Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เศร้า ลูกเสียชีวิตหลังคลอด ไร้เยียวยา-อ้างฝากครรภ์ช้า (ปัญหาการพยาบาลจากก…
เศร้า ลูกเสียชีวิตหลังคลอด
ไร้เยียวยา-อ้างฝากครรภ์ช้า
ปัญหาการพยาบาลจากกรณีศึกษา
ปัญหาที่ 1 เด็กเสียชีวิต
ข้อเสนอแนะ
1.พยาบาลควรให้กำลังใจแก่มารดาที่อยู่ในสภาวะสูญเสียบุตรอันเป็นที่รัก
2.ย้ายมารดาเข้าห้องคลอดเมื่อปากมดลูกเปิด 10 ซม. และรอคลอดไม่เกิน 2 ชั่วโมง
การป้องกัน
2.แพทย์และพยาบาลควรจะประเมินเสียงหัวใจทารกในครรภ์อย่างใกล้ชิด
3.อธิบายให้มารดาเข้าใจเกี่ยวกับการวางแผนการช่วย เพื่อความร่วมมือและคลายความวิตกกังวล
1.โรงพยาบาลควรมีการจัดการให้ความรู้แก่บุคลากรในการปฏิบัติ กรณีที่พบเด็กในครรภ์ที่มีความผิดปกติก่อนคลอด
ปัญหาที่ 2 ฝากครรภ์ช้า
ข้อเสนอแนะ
1.แพทย์และพยาบาลควรให้คำแนะนำเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพของมารดาในระยะตั้งครรภ์
การป้องกัน
1.มารดาควรเข้ารับการฝากครรภ์ตั้งแต่รู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ และควรมาพบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ
ปัญหาที่ 3 มารดาไม่ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา
ข้อเสนอแนะ
1.บุคลากรทางการแพทย์ควรมีส่วนในการร่วมมือให้ความช่วยเหลือดูแลปกป้องสิทธิของผู้ป่วย
2.ควรมีการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาดูแลมารดาและญาติ เพื่อไขข้อข้องใจจากการเสียชีวิตหลังคลอดของบุตร
การป้องกัน
1.ควรตระหนักถึงสิทธิในการเข้ารับการรักษาและบริการของผู้ป่วย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ป่วย
ปัญหาที่ 4 การเปิดขยายปากมดลูกล่าช้าในระยะActive phaseและมีระยะเวลาการคลอดที่ยาวนาน
ข้อเสนอแนะ
1.แพทย์และพยาบาลควรให้การดูแลอย่างใกล้ชิดและให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของลูก
การป้องกัน
1.แนะนำวิธีการเบ่งคลอดอย่างถูกวิธี
2.หากไม่มีความก้าวหน้าของการคลอด อาจต้องประเมินเพื่อทำการชักนำการคลอด
ปัจจัยการคลอด 6P
อาจเกิดจากทารกในครรภ์และรก (passenger) โดยพบว่าทารกมีสายรกพันคอซึ่งอาจทำให้ทารกพร่องออกซิเจนได้และร่วมกับแรงที่ผลักดันให้ทารกคลอดออกมา (power) ซึ่งจากเนื้อข่าวบอกว่าปากมดลูกเปิด 10 cm. เมื่อเวลา 06.00 น. และทารกคลอดเมื่อเวลา 08.30 น. ซึ่งระยะที่ 2 ของการคลอดใช้เวลา 2 ชั่วโมง 30 นาที ตามทฤษฎีจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ชั่วโมง ไม่เกิน 2 ชั่วโมงในครรภ์แรก
สิทธิของผู้ป่วย
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 3 ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพ มีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลที่เป็นจริงและเพียงพอเกี่ยวกับการเจ็บป่วยการตรวจ การรักษา ผลดีและผลเสียจากการตรวจ การรักษาจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ ด้วยภาษาที่ผู้ป่วยสามารถเข้าใจได้ง่าย เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอม หรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่ในกรณีฉุกเฉิน อันจำเป็นเร่งด่วนและเป็นอันตรายต่อชีวิต
