Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สธ.เดินหน้าขอฎีกาคดี'คลอดติดไหล่รพ.น้ำพอง' (มุมมองด้านจริยธรรม (1…
สธ.เดินหน้าขอฎีกาคดี'คลอดติดไหล่รพ.น้ำพอง'
มุมมองจรรยาบรรณแพทย์ พยาบาล ผู้บริหารรพ.
จากข้อมูลดังกล่าว พยาบาลไม่ได้ทำผิดจรรยาบรรณวิชาชีพ เนื่องจากปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากเด็กติดไหล่ทำให้การคลอดนั้นลำบาก พยาบาลได้กระทำตาม
จรรณยาบรรณวิชาชีพข้อที่ 6 กล่าวว่า พึงป้องกันอันตรายต่อสุขภาพและชีวิตของผู้ใช้บริการ โดยการขอความ
ร่วมมือจากแพทย์เวรและกุมารแพทย์ ซึ่งเเพทย์เวรก็ได้มาช่วยทำคลอดไหล่ทันทีตามท่ามาตรฐานเด็กติดไหล่ แต่ตรวจพบว่าเด็กมีปัญหาแขนขวาไม่ขยับ อาจเกิดจากการที่เด็กคลอดติดไหล่ ทำให้กระทบกระเทือนเส้นประสาท ซึ่งทั้งพยาบาลและแพทย์เวรก็ได้ให้ความช่วยเหลือผู้คลอดรายนี้อย่างเต็มความสามารถแล้ว
สิทธิเสรีภาพพื้นฐาน
สิทธิผู้ป่วย 10 ประการ
คือ สิทธิอันชอบธรรมที่ผู้ป่วยควรได้รับ
ตามมาตรฐานและตามกฏหมาย
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 1 ผู้ป่วยทุกคนมีสิทธิพื้นฐานที่พึงได้รับบริการด้านสุขภาพตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ
เข้าใจสิทธิอันพึงมีพึงได้ของผู้ใช้บริการหรือผู้มีสิทธิที่จะได้รับการรักษาพยาบาลจากสถานบริการของรัฐ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เช่น ผู้ยากไร้ คนพิการ คนชรา เด็ก
ผู้ไร้ความสามารถหรือประชาชนทั่วไป
ให้การดูแลผู้ใช้บริการทุกรายเป็นอย่างดีและช่วยเหลือให้ผู้รับบริการได้ใช้สิทธิอันพึงมีพึงได้ตามความเหมาะสมกับอาการหรือโรคที่เป็น ด้วยวิจารณญาณและความรู้ในวิชาชีพ ซึ่งวิชาชีพพยาบาลเป็นการให้บริการสังคม เพื่อช่วยดำรงรักษาสุขภาพอนามัยที่ดีของมนุษย์ การปฎิบัติการพยาบาลจึงต้องอาศัยความรอบรู้ ความชำนาญทางวิทยาศาสตร์ ความรับผิดชอบต่อวิชาชีพ การพิจารณาไตร่ตรองทบทวนและควบคุมลักษณะของการปฎิบัติหน้าที่อยู่เสมอและต้องปฏิบัติการพยาบาลต่อผู้รับบริการ ที่ต้องปฏิบัติต่อมนุษย์โดยตรง ความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์ในฐานะสิ่งมีชีวิต จิตใจและคุณค่า จึงเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดและเป็นพื้นฐานของจริยธรรม กล่าวคือ ความเข้าใจในคุณค่าของมนุษย์จะนำไปสู่สิ่งที่ควรทำสิ่งใดไม่ควรทำ
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 2 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับบริการจาก
ผู้ประกอบอาชีพด้านสุขภาพ โดยไม่มีการเลือกปฏิบัติเนื่องจากความแตกต่างด้านฐานะ เชื้อชาติ สัญชาติ ศาสนา สังคม ลัทธิการเมือง เพศ อายุและลักษณะของ
ความเจ็บป่วย
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 3 ผู้ป่วยที่ขอรับบริการด้านสุขภาพมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างเพียงพอและเข้าใจชัดเจนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ เพื่อให้ผู้ป่วยสามารถเลือกตัดสินใจในการยินยอมหรือไม่ยินยอมให้ผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพปฏิบัติต่อตน เว้นแต่เป็นการช่วยเหลือรีบด่วนหรือจำเป็น
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 4 ผู้ป่วยที่อยู่ในภาวะเสี่ยงอันตรายถึงชีวิตมีสิทธิที่จะได้รับการช่วยเหลือรีบด่วนจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยทันทีตามความจำเป็นแก่กรณีโดยไม่คำนึงว่าผู้ป่วยจะร้องขอความช่วยเหลือหรือไม่
เมื่อพบผู้ป่วยอยู่ในภาวะเสี่ยง/อันตรายถึงชีวิต ต้องให้ความช่วยเหลือทันที โดยปฏิบัติตามคู่มือและจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 5 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบชื่อ สกุลและประเภทของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพที่เป็นผู้ให้บริการแก่ตน
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 6 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะขอความเห็นจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพอื่นที่มิได้เป็นผู้ให้บริการแก่ตนและมีสิทธิในการขอเปลี่ยนผู้ให้บริการและสถานบริการได้
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 7 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับการปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับตนเองจากผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพโดยเคร่งครัด เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ป่วยหรือการปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 8 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลอย่างครบถ้วนในการตัดสินใจเข้าร่วมหรือถอนตัวจากการเป็นผู้ถูกทดลองในการทำวิจัยของผู้ประกอบวิชาชีพด้านสุขภาพ
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 9 ผู้ป่วยมีสิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลเฉพาะของตนที่ปรากฏในเวชระเบียนเมื่อร้องขอ ทั้งนี้ ข้อมูลดังกล่าวต้องไม่เป็นการละเมิดสิทธิส่วนตัวของบุคคลอื่น
สิทธิผู้ป่วยข้อที่ 10 บิดา มารดาหรือผู้แทนโดยชอบธรรมอาจใช้สิทธิแทนผู้ป่วยที่เป็นเด็กอายุยังไม่เกินสิบแปดปี
บริบูรณ์ ผู้บกพร่องทางกายหรือจิตซึ่งไม่สามารถใช้สิทธิด้วยตนเองได้
สิทธิเสรีภาพ และสิทธิมนุษยธรรม
การปฏิบัติวิชาชีพพยาบาลต้องปฏิบัติกับมนุษย์ ซึ่งมีชีวิตจิตใจ ต้องการได้รับการดูแลแบบองค์รวม กล่าวคือ การได้รับการดูแลทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคมและจิตวิญญาณ นอกเหนือจากการที่ให้การปฏิบัติกับผู้ป่วยในด้านการรักษาพยาบาลแล้วนั้น จะต้องให้ความเอื้ออาทร เข้าใจความต้องการที่ได้รับการดูแล โดยเฉพาะในปัจจุบัน สังคมไทยกำลังเป็นสังคมแห่งความรู้ ทุกองค์การวิชาชีพต้องพัฒนาการเรียนรู้ การมีคุณธรรมและจริยธรรมในวิชาชีพเพื่อเป็นการสร้างคุณลักษณะในวิชาชีพของตนให้ชัดเจน
สรุปปัญหาที่เกิด
การป้องกันการเกิดซ้ำ
ผู้บริหารรพ.
