Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ความวิตกกังวลจากการพรากจาก (บทบาทพยาบาลในการดูแลเด็กที่มีปัญหา…
ความวิตกกังวลจากการพรากจาก
ความหมาย
คือ กลุ่มอาการทางอารมณ์ของเด็กที่เกิดขึ้นเมื่อต้องแยกจากมารดาหรือผู้ดูแลซึ่งเด็กรู้สึกรักใคร่และผูกพันเป็นพิเศษเกิดขึ้นเนื่องจากเด็กเกิดความรู้สึกว่าตนเองนั้นสูญเสียความรักความผูกพันกับบุคคลอันเป็นที่รักเด็กจะรู้สึกขาดความมั่นคงปลอดภัย วิตกกังวล เศร้าใจ ความวิตกกังวลจากการพรากจากของเด็กนี้ จัดว่าเป็นความเครียดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตที่เด็กต้องเผชิญ
บทบาทพยาบาลในการดูแลเด็กที่มีปัญหา
ส่งเสริมให้บิดามารดาให้ความอบอุ่นอย่างใกล้ชิดกับเด็ก เพราะถ้าผู้ดูแลกับเด็กมีความผูกพันใกล้ชิดกันจะทำให้เด็กรู้สึกไว้วางใจ มั่นคง ปลอดภัย
ส่งเสริมให้บิดามารดาให้ความอบอุ่นอย่างใกล้ชิดกับเด็ก เพราะถ้าผู้ดูแลกับเด็กมีความผูกพันใกล้ชิดกันจะทำให้เด็กรู้สึกไว้วางใจ มั่นคง ปลอดภัย
ควรเตรียมเด็กก่อนการพรากจากโดยพูดคุยกับเด็กถึงข้อดีของการไปโรงเรียนเช่นมีเพื่อนเล่น มีขนมให้รับประทาน มีสนามเด็กเล่นและมีของเล่นมากมาย
ในวันแรกของการพรากจากควรให้เด็กได้อยู่กับญาติพี่น้องหรือบุคคลที่เด็กคุ้นเคยมากที่สุดก่อนเพื่อเป็นการช่วยให้เด็กสามารถปรับตัวกับผู้ดูแลคนใหม่ได้ดีขึ้น
การจัดสิ่งแวดล้อมให้มีสิ่งที่เด็กรู้สึกคุ้นเคยอยู่ด้วยจะช่วยลดปฎิกิริยาของการพรากจากได้ เช่นผ้าห่มผืนประจำ ของเล่น ขวดนม ชุดนอนตัวโปรดเด็กจะรู้สึกว่าบิดามารดาหรือผู้ดูแลจะกลับมาหาแนะนำของเหล่านี้กลับบ้านด้วย
จัดกิจกรรมการเล่นให้เด็ก เพื่อลดความรู้สึกการพรากจากเช่น เล่นจ้ะเอ๋ ซ่อนหา หรือเล่านิทานเกี่ยวกับการจากกันแล้วสุดท้ายได้มาพบกันดังเดิม
ลักษณะของพฤติกรรมความวิตกกังวลจากการพรากจากของเด็ก
พฤติกรรมประท้วง (Protest)
เด็กจะแสดงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นอย่างทันทีทันใดเมื่อเด็กเริ่มถูกพรากจากผู้ดูแล โดยเด็กจะแสดงอาการโกรธ มีอารมณ์รุนแรงต่อผู้ดูแล เนื่องจากความคับข้องใจ ด้วยการแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว กรีดร้องเสียงดัง กัด ทุบตี ร้องไห้ สอดส่ายสายตา หาผู้ดูแล ปฎิเสธการดูแลจากบุคคลอื่น เกาะติดแน่นฉุดรั้งผู้ดูแลเป็นต้น พฤติกรรมนี้จะยาวนานเป็นชั่วโมงหรือหลายวัน และการที่มีคนแปลกหน้าเข้ามาอยู่ใกล้เด็กจะแสดงพฤติกรรมประท้วงหรือต่อต้านกับคนแปลกหน้าอย่างรุนแรงมทั้งทางวาจาและทางกาย เช่นตะโกนไล่คน แปลกหน้า ตี เตะ กัด หยิก โดยเด็กจะพยายามปีนป่ายหนีจากเตียงหรือเจ้าหน้าที่
พฤติกรรมสิ้นหวัง (Despair)
