Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษา (การตรวจร่างกาย (ปาก(Mouth) ริมฝีปากสีชมพู ไม่มีรอยโรค…
กรณีศึกษา
การตรวจร่างกาย
ปาก(Mouth) ริมฝีปากสีชมพู ไม่มีรอยโรค ไม่มีบาดแผล กระพุ้งแก้มสีชมพู ลิ้นไม่พบฝ่าขาว ลิ้นไม่เฉเอียง มีฟันบน 10 ซี่ ฟันล่าง 10 ซี่ ไม่มีฟันผุ
คอ(Throat) ลำคอตรงไม่เฉเอียง กล้ามเนื้อบริเวณคอมีขนาดปกติสามารถต้านแรงกับผู้ตรวจได้เต็มที่เกรด 5 หลอดลมคออยู่ตรงกลางคอ คลำไม่พบต่อมไทรอยด์ บวมโต คลำไม่พบต่อมน้ำเหลืองบวม โต กดเจ็บไม่เจ็บ
จมูก (Nose) ปีกจมูกมีขนาดเท่ากันทั้งสองข้าง สมมาตรกัน ไม่มีร่องรอยการอักเสบ เยื่อบุจมูกสีชมพู ไม่มีรอยบวม ไม่พบรอยโรค กดไม่เจ็บ ไม่มีสารคัดหลั่งที่ผิดปกติ ดมกลิ่นได้ดี เป็นปกติ
ตา (Eyes) ตาทั้ง 2 ข้างมองเห็นได้ชัดเจนดี ลานสายตาปกติ สามารถมองเห็นนิ้วผู้ตรวจในระยะใกล้เคียงกับผู้ตรวจได้ การเคลื่อนไหวของลูกตา สามารถเคลื่อนไหวได้ทั้ง 6 ทิศทาง เคลื่อนไหวได้เป็นปกติ กระจกตาใส ไม่ขุ่น เยื่อบุตามีสีแดง ไม่มีตุ่ม เม็ดหรือรอยโรคที่ผิดปกติ
ศีรษะและใบหน้า (Head/Face)รษะสมมาตรกันไม่บิดเบี้ยว ไม่พบตำแหน่งกดเจ็บ คลำไม่พบก้อนการกระจายตัวของผมสม่ำเสมอ ผมสั้นสีดำ ไม่มีรอยโรค ขนาดรอบศีรษะ 52 เซนติเมตร อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ ใบหน้าสมมาตรกัน
หัวใจและหลอดเลือด (Cardiovascular) สีผิวของทรวงอกเหมือนผิวกาย สีผิวสม่ำเสมอทั่วกาย ไม่มีรอยโรค หลอดเลือดดำบริเวณคอไม่โปร่งพอง
ทรวงอกและปอด(Chest/Lung) ทรวงอกปกติรูปร่างได้ส่วน ทรวงอกสมมาตรกันทั้ง 2 ข้าง การเคลื่อนไหวของทรวงอกขณะหายใจเข้าออกสม่ำเสมอกันทั้ง 2 ข้าง
หู(Ears) รูปร่างใบหูปกติ อยู่ในระดับเดียวกันกับหางตา รูหูไม่มีรอยแผล ไม่มีสิ่งแปลกปลอม เยื่อแก้วหูใส ไม่มีรอยฉีกขาด การได้ยินเท่ากันปกติทั้ง 2 ข้าง ใบหูสะอาด
ท้อง (Abdomen) ขนาดท้องสมมาตรกัน ไม่มีรอยโรค ไม่มีรอยแผลผ่าตัด การกระจายตัวของขนสม่ำเสมอกัน สีผิวเป็นสีเดียวกันกับผิวกาย การคลำไม่พบก้อน ไม่มีตำแหน่งกดเจ็บ
ระบบกล้ามเนื้อและกระดูก (Muscle/Skeletal) กระดูกสมมาตรกัน กดไม่เจ็บ สามารถเคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง ไม่มีข้อติดขัด กล้ามเนื้อแขนซ้ายและขวา สมมาตรกันกล้ามเนื้อไม่ฝ่อรีบเหมาะสมตามวัย กำลังของกล้ามเนื้อ เกรด 5 สามารถต้านแรงกับผู้ตรวจได้เต็มที่ปกติ
ระบบประสาทสมอง(N/S) เด็กสามารถบอกกลิ่นได้ มองเห็นได้ชัดเจน เด็กสามารถกลอกตาไปมาได้ กล้ามเนื้อเกี่ยวกับการเคี้ยว อาหารทำงานได้ปกติ เด็กสามารถเดินทรงตัวได้ดี เด็กสามารถต้านแรงกล้ามเนื้อไหล่ และคอได้ปกติ
ข้อมูลทั่วไป
บิดาอายุ 20 ปี อาชีพทำงานร้านขายเฟอร์นิเจอร์ ระดับการศึกษา ม.3 มารดาอายุ19 ปี อาชีพ เป็นนักศึกษา ระดับการศึกษา ปวส.
