Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มและพัฒนาการวิชาชีพพยาบาล (ผลกระทบทั่วไป (ด้านสังคม,…
ปัจจัยที่มีผลต่อแนวโน้มและพัฒนาการวิชาชีพพยาบาล
ด้านสังคม
สถานการณ์
ประชากร
ระดับการก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ (Aging society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไปมากกว่าร้อยละ 10 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปีมากกว่าร้อยละ 7 ของประชากรทั้งประเทศ
ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
ระดับสังคมผู้สูงอายุโดยสมบูรณ์ (Aged society) มีประชากรอายุ 60 ปีขึ้นไป มากกว่าร้อยละ 20 ของประชากรทั้งประเทศหรือมีประชากรอายุตั้งแต่ 65 ปี มากกว่าร้อยละ 14 ของประชากรทั้งประเทศ
Generation
1.Silent generation
เกิดในช่วง พ.ศ.2468-2485
ชอบความเป็นระเบียบแบบแผน ไม่ชอบความเสี่ยง อนุรักษ์นิยม
2.Baby Boomer Generation
พ.ศ.2486-2503
ทุ่มเทชีวิตให้กับการทำงาน สู้งานอดทน ชอบงานที่มีความมั่นคง ภักดีต่อองค์กร
3.Generation X
พ.ศ. 2504 -2524
ไม่ชอบความเป็นทางการ ให้ความสำคัญกับสมดุลชีวิต มีความคิดสร้างสรรค์ แต่งานช้าลง อยากทำงานที่มีความอิสระ อยากเป็นนายตัวเอง ชอบงานท้าทายและได้ความรู้ใหม่ๆ งานที่ใช้ทักษะหลากหลาย
4.Generation Y
พ.ศ.2525-2548
มีความคิดสร้างสรรค์ ทำหลายสิ่งได้ในเวลาเดียวกัน คุ้นเคยเทคโนโลยี แต่ไม่ค่อยมีความอดทน ไม่ชอบเสี่ยง ทำงานเป็นทีมเก่ง
5.Generation Z
เป็นรุ่นคาบเกี่ยวกับ เจนวายเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี มือถือ หรือ แท็บเล็ต เกิดมาในช่วงเศรษฐกิจเริ่มถดถ้อย เรียนมาก มีพฤติกรรมนั่งๆนอนๆมากขึ้น
เป็นรุ่นคาบเกี่ยวกับ เจนวายเติบโตมาพร้อมกับเทคโนโลยี มือถือ หรือ แท็บเล็ต เกิดมาในช่วงเศรษฐกิจเริ่มถดถ้อย เรียนมาก มีพฤติกรรมนั่งๆนอนๆมากขึ้น
6.Generation Alpha
แอลฟา เกิดหลังเจนแซด เด็กรุ่นนี้เกิดและเติบโตมาพร้อมเทคโนโลยี เป็นกลุ่ม digital natives
7.Generation C
เป็นเจนเนอร์ชันที่ไม่ได้ที่ไม่ได้แบ่งตามช่วงปีเกิด แต่แบ่งตามลักษณะนิสัยที่ต้องมีการเชื่อมต่อตลอดเวลา
ครอบครัว
จากการสำรวจร้อยละของประเภทครัวเรือน จำแนกตามจำนวนครัวเรือน ในปี พ.ศ. 2530-2556 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ครอบครัวเดี่ยวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ดังนี้
ครอบครัวแบบสามีภรรยาไม่มีลูก
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของครอบครัวขยายแบบข้ามรุ่น
นอกจากนี้ยังมีการเพิ่มขึ้นของครอบครัวขยายแบบข้ามรุ่น
จากข้อมูลการสำรวจภาวการณ์ทำงานของประชากร ไตรมาสที่ 3 กรกฎาคม – กันยายน พ.ศ. 2556 – 2559 ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า ในปีพ.ศ. 2556 – 2559 ครอบเดี่ยวมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ แต่ในปี พ.ศ. 2559 ยังคงพบว่าครอบครัวเดี่ยวมีจำนวนครัวเรือนมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 46.6
ครอบครัวเดี่ยว
ครอบครัวแบบพ่อแม่ลูก
ครอบครัวพ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว
ครอบครัวสามีภรรยาไม่มีลูก
ครอบครัวอาศัยอยู่คนเดียว
ด้านสังคม
ยุค Thailand 1.0 : ยุคของเกษตรกรรม มีการปลูกข้าว ทำไร่สวน เลี้ยงสัตว์ เพื่อนำผลผลิตไปขายเพื่อการสร้างรายได้และการประกอบอาชีพ
ยุค Thailand 2.0 : ยุคอุตสาหกรรมเบา เริ่มนำเครื่องมือมาใช้ในการผลิต มีการใช้แรงงานผลิตสินค้า
ยุค Thailand 3.0 : ยุคอุตสาหกรรมหนักและส่งออก เริ่มมีการใช้เทคโนโลยีมากขึ้น ผลิตสินค้าที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น
ยุค Thailand 4.0 คือ การใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีดิจิทัลอย่างเต็มศักยภาพในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน นวัตกรรม ข้อมูล ทุนมนุษย์และทรัพยากร ต้องการนำพาประเทศไทยให้หลุดพ้นจากปัญหากับดัก 3 ด้าน ภายใต้บริบทการปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมไปสู่ความมั่นคง มั่งคั่งและยั่งยืน และสอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (ปี 2560-2574)
วัฒนธรรม
1) อดีต: ยึดหลักพระพุทธศาสนา นอบน้อมขนบธรรมเนียมประเพณีไทย รักสงบ
ปัจจุบัน: มีการรับวัฒนธรรมจากต่างชาติมากขึ้น ได้แก่ ประเทศเพื่อนบ้านอาเซียน อินเดีย จีน และฝั่งตะวันตก
2) ปัจจัยการเปลี่ยนแปลง ได้แก่ เศรษฐกิจ การอพยพย้ายถิ่นฐาน แรงงานข้ามชาติ ความเชื่อวัฒนธรรม เทคโนโลยีและการทดลอง
3) กระแสโลกาภิวัฒน์: การรับวัฒนธรรมตะวันตก มีการเคลื่อนย้ายคนอย่างเสรี
อาหาร
อดีต : ปลูกผักกินเอง, ใช้มือรับประทานอาหาร, ประกอบอาหารรับประทานเอง
ปัจจุบัน : fast food, ใช้ช้อนส้อมและตะเกียบ, นิยมอาหารคลีน, สั่งอาหารแบบออนไลน์, มีการถนอมอาหารโดยใช้สารเคมี
การออกกำลังกาย
อดีต : การวิ่ง, การเดิน, ไม่มีเครื่องออกกำลังกายที่ทันสมัย, เน้นการทำงานบ้าน
ปัจจุบัน : เข้าฟิตเนสในรายที่มีความสนใจแต่ส่วนใหญ่มีพฤติกรรมการออกกำลังกายลดลง, วัยรุ่นติดสื่อออนไลน์จึงไม่ออกกำลังกาย
ประเพณี
อดีต : รักนวลสงวนตัว, เคารพผู้ใหญ่และมีความอ่อนน้อมถ่อมตน, พบปะพูดคุยกับผู้อื่น, มีสัมพันธภาพที่ดีกับผู้อื่น
ปัจจุบัน : ปฏิสัมพันธ์การมีส่วนร่วมลดลง, หลงลืมประเพณีไทย เช่น รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่
ความเชื่อ
อดีต : เชื่อเรื่องภูตผีปีศาจและบาปบุญคุณโทษ, เมื่อเจ็บป่วยจะไปหาพระเพื่อรักษา
ปัจจุบัน : เชื่อในวิทยาศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้
แนวโน้มวิชาชีพพยาบาลและ
แนวทางการแก้ไขในอนาคต
ด้านการบริการ
พัฒนาระบบการดูแลผู้ป่วยที่บ้าน เช่น Home ward ทีมหมอครอบครัว
การใช้ยาอย่างสมเหตุสมผลในผู้สูงอายุ