เป็นระยะที่ต่อจากระยะต่อต้าน เป็นระยะที่เด็กยังต้องการมารดาหรือผู้ดูแลใกล้ชิดในการปฎิบัติกิจวัตรประจำวันของเด็ก พฤติกรรมระยะนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการต่อต้านไม่ได้ผล เด็กคิดว่าาระยะนี้เกิดขึ้นเนื่องจากการต่อต้านไม่ได้ผล เด็กคิดว่ามารดาหรือผู้ดูแลไม่กลับมาอีก หรือทอดทิ้งไปเลยเด็กจะแสดงพฤติกรรมซึมเศร้า ไม่เกรี้ยวกราด ไม่ร้อง อยู่นิ่งๆ แยกตัว ไม่สนใจสิ่งแวดล้อม ไม่เล่น ไม่พูดไรหรือสื่อสารกับผู้ใด
พฤติกรรมปฎิเสธ Denial or detachment
พฤติกรรมปฎิเสธ Denial or detachment
ปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับความวิตกกังวลจากการพรากจาก
ความผูกผันระหว่างเด็กกับบิดามารดา
เป็นความสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างเด็กที่มีต่อบิดามารดาหรือผู้ดูแลที่สามารถตอบสนองความต้องการของเด็กและปกป้องเด็กได้ทำให้เด็กรู้สึกมีความมั่นคง ปลอดภัย และส่งผลให้มีความมั่นใจในการทำสิ่งต่างๆส่วนเด็กที่ไม่ได้อยู่กับครอบครัวหรืออยู่กับผู้ดูแลที่ไม่ได้ให้ความรักความผูกพันเพียงพอเด็กจะไม่สามารถปรับตัวเมื่อเกิดความวิตกกังวลได้อย่างเหมาะสม
พื้นฐานทางอารมณ์ของเด็ก
เป็นผลมาจากพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อมที่ทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่แตกต่างกันพื้นฐานทางอารมณ์ของเด็กแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม
กลุ่มที่ 1 กลุ่มเด็กเลี้ยงง่ายพบได้มากที่สุดประมาณร้อยละ 60ของเด็กทั้งหมดเด็กกลุ่มนี้จะมีลักษณะการทำงานของร่างกายสม่ำเสมอ ปรับตัวได้รวดเร็วกินง่ายเข้านอนตรงเวลา
กลุ่มที่ 2 กลุ่มเด็กเลี้ยงยากพบได้ประมาณร้อยละ10 จะมีลักษณะตรงกันข้ามกับกลุ่มแรกโดยมีระบบการทำงานของร่างกายไม่สม่ำเสมอตอบสนองต่อสิ่งต่างๆที่เข้ามากระตุ้นด้วยการถอยหนี ปรับตัวยากปรับตัวช้า ต้องใช้เวลานานอารมณ์เสียง่าย การแสดงออกไม่คงที่ในการทำกิจวัตรประจำวันเช่น การกิน การนอน การขับถ่าย หงุดหงิด โวยวายเก่ง
กลุ่มที่ 3 ปรับตัวช้า กลุ่มนี้จะมีการตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่างๆอยู่ในระดับปานกลางต้องใช้เวลาในการฝึกทักษะ เด็กจึงพัฒนาได้ดี พื้นฐานทางอารมณ์ของเด็กมีผลต่อความวิตกกังวลจากการพรากจาก
ผลกระทบของความวิตกกังวลจากการพรากจาก
ด้านการเรียนรู้
ขาดความตั้งใจ การตัดสินใจผิดพลาด สับสน วุ่นวายการเรียนรู้แย่ลง
ด้านร่างกาย
มีการขัดขวางการทำงานของระบบต่างๆในร่างกายและทำให้ภูมิคุ้มกัน
อารมณ์และจิตใจ
อารมณ์จะเปลี่ยนเร็วไวต่อสิ่งกระตุ้น ตื่นตัวดี มีความรู้สึกหวาดหวั่นกลัวตื่นตระหนกตกใจ มีความตึงเครียด
อาจมีพฤติกรรมที่ตอบโต้อย่างเปิดเผย เช่น หงุดหงิด โมโหง่ายโกรธ ท่าทาง กระสับกระส่าย ไม่อยู่นิ่ง