-
-
การตั้งครรภ์และการคลอด Normal labor ,น้ำหนักแรกคลอด 3100 gm.เป็นบุตรคนเดียว
-
-
-
วัคซีนที่ได้รับ
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคหัด คางทูม หัดเยอรมัน ( MMR ) 2 พ.ค 59 , 26 ก.พ 61
ฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้สมองอักเสบเจอี ( JE ) 22 ส.ค. 59 , 25 ก.ย. 60 , 25 มิ.ย.61
กินวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ( OPV ),ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี ( DTP – HB ) ได้รับ 5 ต.ค. 58 , 14 ธ.ค 58 , 7 มี.ค 58
กินวัคซีนป้องกันโรคโปลิโอ ( OPV ),ฉีดวัคซีนรวมป้องกันโรคคอตีบ บาดทะยัก ไอกรน ตับอักเสบบี ( DTP ) ได้รับ 30 ม.ค. 28 ต.ค. 62
-
-
-
พัฒนาการเด็ก Denver II
พัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กจากการทดสอบพบว่า เด็กมีพัฒนาการสงสัยล่าช้า เนื่องจากมีข้อทดสอบล่าช้า 1 ข้อ โดยข้อทดสอบนั้นอยู่ทางด้านซ้ายของเส้นอายุ
คำแนะนำ ส่งเสริมเด็กโดยพัฒนาการทำงานของกล้ามเนื้อมือ กระตุ้นให้เด็กวาดภาพที่มีองค์ประกอบจากรูปทรงพื้นฐาน เช่น ทรงกลม สามเหลี่ยม สี่เหลี่ยม เป็นต้น การวาดรูปคนหรือภาพใกล้ตัว เช่น บ้านหรือโรงเรียนเป็นต้น สังเกตการจับดินสอและจับแบบถูกต้องให้เป็นตัวอย่าง
-
-
-
-
-
-
ทฤษฎี
• ทฤษฎีเกี่ยวกับการเจริญเติบโตและพัฒนาการของเด็กของอาร์โนลด์ กีเซล(Institute of Child Development)อธิบายว่าการเจริญเติบโตของเด็กทางร่างกาย เนื้อเยื่อ อวัยวะ หน้าที่ของอวัยวะต่าง ๆ และพฤติกรรมที่ปรากฏขึ้นเป็นรูปแบบที่แน่นอนและเกิดขึ้นเป็นลำดับขั้น ประสบการณ์ และสภาพแวดล้อมเป็นองค์ประกอบรองที่ต่อเติมเต็มเสริมพัฒนาการต่าง ๆ กีเซลเชื่อว่าวุฒิภาวะจะถูกกำหนดโดยพันธุกรรม และมีในเด็กแต่ละคนมาตั้งแต่เกิด ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้เด็กแต่ละวัยมีความพร้อมทำสิ่งต่าง ๆ ได้ ถ้าวุฒิภาวะหรือความพร้อมยังไม่เกิดขึ้นตามปกติในวัยนั้น สภาพแวดล้อมจะไม่มีอิทธิพลต่อพัฒนาการของเด็กอาร์โนลด์ กีเซล (Arnold Gesell) ได้สร้างเกณฑ์มาตรฐานสำหรับวัดพฤติกรรมของเด็กในแต่ละระดับ เน้นความแตกต่างระหว่างบุคคลโดยใช้วิธีการสังเกตพฤติกรรม ซึ่งเขาได้แบ่งพัฒนาการของเด็กที่ต้องการวัดและประเมินออกเป็น 4 กลุ่มใหญ่ คือ 1.พฤติกรรมทางการเคลื่อนไหว (Motor Behavior) ครอบคลุมการบังคับอวัยวะต่าง ๆ ของร่างกายและความสัมพันธ์ทางด้านการเคลื่อนไหว 2.พฤติกรรมทางการปรับตัว (Adaptive Behavior) ครอบคลุมความสัมพันธ์ของการใช้มือและสายตา การสำรวจ ค้นหา การกระทำต่อวัตถุ การแก้ปัญหาในการทำงาน 3.พฤติกรรมทางการใช้ภาษา (Language Behavior) ครอบคลุมการที่เด็กใช้ภาษา การฟัง การพูด การอ่าน และการเขียน และ 4.พฤติกรรมส่วนตัวและสังคม (Personal-Social Behavior) ครอบคลุมการฝึกปฏิบัติส่วนตัว เช่น การกินอาหาร และการฝึกต่อสภาพสังคม เช่น การเล่น การตอบสนองผู้อื่น