ
มาตรา ๑๙ ตราสารจัดตั้งตามมาตรา ๑๘ วรรคสองอย่างน้อยต้องมีรายการ
ชื่อ ประเภท ระดับ ของโรงเรียนในระบบ
รายละเอียดเกี่ยวกับที่ดิน ที่ตั้ง และแผนผังแสดงบริเวณและอาคารของโรงเรียนในระบบ
วัตถุประสงค์
เงินทุนและทรัพย์สินที่ใช้ในการจัดตั้ง
รายการอื่นตามที่กําหนดในพระราชบัญญัตินี้และที่กําหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๒๐ รายละเอียดเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียนในระบบตามมาตรา ๑๘
มาตรา ๑๘ การจัดตั้งโรงเรียนในระบบต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต
มาตรา ๒๑ ผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบที่เป็นบุคคลธรรมดาตhองมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้า
มาตรา ๑๗ ประเภทและระดับของโรงเรียนในระบบ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๒๒ ผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบที่เป็นนิติบุคคลต้องมีคุณสมบัติ และไมมีลักษณะต้องห้าม
มาตรา ๒๓ ผู้ขอรับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบต้องมีหลักฐานแสดงได้ว่าเมื่อได้รับ อนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบแล้ว
มาตรา ๒๔ เมื่อได้รับใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบแล้ว ให้โรงเรียนในระบบเป็นนิติบุคคล นับแต่วันที่ได้รับใบอนุญาต และให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้แทนของนิติบุคคล
มาตรา ๒๕ เมื่อโรงเรียนในระบบเป็นนิติบุคคลตามมาตรา ๒๔ แล้ว ให้ ผู้รับใบอนุญาต
มาตรา ๔๓ เอกสารที่โรงเรียนในระบบต้องจัดทําตามพระราชบัญญัตินี้ให้จัดทําเป็นภาษาไทย
สjวนที่ ๑๐
การเลิกกิจการและการชําระบัญชี
มาตรา ๑๑๔ ในกรณีที่ผู้รับใบอนุญาตหรือทายาท แล้วแต่กรณี ไม่ประสงค์จะดําเนินกิจการ โรงเรียนในระบบต่อไป ให้ยื่นคําขอเลิกกิจการโรงเรียนในระบบพร้อมด้วยเหตุผลต่อผู้อนุญาตล่วงหน้า ไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนสิ้นปีการศึกษา
มาตรา ๑๑๓ โรงเรียนในระบบเลิกกิจการ
ผู้รับใบอนุญาตหรือทายาท แล้วแต่กรณี ได้รับอนุญาตให้เลิกกิจการโรงเรียนในระบบ
ผู้รับใบอนุญาตถูกเพิกถอนใบอนุญาตให้จัดตั้งโรงเรียนในระบบ
ส่วนที่ ๖ การคุ้มครองการทํางาน
มาตรา ๘๖ กิจการของโรงเรียนในระบบไม่อยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครอง
หมวด ๓
โรงเรียนนอกระบบ
มาตรา ๑๒๔ คณะกรรมการจะกําหนดให้โรงเรียนนอกระบบบางประเภทหรือบางขนาดที่ ผู้บริหารต้องจัดทํารายงานแสดงกิจการและงบการเงินของโรงเรียนนอกระบบเสนอต่อผู้อนุญาตทุกปีตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนดก็ได้
มาตรา ๑๒๓ ให้โรงเรียนนอกระบบจัดให้มีครูหรือผู้สอนซึ่งมีคุณสมบัติเหมาะสมกับ หลกสั ูตรและมีจํานวนที่เหมาะสมกับนักเรียน ตามระเบียบที่คณะกรรมการกําหนด
มาตรา ๑๒๐ การจัดตั้งโรงเรียนนอกระบบ ต้องได้รับใบอนุญาตจากผู้อนุญาต ประเภทและลักษณะของโรงเรียนนอกระบบ รวมทั้งการจัดการเรียนการสอนและหลักสูตร ของโรงเรียนนอกระบบ ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกําหนดโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา
หมวด ๔ พนักงานเจ้าหน้าที่
มาตรา ๑๒๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอํานาจเข้า ไปในโรงเรียนในระหว่างเวลาทําการ และมีหนังสือเรียกผูู้ซึ่งเกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคํา ส่งเอกสาร หรือวัตถุ ที่เกี่ยวข้องเพื่อประกอบการพิจารณา การเข้าไปในโรงเรียน
มาตรา ๑๒๙ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้ พนักงานเจ้าหน้าที่และกรรมการ วินิจฉัยอุทธรณ์ตามมาตรา ๑๑๗ เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา
หมวด ๕ บทกําหนดโทษ
มาตรา ๑๓๐ ผู้ใดจัดตั้งโรงเรียนในระบบโดยไม้ได้รับใบอนุญาตตามมาตรา ๑๘ ต้องระวางโทษ จําคุกไม่เกินหนึ่งปีหรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ
มาตรา ๑๓๑ ผู้ใดไม่ปฏิบัติตามมาตรา ๑๙ วรรคสาม มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง หรือมาตรา ๒๘ ต่องระวางโทษปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท
มาตรา ๑๓๒ โรงเรียนในระบบใดจัดการเรียนการสอนผิดไปจากรายละเอียดที่ระบุไว้ตาม มาตรา ๒๐ (๒) หรือเรียกเก็บค่าธรรมเนียมผิดไปจากอัตราที่ระบุไว้ตามมาตรา ๒๐ (๓) หรือไม่ ปฏิบัติตามมาตรา ๒๐ วรรคสอง ต้องระวางโทษปรับไม้เกินหนึ่งหมื่นบาท
บทเฉพาะกาล
มาตรา ๑๖๔ ผู้ซึ่งขอรับใบอนุญาตให้ จัดตั้งโรงเรียนก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้ บังคับ ให้ ดําเนินการต่อไปจนกว่าจะแล้วเสร็จ โดยให้ถือว่าเป็นการดําเนินการตามพระราชบัญญัตินี้ ทั้งนี้ ต้องดําเนินการให้ แล้วเสร ็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๖๕ บรรดาคําร้องใดที่ได้ ยื่นไว้ก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้ดําเนินการ ต่อไปตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ จนกว่าจะแล้วเสร็จ ทั้งนี้ ต้องดําเนินการให้ แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับ
มาตรา ๑๖๓ ให้ครูใหญ่และครูซึ่งมีสิทธิได่รับเงินทุนเลี้ยงชีพประเภท ๒ เมื่อออกจากงาน ตามพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ ยังคงมีสิทธิได่รับเงินทุนเลี้ยงชีพประเภท ๒ และ ได้รับส้ทธิประโยชน์เช่นเดิมต่อไปตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๑๖๖ ในระหว่างที่ยังมิได้ออกกฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศเพื่อปฏิบัติการ ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้นํากฎกระทรวง ระเบียบ และประกาศที่ออกตามพระราชบัญญัติโรงเรียน เอกชน พ.ศ. ๒๕๒๕ มาใช้บังคับโดยอนุโลม เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับพระราชบัญญัตินี้