Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ธัญพืชอบกรอบ สส (ส่วนผสม นน (• ข้าวโอ๊ตแบบเต็มเมล็ด 3 ถ้วย, •…
ธัญพืชอบกรอบ
วิธีทำ
ใส่ข้าวโอ๊ต ถั่วพีแคน มะพร้าว และเมล็ดฟักทองลงในชามผสมขนาดใหญ่ ใส่น้ำเชื่อมเมเปิล น้ำตาลทรายแดง น้ำมันมะกอก เกลือ ลูกกระวานป่น ผงลูกจันทน์เทศ และผงอบเชย ลงไปผสมคลุกเคล้าให้เข้ากัน
ใส่ส่วนผสมทั้งหมดลงบนกระดาษรองอบ เกลี่ยให้ทั่ว นำเข้าเตาอบใช้เวลาประมาณ 30 นาที แล้วนำออกมากลับด้านเข้าไปอบต่ออีกประมาณ 15 นาที หรือจนกว่าส่วนผสมทั้งหมดจะเป็นสีเหลืองทองและมีกลิ่นหอม
นำส่วนผสมออกมาพักไว้ให้เย็น ใส่ลูกเกดลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน (ควรบรรจุลงในขวดโหลเมื่อส่วนผสมเย็นแล้ว เพราะถ้าหากบรรจุตอนยังอุ่นหรือร้อนอยี่ส่วนผสมจะเปียกและเน่าเสีย) เก็บใส่ภาชนะไว้ได้นานประมาณ 1 เดือน (อุณหภูมิห้อง)
เปิดเตาอบที่อุณหภูมิ 300 องศาฟาเรนไฮต์ เตรียมไว้
ส่วนผสม
• ข้าวโอ๊ตแบบเต็มเมล็ด 3 ถ้วย
• ถั่วพีแคนทุบหยาบ 1 1/2 ถ้วย
• มะพร้าวอบแห้งขูด (ชนิดไม่หวาน) 1 ถ้วย
• เมล็ดฟักทองดิบ (Pepitas) 1 ถ้วย
• น้ำตาลทรายแดง 1/4 ถ้วย
• น้ำเชื่อมเมเปิล 1/2 ถ้วย
• น้ำมันมะกอก 1/2 ถ้วย
• เกลือโคเชอร์ 1 ช้อนชา
• ลูกกระวานป่น 1/2 ช้อนชา
• ผงลูกจันทน์เทศ 1/2 ช้อนชา
• ผงอบเชย 1/2 ช้อนชา
• เชอร์รีอบแห้ง แครนเบอร์รี่ หรือลูกเกด 1 ถ้วย
ที่มาและความสำคัญ
ธัญพืช คือพืชที่มนุษย์เพาะปลูกเพื่อเก็บเกี่ยวเมล็ด นั่นคือ แมงลัก ลูกเดือย ข้าวโพด ถั่วต่าง ๆ เม็ดขนุน สะตอ มะม่วงหิมพานต์ ข้าวประเภทต่าง ๆ มีการเพาะปลูกธัญพืชทั่วโลกมากกว่าผลผลิตทางเกษตรชนิดใด ๆ และเป็นแหล่งอาหารที่ให้พลังงานแก่มนุษย์มากที่สุด ในประเทศกำลังพัฒนาบางประเทศ ธัญพืชจะเป็นอาหารหลักของประชากรทั้งประเทศ ขณะที่ในประเทศพัฒนาแล้ว การบริโภคธัญพืชจะน้อยลง ส่วนใหญ่ประเทศพัฒนาแล้วจะบริโภคธัญพืชแปลงรูป คือ ขนมปังนั่นเอง ประโยชน์ของธัญพืช การที่เราควรใช้ ธัญพืชหรือเมล็ดพืชเต็มรูป เพื่อให้ได้พลังชีวิตทั้งหมด ของเมล็ดพืช หากธัญพืชถูกขัดสี บี้ หรือบด มันจะสูญเสียพลังในการงอก แป้งที่แตกออกมา ไม่เพียงแต่เสียพลังชีวิตของมัน แต่จะทำให้ธัญพืชถูกทำลายโดยการอ๊อกซิเดชั่นไขมันที่ดีที่เป็นส่วนประกอบ ย้อนกลับไปเมื่อยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 และ 2 ได้เกิดภาวะขาดแคลนอาหาร ทำให้เนื้อ นม เนย ไข่ กลายเป็นของหายาก และมีราคาแพง ประชาชนส่วนใหญ่จึงต้องรับประทานข้าวโอ๊ต ข้าวบาร์เล่ย์เป็นหลัก ปรากฏว่าช่วงนั้นชาวยุโรปเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งน้อยมาก ทั้งนี้ เนื่องจาก ข้าวเมืองหนาวทั้ง 2 ชนิดนี้มีสารแอนติออกซิเดนต์สูง จึงช่วยป้องกันความเสื่อมและการถูกทำลายของเซลล์ทั่วร่างกายอันเป็นสาเหตุของมะเร็งได้