Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ผ่าตัดไส้ติ่ง (Appendectomy) (สัญญาณของไส้ติ่งอักเสบ (ปวดท้องบริเวณรอบสะดื…
ผ่าตัดไส้ติ่ง (Appendectomy)
เป็นการผ่าตัดเพื่อตัดนำไส้ติ่งออกไป เนื่องจากมีการอักเสบของไส้ติ่ง (Appendicitis) ซึ่งเกิดจากการอุดตันของสิ่งตกค้างบริเวณไส้ติ่ง หรือการอุดตันนั้นเกิดการติดเชื้อแบคทีเรีย จนทำให้ปวดท้องอย่างรุนแรง
บริเวณที่เกิด
บริเวณรอบสะดือลงมาถึงท้องด้านล่างขวา
อาการ
มีไข้
คลื่นไส้
อาเจียน
ไส้ติ่งที่อักเสบแตก จะทำให้มีหนองไหลเข้าสู่ช่องท้อง หรือมีการติดเชื้อเข้าสู่กระแสเลือดตามมา
สัญญาณของไส้ติ่งอักเสบ
ปวดท้องบริเวณรอบสะดือลงมาถึงท้องด้านล่างขวา
มีไข้
คลื่นไส้
อาเจียน
ไม่อยากอาหาร
ท้องร่วง ท้องผูก ท้องอืด
กล้ามเนื้อหน้าท้องแข็ง
การผ่าตัดไส้ติ่ง
ข้อควรระวังในการผ่าตัดไส้ติ่ง
กำลังตั้งครรภ์ หรือคาดว่ากำลังตั้งครรภ์
มีประวัติการแพ้ยาชนิดใด เช่น แพ้ยาสลบ หรือแพ้ลาเท็กซ์ (สารประกอบในถุงมือแพทย์)
มีประวัติภาวะเลือดออกผิดปกติ
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัดไส้ติ่ง
การทดสอบ แพทย์จะถามประวัติอาการและตรวจร่างกายด้วยการกดบริเวณท้องตามจุดต่าง ๆ เพื่อหาสาเหตุของอาการปวดท้อง และประเมินว่าเป็นลักษณะไส้ติ่งอักเสบหรือไม่ และอาจแนะนำให้ตรวจเลือดหรือฉายภาพรังสีเพิ่มเติมเพื่อประกอบการวินิจฉัย
อาหารการกิน ต้องงดอาหารและเครื่องดื่มอย่างน้อย 8 ชั่วโมงก่อนเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่ง
เตรียมความพร้อม หากทราบล่วงหน้าว่าต้องผ่าตัดไส้ติ่ง ควรแจ้งให้ครอบครัว เพื่อน และบุคคลใกล้ชิดทราบ เพื่อให้บุคคลเหล่านั้นคอยดูแล หรือขับรถรับส่งผู้ป่วยภายหลังการผ่าตัด เนื่องจากนอกเหนืออาการเจ็บปวดที่แผลผ่าตัด อาจมีผลข้างเคียงจากการใช้ยาสลบ ผู้ป่วยอาจมีอาการง่วงซึมและไม่สามารถดูแลตนเองได้
ขั้นตอนการผ่าตัดไส้ติ่ง
การใช้ยาชาและยาสลบ ในการผ่าตัดไส้ติ่ง แพทย์จะใช้ยาสลบและยาระงับความรู้สึกบางชนิดฉีดเข้าไปในเส้นเลือดของผู้ป่วย โดยผู้ป่วยจะไม่รู้สึกตัวตลอดระยะเวลาที่ทำการผ่าตัด แต่ในบางกรณีอาจจำเป็นต้องใช้ยาชาเฉพาะที่ฉีดบริเวณที่ต้องทำการผ่าตัดเพื่อไม่ให้ผู้ป่วยรู้สึกถึงความเจ็บปวด แต่จะยังคงรู้สึกตัวอยู่ตลอดระยะเวลาที่ผ่าตัด
การผ่าตัดผ่านทางหน้าท้อง (Open Appendectomy) แพทย์จะผ่าเปิดช่องท้องบริเวณช่วงท้องด้านล่างขวาเป็นความยาวประมาณ 2-3 นิ้ว แล้วตัดไส้ติ่งซึ่งเป็นอวัยวะที่อยู่เชื่อมติดกับลำไส้ใหญ่ส่วนต้นออก จากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผล วิธีการนี้เป็นวิธีที่สะดวกต่อการทำความสะอาดเนื้อเยื่อและอวัยวะบริเวณใกล้เคียงหากมีการอักเสบของไส้ติ่งจนไส้ติ่งแตก และเป็นวิธีที่เหมาะกับผู้ที่เคยผ่าตัดหน้าท้องมาก่อน
ความเสี่ยงจากการผ่าตัด
การใช้ยาสลบ
อาจทำให้คลื่นไส้ อาเจียน
อาจมีลิ่มเลือดอุดตันที่ขา หากมีลิ่มเลือดไหลไปอุดตันที่ปอด จะก่อปัญหาต่อระบบทางเดินหายใจและการไหลเวียนของเลือด ซึ่งเป็นอันตรายต่อชีวิตได้ แต่มีโอกาสเกิดขึ้นได้น้อยมากหากเป็นการผ่าตัดในช่วงเวลาสั้น ๆ
บริเวณช่องท้องและอวัยวะใกล้เคียง
การเกิดความเสียหายที่เนื้อเยื่อและอวัยวะอื่น ๆ ภายในท้อง
การติดเชื้อที่เนื้อเยื่อและอวัยวะอื่น ๆ ภายในช่องท้อง
