Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ANC 860195032-696x385 (Problem list (มีภาวะเครียด (11 คะแนน)…
ANC
-
-
การตรวจครรภ์
วันที่ตรวจ 9/03/2563
-
-
ท่าเด็ก : vertex presentation , HF
-
-
Problem list
มีภาวะซีด จาก Hb = 10.4
-
การพยาบาล
ฝ้าระวังการติดเชื้อ เช่น การติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
ให้การดูแลช่องปากและรักษาฟันผุ หลีกเลี่ยงการรับเชื้อจากผู้อื่น
และระวังการติดเชื้อจากการรับเลือด
เฝ้าระวังภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรม เช่น
การคลอดก่อนกำหนด ความดันโลหิตสูง การตกเลือดหลังคลอด
กำหนดเวลาคลอดและวิธีคลอด พยายามให้คลอดทางช่องคลอด
ยกเว้น มีข้อบ่งชี้จึงผ่าตัดทำคลอด
ตรวจคัดกรองหรือค้นหาภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยเมื่อตั้งครรภ์ ได้แก่ คัดกรองโรคเบาหวาน (glucose tolerance test) การประเมินการทำงานของหัวใจด้วยคลื่นเสียงสะท้อน ในรายที่ตัดม้ามหรือได้รับเลือดไม่สม่ำเสมอจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดลิ่มเลือดอุดตัน จึงควรพิจารณาให้ยาต้านเลือดแข็งตัวหลังคลอด
-
มีภาวะเครียด (11 คะแนน)
แบบประเมินความเครียด = 11 คน ( 8 คะแนนขึ้นไป หมายถึง มีความเครียดสูงในระดับที่อาจส่งผลต่อรา่างกาย เช่น ปวดหัว ปวดหลัง นอนไม่หลับ ควรขอรับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์
Pathologic : เมื่อคุณแม่ตั้งครรภ์เกิดความเครียดสะสม ร่างกายจะหลั่งสารเคมีและฮอร์โมนแห่งความเครียดออกมา (สารอะดรีนาลิน) แต่เมื่อคุณแม่มีอารมณ์ดีร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนแห่งความสุข (สารเอ็นโดรฟิน) ซึ่งทารกในครรภ์จะสามารถรับรู้อารมณ์และความรู้สึกต่างๆ ของคุณแม่ได้จากสารเคมีที่หลั่งออกมาในกระแสเลือด โดยในขณะที่ร่างกายหลั่งสารอะดรีนาลิน จะทำให้เส้นเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูกและรกเกิดการหดตัว vasoconstric จึงทำให้ปริมาณออกซิเจนที่ส่งไปยังทารกในครรภ์ลดน้อยลง จึงทำให้
ทารกเจริญเติบโตช้าIntrauterine fetal growth restriction
มีโอกาสติดเชื้อในครรภ์สูง มีภาวะเสี่ยงต่อการแท้ง
และส่งผลให้ทารกหลังคลอดมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำกว่าเกณณฑ์
มีปัญหาด้านสุขภาพ
มีพัฒนาการช้า ส่งผลให้มีปัญหาด้านการเรียนรู้
ปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อมรอบตัวได้ยาก
อีกทั้งยังทำให้มีปัญหาทางด้านอารมณ์ เช่น เป็นเด็กขี้แย, ขี้ตกใจ, โมโหง่าย, ร้องไห้เก่ง. กลายเป็นเด็กเลี้ยงยาก
และอาจทำให้เด็กมีภาวะซึมเศร้า
การลดความเครียด
-คุณแม่ตั้งครรภภ์จะต้องทำความเข้าใจอารมณ์ความรู้สึก
ของตัวเองที่ต้องพบในช่วงตั้งครรภ์ เพื่อเตรียมความพร้อมและสามารถรับมือกับสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้
-เมื่อเริ่มเครียดอย่าปล่อยให้ความเครียดสะสมนานๆ ควรผ่อนความคลายเครียดด้วยการทำสิ่งต่างๆ ที่ช่วยให้อารมณ์ดีขึ้น เช่น
-เดินเล่นเปิดหูเปิดตา
-พูดคุยกับเพื่อน และครอบครัว
-ผ่อนคลายกับสิ่งที่ว่าง เช่น ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมส์ อ่านหนังสือ
-นึกถึงลูกในครรภ์ ความเครียดและความกังวลจะผ่อนคลายลง เมื่อแม่นึกถึงลูกในครรภ์ ได้ลูบท้อง พูดคุยกับบุตรในครรภ์