มีการประเมินบุคลากรทางการแพทย์ในการทำหน้าที่ต่างๆ จัดสรรบุคลากร กำหนดในการทำหน้าที่ให้เหมาะสม กระตุ้นในบุคลากรทางการแพทย์มีความรับผิดชอบต่องานของตนเอง
แพทย์
ในการตรวจครรภ์ทุกครั้ง แพทย์ควรตรวจครรภ์อย่างละเอียดและในขณะคลอดควรมีแพทย์ผู้เชี่ยวชาญดูแลในการทำคลอด เมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินเกิดขึ้น
พยาบาล
ในระหว่างการตั้งครรภ์ พยาบาลควรประเมินสุขภาพมารดาและทารกในครรภ์และปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดปัญหาในการคลอด เช่น ทารกตัวโตในครรภ์ มารดาเป็นเบาหวานตั้งครรภ์ เป็นต้น
และแนะนำให้มารดามาตรวจครรภ์ตามนัดทุกครั้ง
ข้อเสนอนะ
บุคลากรทางการแพทย์ควรจะต้องอธิบายเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น ความจำเป็นที่ต้องทำหัตถการต่างๆ เพื่อช่วยคลอดทารกหรือภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นแก่ทารก เช่น สมองขาดออกซิเจนเป็นเวลานาน มีการบาดเจ็บที่เส้นประสาทไหล่และบอกแนวทางการดูแลแก้ไขต่อไป รวมทั้งควรปลอบโยนและให้กำลังใจ ประคับประคองทางด้านจิตใจของมารดาและญาติ
มุมมองด้านจริยธรรม
1.ประกอบวิชาชีพด้วยความซื่อสัตย์สุจริต
2.ไม่ใช้ หรือไม่ยินยอมให้ผู้อื่นประกอบวิชาชีพเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้
3.ปฏิบัติตนตามกฎหมายวิชาชีพ และข้อบังคับของวิชาชีพ
4.ยอมรับความเชื่อและค่านิยมของผู้อื่น
5.ตระหนักในคุณค่าของตนเอง และภูมิใจในวิชาชีพ
6.ยึดมั่นในคุณธรรมความดี และความถูกต้อง ชอบธรรม
7.พัฒนาให้มีความรู้ ทักษะในการปฏิบัติงานที่ทันสมัยอยู่เสมอ
8.ปรับตัวให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างเหมาะสม
9.ปฏิบัติวิชาชีพโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่าง ฐานะ ศาสนา เชื้อชาติ สังคมและการเมือง
10.ประกอบวิชาชีพโดยไม่มุ่งหวังประโยชน์ส่วนตนเกินกว่าที่พึงจะได้รับ
11.ให้ข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อการเลือกใช้บริการของผู้ใช้บริการ
12.ให้ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ผู้ใช้บริการตามสิทธิ
13.ให้บริการโดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้บริการ
14.ไม่เปิดเผยข้อมูลของผู้ใช้บริการ เว้นแต่เป็นการรักษาพยาบาลหรือต้องปฏิบัติตามกฎหมาย
15.เป็นตัวแทนผู้ใช้บริการที่สื่อความต้องของตนเองไม่ได้
16.ปกป้องการละเมิดสิทธิของผู้ใช้บริการในการรักษาพยาบาล
17.ประกอบวิชาชีพโดยคำนึงถึงความถูกต้อง ปลอดภัยและรวดเร็วต่อผู้ใช้บริการ
18.ปฏิบัติการพยาบาลตามขอบเขตวิชาชีพเพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้บริการ
19.ส่งเสริม สนับสนุนการประกอบวิชาชีพของผู้ร่วมงานไม่ทับถมให้ร้าย หรือกลั่นแกล้งกัน
มุมมองปัจจัย 6P
ทารกในครรภ์และรก (passenger)
ทารกมีขนาดใหญ่ ขนาดน้ำหนัก 3580 g
กล้ามเนื้อมดลูกมีการยืดขยาย
อาจเกิดการตกเลือดได้
มุมมองกฎหมาย : ผิดกฎหมาย ดังนี้
พรบ.หลักประกันสุขภาพแห่งชาติ พ.ศ.2545 มาตรา 41