การเกิดลำไส้อุดตัน
เยื่อบุช่องท้องอักเสบ
ภาวะเลือดออกในช่องท้อง
การผ่าตัดผ่านกล้อง (Laparoscopic Appendectomy หรือ Keyhole Surgery) แพทย์จะผ่าตัดเปิดช่องเล็ก ๆ บริเวณหน้าท้อง แล้วสอดท่อขนาดเล็กที่เรียกว่า แคนนูล่า (Cannula) เข้าไปตามช่องเพื่อขยายช่องท้องด้วยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ จากนั้นจะสอดอุปกรณ์ที่เรียกว่า แลพพาโรสโคป (Laparoscope) ซึ่งเป็นท่อบาง ๆ ที่มีความยาว มีหลอดไฟและมีกล้องความละเอียดสูงอยู่ที่ปลายท่อ ซึ่งจะคอยส่งสัญญาณภาพให้แพทย์ผ่าตัดพบบริเวณที่เป็นไส้ติ่ง แล้วแพทย์จะใช้อุปกรณ์พิเศษขนาดเล็กสอดเข้าไปในช่องเล็ก ๆ ที่ผ่าบริเวณหน้าท้อง เพื่อทำการตัดแล้วนำไส้ติ่งออกมา จากนั้นจึงทำความสะอาด เย็บปิด และตกแต่งบาดแผลทั้งหมด เป็นเทคโนโลยีการผ่าตัดที่ค่อนข้างเป็นที่นิยม เนื่องจากวิธีนี้จะลดความเสี่ยงที่อวัยวะภายในอาจได้รับผลกระทบจากการผ่าตัดเปิดหน้าท้อง ทำให้เกิดแผลเล็กกว่า และผู้ป่วยสามารถฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันรวดเร็วกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เหมาะกับผู้สูงอายุและผู้ที่อยู่ในภาวะอ้วน
ข้อดี และประโยชน์ของการผ่าตัดผ่านกล้อง
อาการปวดแผลผ่าตัดน้อยหลังผ่าตัด ทำให้ใช้ยาแก้ปวดน้อยลง
ศัลยแพทย์สามารถเห็นรอยโรค หรือพยาธิสภาพได้ชัดเจนจากการขยายของเลนส์กล้อง ทำให้การผ่าตัดมีความปลอดภัยและแม่นยำขึ้น
ลดภาวะแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด และลดอัตราการติดเชื้อ
ลดระยะการอยู่โรงพยาบาล
แผลมีขนาดเล็ก ถ้าผ่านสะดือจะไม่เห็นแผลเป็น
ลดพังผืดหลังผ่าตัด ลดการบาดเจ็บต่อเนื้อเยื่ออื่นๆ
ข้อเสีย และข้อจำกัดของการผ่าตัดผ่านกล้อง
ต้องอาศัยศัลยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ
บางกรณีผู้ป่วยไม่สามารถผ่าตัดได้ เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคปอด โรคหัวใจ หรือผู้ป่วยที่เคยผ่าตัดแบบแผลเปิดขนาดใหญ่มาก่อน
การพักฟื้น และการดูแลหลังผ่าตัด
การผ่าตัดผ่านกล้อง ผู้ป่วยจะสามารถฟื้นตัวได้เร็วกว่าการผ่าตัดแบบเปิดแผล เฉลี่ย 1-2 วัน และผู้ป่วยสามารถเริ่มจิบน้ำ และรับประทานอาหารอ่อนได้ รวมถึงฟื้นตัวได้เร็ว มีภาวะแทรกซ้อนน้อย เจ็บแผลน้อย และสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ ควรรักษาความสะอาดบริเวณแผลผ่าตัดไม่ให้เกิดการอักเสบ ติดเชื้อ รับประทานยาตามที่แพทย์กำหนด ไปพบแพทย์ตามนัดหมายเสมอ สำหรับการตัดไหมจะอยู่ในระยะเวลาเมื่อครบ 7 วัน ทั้งนี้ แพทย์จะนัดกลับมาดูแลและติดตามผลการรักษา หากรู้สึกเจ็บปวด หรือต้องการความช่วยเหลือ ควรรีบขอความช่วยเหลือจากแพทย์ หรือผู้ดูแลทันที
ข้อเปรียบเทียบระหว่างการผ่าตัดทางหน้าท้องเเละการส่องกล้อง
แบบธรรมดาและแบบส่องกล้องแบบธรรมดา
ผ่าตัดบริเวณท้องน้อยด้านขวาขนาด 30 เซนติเมตร
กรณีไส้ติ่งแตกต้องเปิดแผลขนาดยาวกลางท้องเพื่อทำการล้างภายในช่องท้อง
แบบส่องกล้อง
ขนาดเล็ก 120 cm บริเวณสะดือ หัวหนาวและบริเวณท้องน้อยด้านขวา
กรณีที่การวินิจฉัยยังไม่แน่นอนแต่อาการรุนแรง สามารถตรวจสอบโรคได้ดีกว่าการผ่าตัดแบบธรรมดา แผลผ่าตัดน้อยกว่า นอนโรงพยาบาลน้อยกว่า กลับไปดำเนินกิจวัตรประจำวัน เร็วกว่าความสวยงามของแท้ดีกว่าลดภาวะแทรกซ้อน