-ปล่อยวาง การนั่งสมาธิ ฝึกหายใจให้ถูกวิธี เมื่อคุณแม่ฝึกนั่งสมาธิ บุตรในครรภ์จะได้ความสงบและสบายใจซึ่งส่งผลถึงพัฒนาการด้านสมองและจิตใจ
เลือดออกตามไรฟัน
-
pathologic : ช่วงตั้งครรภ์จะมี blood volume เพิ่มมากขึ้น เลือดจึงไปหล่อเลี้ยงเหงือกมากกว่าปกติ เหงือกและเนื้อเยื่ออ่อนต่างๆที่รองรับฟันเกิดความอ่อนแซึ่งเกิดได้หลายสาเหตุทั้งแปรงฟันรุนแรง ใช้ไหมขัดฟันรุนแรง จนอาจทำให้เหงือกบวมเป็นแผล ติดเชื้อได้หรือสาเหตุจากมีหินปูนตามขอบเหงือก
การพยาบาล
- หลังรับประทานอาหาร ควรบ้วนปากทุกครั้ง เพื่อลดคราบเศษอาหารและน้ำย่อยจากกระเพาะอาหาร
- ใช้ไหมขัดฟัน เพื่อช่วยกำจัดเศษอาหารตกค้างเป็นประจำทุกวัน บริเวณซอกฟันการแปรงฟันไม่สามารถทำได้ทั่วถึง ไหมขัดฟันจึงเป็นตัวช่วยที่ดีในการทำความสะอาดซอกฟัน
- คุณแม่ที่หิวบ่อยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่หวานจัด เปรี้ยวจัด เปลี่ยนมากินผักและผลไม้สดแทน ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพฟัน
- พยายามรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสมาก ๆ เช่น นม ไข่ ปลาเล็กปลาน้อย เพื่อให้ฟันแข็งแรง
5.เปลี่ยนแปรงสีฟัน ให้ใช้แปรงสีฟันที่ขนอ่อนนุ่ม และแปรงฟันด้วยความนุ่มนวล ค่อยๆแปรงฟัน ไม่ออกแรงมาก
6.ไปพบทัตแพทย์ เพื่อตรวจสุขภาพช่องปาก และการขูดหินปูน สามารถทำได้ โดยเฉพาะช่วงไตรมาส 2 เพราะจะไม่เป็นอันตรายต่อบุตรในครรภ์
pitting edema +1
pathologic : ในคุณแม่ตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมน estrogen เพิ่มมากขึ้น และปริมาณเลือดไหลเวียนเพิ่มมากขึ้น (blood volume) รวมถึงมดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นไปกดทับหลอดลือดดำใหญ่ (IVC) ซึ่งเป็นหลอดดเลือดที่ลำเลียงเลือดกลับเข้าสู่หัวใจ ทำให้ปริมาณเลือดไหลกลับได้ไม่ดี คั่งอยู่ในส่วนล่างของร่างกาย รวมถึงในคุณแม่ตั้งครรภ์มี protein ลดลง / albumin ลดลง น้ำจึง leak ออกนอกเซลล์ ทำให้เกิดภาวะบวมขึ้น
การพยาบาล
1ลดการบริโภคโซเดียม น้ำตาล ไขมันทรานส์ และคาร์โบไฮเดรต เพราะจะทำให้ของเหลวส่วนเกินคั่งค้างอยู่ในร่างกาย
2.ดื่มน้ำเปล่าให้มากๆ เพื่อให้ร่างกายมีน้ำเพียงพอ ช่วยลดอาการบวมน้ำและภาวะขาดน้ำระหว่างตั้งครรภ์
3.หลีกเลี่ยงการอยู่กลางแจ้งในช่วงที่อากาศร้อนจัด
4.หากต้องยืนนานๆ ไม่ควรอยู่ในท่าเดิมตลอด ควรเหยียดแข้งเหยียดขา หรือเปลี่ยนท่าบ้าง
5.งดนั่งไขว้ห้าง นั่งพับเพียบ นั่งขัดสมาธิ หรือนั่งทับข้อเท้า
6.สวมรองเท้าที่สบายเท้า หลีกเลี่ยงการสวมรองเท้าส้นสูง หรือรองเท้าที่มีสายรัดแน่นเกินไป
7.สวมเสื้อผ้าหลวมๆ ที่ไม่รัดบริเวณข้อมือ ข้อศอก ข้อเท้าและน่อง
8.นอนตะแคงซ้าย เพื่อให้เลือดไหลกลับเข้าสู่หัวใจได้สะดวกขึ้น หรือนอนยกขาสูงโดยอาจใช้หมอนรองใต้ขาเพื่อช่วยลดอาการบวม
9.ออกกำลังกายเบาๆ เป็นประจำ เช่น เดิน ว่ายน้ำ แอโรบิกในน้ำ เพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น
10.ออกกำลังกายบริหารเท้าง่ายๆ เช่น ยืดเหยียดเท้าขึ้นลง 30 ครั้ง หมุนเท้าเป็นวงกลมตามเข็มนาฬิกาและทวนเข็มนาฬิกาอย่างละ 8 ครั้ง
11.นวดผ่อนคลาย นวดกดจุดตามฝ่ามือและฝ่าเท้า (reflexology) หรือประคบเย็นบริเวณที่บวม
12.งดสูบบุหรี่ เพราะนอกจากอาจทำให้เกิดอาการบวมแล้ว ยังส่งผลเสียต่อสุขภาพโดยรวมด้วย
-
เสี่ยง DM
คัดกรอง BS 50 g = 185
คัดกรอง OGTT = ปกติ 4 ค่า
-
-
-