จากข่าวผู้เสียหายโพสต์ข้อความในFacebook ส่วนตัวว่า “ถ้าบอกเป็นเพราะตัวเราหรือลูกเราเป็นมาตั้งแต่ในท้องเราก็ไม่ติดใจขนาดนี้ แต่นี่อะไรก็ไม่พบตอนตรวจตอนซาวดูก็ปกติแข็งแรงทั้งแม่ทั้งลูก หมอก็บอกไม่ได้เป็นไร พอมาคลอดจะหาโรคให้ลูกเรา หาว่าเราฝากช้าเรากลายเป็นคนผิด
เลยอ่า คลอดมาไม่หายใจคือโรคอะไร หมอที่ขอนแก่นก็ตรวจสอบแล้วว่า ไม่ได้เป็นเพราะตัวเด็ก ที่เป็นมาตั้งแต่อยู่ในท้องหรือแม่ หมอก็บอกเราแล้ว คำตอบฝากท้องช้ามันฟังดูไม่โอเลย” แสดงให้เห็นว่าแพทย์และพยาบาลไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับภาวะที่เกิดขึ้นกับทารก
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 4 ผู้ป่วยที่อยู่ในสภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต มีสิทธิได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจาก ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นกรณี โดยไม่ต้องคำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่
จากข่าวเวลา 22.30 น. ปากมดลูกเปิด 4 ซม. ผู้คลอดต้องนอนรอจนถึง 06.00 น. ปากมดลูกเปิด 10 ซม. พยาบาลเวรเขียนเอกสารและบอกผู้คลอดแต่ว่าหายใจเข้าลึกๆ แล้วเบ่งกระทั่งรอจน08.30 น.ซึ่งระยะเวลาในการรอคลอดนานเกินไป ทำให้ส่งผลเสียต่อทารก
จริยธรรม
จากในข่าวพยาบาลไม่ทำคลอดตามวิธีการรักษาโรคที่ถูกต้องโดยเวลา 06:30 น. ปากมดลูกเปิด 10 cm. ซึ่งหมายถึงว่าแม่พร้อมที่จะคลอด แต่พยาบาลเวรก็ทำกำลังเขียนเอกสารบอกแต่ว่าหายใจเข้าลึกๆ แล้วเบ่งจนกระทั่ง 08:30 น. พยาบาลเวรเช้ามาถึง จึงคลอด ซึ่งผิดต่อจริยธรรม
ในข้อที่ 2. ที่ว่า “ปฏิบัติภารกิจในหน้าที่ด้วยความเมตตา กรุณา โอบอ้อมอารี (Beneficence) มุ่งมั่นให้บังเกิดสิ่งที่ดี ที่สุดแก่ผู้ใช้บริการอย่างสม่ำเสมอ”
และ ข้อที่ 3. ที่ว่า “ปฏิบัติภารกิจ ในหน้าที่โดยตระหนักถึงมาตรการในการป้องกันหรือ หลีกเลี่ยงการกระทำที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หรืออันตราย(Nonmaleficence) แก่ผู้ใช้บริการ”
กฎหมาย
ผิดตามมาตรา 41 ซึ่งทั้งพยาบาลและโรงพยาบาลในฐานะนายจ้างต้องรับผิดชอบต่อการกระทำละเมิดสิทธิของผู้เสียหาย โดยผู้เสียหายอาจฟ้องคดีเรียกร้องให้รับผิดชอบในทางอาญา และเรียกค่าเสียหายในทางคดี ซึ่งผู้เสียหายได้ยื่นเรื่องกับโรงพยาบาลที่ทำคลอดแล้วหลังจากที่คลอดทารกเสียชีวิต จนกระทั่งวันที่ 21 มีนาคม พ.ศ.2560 ซึ่งระยะเวลาผ่านไป 5 เดือน ทางโรงพยาบาลก็มิได้ดำเนินการให้และอ้างว่าผู้เสียหายมาฝากครรภ์ช้า ซึ่งผู้เสียหายต้องการความยุติธรรมให้แก่บุตร
บทบัญญัติของมาตรา 41 มุ่งเพื่อช่วยเหลือให้ผู้รับบริการได้รับค่าเสียหายจากการรักษาพยาบาล โดยเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นในลักษณะเป็นการเยียวยา หรือบรรเทาความเดือดร้อนและในขณะเดียวกันต้องการรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ในการจะร่วมกันคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการสาธารณสุข
เสียชีวิต หรือทุพพลภาพอย่างถาวร หรือเจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิต และมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ ตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท
จรรยาบรรณวิชาชีพ
1.ไม่ทำในสิ่งที่เป็นอันตรายกับผู้ป่วย
พยาบาล
ให้ผู้ป่วยรอคลอดนานเกินไป โดยผู้ป่วยปากมดลูกเปิด 10 cm. ตั้งแต่เวลา 6.00 น. โดยพยาบาลบอกแต่ว่าหายใจเข้าลึกๆ แล้วเบ่ง จนกระทั่ง 8.30 น. จึงคลอด ซึ่งการรอคลอดที่ยาวนานจะส่งผลให้ทารกขาดออกซิเจนและอาจเกิดเลือดออกในสมอง เนื่องจากศีรษะของทารกถูกช่องเชิงกรานของมารดาบีบ
แพทย์
ไม่ได้ให้ข้อมูลอย่างครบถ้วน โดยไม่บอกสาเหตุของปัญหาและผลกระทบที่จะตามมา เมื่อทารกคลอดมีสายรกพันคอ 1 รอบและไม่หายใจ แพทย์รีบหัวใจ 15 นาที ชีพจรของเด็กกลับมาและส่งตัวทั้งมารดาและทารกไปที่โรงพยาบาลในเมืองทันที ไม่มีการอธิบาย มารดาไม่ทราบว่าเด็กไม่หายใจคืออะไร
2.ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อทุกคน
ผู้บริหารโรงพยาบาล
ไม่มีการช่วยเหลือดูแลหรือเยียวยา แก่ผู้ป่วย และไม่มีการรับผิดชอบชดใช้ค่าเสียหายแก่ผู้ป่วย เมื่อติดต่อยื่นเรื่องไป ไม่มีการดำเนินเรื่องให้โดยอ้างว่า เพราะผู้ป่วยฝากครรภ์ช้า
3.ความรับผิดชอบ
จากข่าวทางโรงพยาบาล และ แพทย์ ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบ หรือชี้แจ้งกับผู้ป่วย เมื่อติดต่อไปก็อ้างว่าเพราะผู้ป่วยมาฝากครรภ์ช้า
4.การบอกความจริงโดยไม่ได้แจ้งสาเหตุการส่งตัวทั้งมารดาและทารกไปที่โรงพยาบาลในเมือง โดยไม่มีการอธิบาย มารดาไม่ทราบว่าเด็กไม่หายใจคืออะไร ไม่มีการบอกถึงสาเหตุและผลกระทบที่จะตามมาจากการคลอดยาวนาน
การนำไปใช้
ผู้คลอด
ควรรีบฝากครรภ์เมื่อทราบว่าตนเองตั้งครรภ์ และมาฝากครรภ์อย่างสม่ำเสมอ ดูแลร่างกายให้แข็งแรงรับประทานอาหารให้ครบ5หมู่
แพทย์
ควรตรวจครรภ์ผู้คลอดอย่างละเอียดตั้งแต่ผู้คลอดมาฝากครรภ์จนถึงคลอด และติดตามอาการอย่างสม่ำเสมอ
พยาบาล
ควรดูแลผู้คลอดอย่างใกล้ชิด แนะนำวิธีการเบ่งคลอดอย่างถูกวิธี รีบทำคลอดเมื่อปากมดลูกเปิด10cm. และไม่ให้นานเกิน2ชั่วโมง เพื่อป้องกันภาวะแทรกซ้อนที่จะเกิดขึ้นได้
สรุปกรณีศึกษา
ผู้เสียหายรายนี้มาฝากครรภ์ตอน 5 เดือน ผลการตรวจร่างกายของแพทย์ไม่พบความผิดปกติ ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการไม่พบความผิดปกติ ผล U/S ไม่พบความผิดปกติ แต่ก็ไม่ได้มีรายงานว่าหลังจากนั้นมาฝากครรภ์อย่างต่อเนื่องหรือไม่ กำหนดคลอดวันที่ 30 ก.ย. 2559
วันที่ 24 ก.ย. 2559 เวลา 22.30 น. มารดาเจ็บครรภ์คลอด จึงมารพ. ปากมดลูกเปิด 4 cm. เวลา 06.00 น. ปากมดลูกเปิด 10 cm. พยาบาลให้ผู้คลอดเบ่งคลอด นานเกิน 2 ชั่วโมง พยาบาลได้รายงานแพทย์ จนเวลา 08.30 น. จากการที่การคลอดยาวนานทำให้สมองเด็กถูกกด และ cord พันคอเด็ก 1 รอบ เด็กหยุดหายใจ และหัวใจทารกหยุดเต้น แพทย์ได้ช่วย CPR ในเวลาต่อมาเป็นเวลา 15 นาที หัวใจเด็กกลับมาเต้นอีกครั้ง และได้ส่งต่อรพ.ในเมืองทันที หลังจากทารกคลอดพบ ทารกมีภาวะเลือดคั่งสมองบวม และเสียชีวิตในเวลาต่อมาเนื่องจากมารดาปฏิเสธการรักษา