บทบัญญัติของมาตรา 41 มุ่งเพื่อช่วยเหลือให้ผู้รับบริการได้รับค่าเสียหายจากการรักษา พยาบาล โดยเป็นการช่วยเหลือเบื้องต้นในลักษณะเป็นการเยียวยาหรือบรรเทาความเดือดร้อนและในขณะเดียวกันต้องรักษาความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างผู้รับบริการและผู้ให้บริการ ในการจะร่วมกันคลี่คลายปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นจากการให้บริการสาธารณสุข
เสียชีวิตหรือทุพพลภาพอย่างถาวรหรือเจ็บป่วยเรื้อรังที่ต้องได้รับการรักษาตลอดชีวิตและมีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อการดำรงชีวิต จ่ายเงินช่วยเหลือเบื้องต้นได้ตั้งแต่ 240,000 บาท แต่ไม่เกิน 400,000 บาท
กฎหมายแพ่ง
มาตรา 420 ผู้ใดจงใจหรือประมาทเลินเล่อ ทำต่อบุคคลอื่นโดยผิดกฎหมายให้เขาเสียหายถึงแก่ชีวิตก็ดี
แก่ร่างกายก็ดี อนามัยก็ดี เสรีภาพก็ดี ทรัพย์สินหรือสิทธิอย่างหนึ่งอย่างไรก็ดี ท่านว่าผู้นั้นทำละเมิดจำต้องใช้
ค่าสินไหมทดแทนเพื่อการนั้น
สรุป
จากหัวข้อประเด็นข่าวทำคลอดติดไหล่ ซึ่งระหว่างทำคลอดมีปัญหาติดไหล่ พยาบาลได้แจ้งให้แพทย์เวรมาช่วยทำคลอดและได้ทำคลอดตามท่ามาตรฐานเด็กติดไหล่ หลังคลอดกุมารแพทย์ได้ตรวจพบว่าเด็กมีปัญหาแขนขวาไม่ขยับ ซึ่งอาจเกิดขึ้นจากการที่เด็กคลอดติดไหล่ อาจเกิดการกระทบกระเทือนเส้นประสาทและทำให้เกิดปัญหาอย่างชั่วคราวหรือถาวรได้
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจเกิดมาจากทารกตัวโต ซึ่งหลังคลอดทารกมีน้ำหนัก 3,580 กรัม จึงอาจเป็นสาเหตุให้มีการคลอดติดไหล่ได้และแพทย์ พยาบาลได้มีการช่วยทำคลอดอย่างเต็มที่ตามท่ามาตรฐานการทำคลอดเด็กติดไหล่ แต่เนื่องจากปัจจัยที่อาจเกิดขึ้นมาจากทั้งมารดาและทารกทำให้เกิดเหตุสุดวิสัยในการทำคลอดได้
การนำไปใช้
จากประเด็นข่าวในกรณีนี้ สามารถนำไปปรับใช้โดยการปฏิบัติงานหรือทำหัตถการในแต่ละครั้ง เมื่อพบว่ามีความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้กับทั้งมารดาและทารก จะต้องอธิบายขั้นตอนการรักษาหรือภาวะแทรกซ้อนต่างๆให้กับมารดาและญาติเข้าใจและทราบถึงภาวะต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นได้
เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดซึ่งจะนำไปสู่การฟ้องร้องได้
มุมมองด้านคุณธรรม ศีลธรรม
พยาบาลประจำห้องคลอดได้ทำคลอดให้ผู้เสียหาย ระหว่างคลอดมีปัญหาติดไหล่ พยาบาลผู้ทำคลอดได้แจ้งแพทย์เวรและกุมารแพทย์
สัจจะ พูดความจริง (Truth)
ความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty)
ความระลึกในหน้าที่(Sense of Duty)
ความเป็นธรรม (Fair Play)
กระทรวงสาธารณสุขได้ตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ผลการตรวจสอบมีความเห็นตรงกันว่า พยาบาลและแพทย์ได้ให้การรักษาถูกต้องตามหลักวิชาการเพื่อช่วยชีวิตแม่และเด็ก กระทรวงสาธารณสุขจึงได้อุทธรณ์คำพิพากษา เนื่องจากเห็นว่าเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐาน
การรักษาพยาบาลอย่างดีที่สุดแล้ว