มีระบบส่งเสริมสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุติดสังคม
มีระบบการแพทย์ทางไกล
มีระบบการส่งต่อผู้ป่วย
ส่งเสริมให้ประชาชนตัดสินใจเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพได้ โดยส่งเสริม Health literacy และ Health education โดยให้ความรู้ ให้สุขศึกษา ที่ส่งเสริมพลังอำนาจของตนเอง
ระบบการพยาบาลเน้นความปลอดภัย ได้มาตรฐาน มีคุณธรรมจริยธรรม มีพฤติกรรมการแต่งกายอย่างมีมาตรฐานเพื่อให้เกิดความเชื่อมั่น และผู้รับบริการพึงพอใจ
ป้องกันโรคอุบัติใหม่ อุบัติซ้ำ และคัดกรองผู้ป่วยไม่ให้เกิดโรคติดต่อเพิ่มมากขึ้น
ให้การพยาบาลข้ามวัฒนธรรมท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่หลากหลาย
ด้านบริหาร
ใช้บุคลากรแบบผสมผสาน (Skill mix) เพื่อแก้ไขอัตรากำลังไม่เพียงพอ โดยให้ทำงานร่วมกันตามทักษะความรู้
จัดอัตรากำลังให้เพียงพอกับจำนวนของผู้รับบริการ
ผู้บริหาร บริหารงานโดยใช้ทักษะการเจรจาต่อรอง ไกล่เกลี่ย และควบคุมการทำงานให้เป็นไปตามมาตรฐาน
สร้างแรงจูงใจต่อพยาบาลรุ่นใหม่โดยมีค่าตอบแทน สวัสดิการ ความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการทำงาน
ใช้วิธีการบริหารแบบ Skill mix การบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยกำหนดเป้าหมายร่วมกันให้เกิดความพึงพอใจและลดปัญหาการฟ้องร้อง
ประเมินผลการปฏิบัติงานแบบ 360 องศา โปร่งใส ยุติธรรม และตรวจสอบได้
ระบบบริหารแบบวงจรคุณภาพ TQM
PDCA และ Deming
ด้านการศึกษา
ปรับปรุงวิธีการสอนโดยทดสอบการปฏิบัติการกับ Simulation
ปรับปรุงวิธีการสอนเป็นแบบ Active learning
จัดอบรมเฉพาะทางการดูแลผู้สูงอายุและจิตเวช
เพิ่มเนื้อหาในหลักสูตรเกี่ยวกับการพยาบาลข้ามวัฒนธรรม
เปลี่ยนรูปแบบการเรียนภาษาอังกฤษโดยเน้นการสื่อสาร
ด้านการวิจัย
เน้นวิจัยแบบงานประจำสู่งานวิจัย R2R และการวิจัยแบบวิจัยเชิงพัฒนางาน R&D เช่น วิจัยส่งเสริมสุขภาพและดูแลผู้สูงอายุจากนวัตกรรม วิจัยเกี่ยวกับความพึงพอใจของผู้รับบริการ วิจัยเกี่ยวกับความต้องการของพยาบาลแต่ละ Generation
ผลกระทบทั่วไป
ประชากร
1.ด้านงบประมาณของรัฐบาลในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มขึ้น จากเบี้ยผู้สูงอายุ และการรักษาพยาบาลที่เพิ่มขึ้น
2.การขับเคลื่อนเศรษฐกิจลดลง เนื่องจาก
วัยทำงานลดลง
3.ปัญหาโรคเรื้อรังเพิ่มมากขึ้น
4.ภาวะพึ่งพิงเพิ่มสูงขึ้น
5.ผู้สูงอายุขาดผู้ดูแล เนื่องจากประชากรวัยทำงานอพยพย้ายถิ่นสู่เมืองมากขึ้น
6.การบริโภคสินค้าและบริการ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์เสริม อาหารสมุนไพรบำรุงร่างกาย เครื่องสำอางชะลอความแก่
ครอบครัว
1.การติดเพื่อน/สารเสพติด การท้องก่อนวัยอันควร จากครอบครัวแบบ พ่อแม่เลี้ยงเดี่ยว ครอบครัวข้ามรุ่น
2.การเกิดภาวะซึมเศร้า เกิดได้จากครอบครัวแบบข้ามรุ่นและครอบครัวที่อาศัยอยู่คนเดียว
Generation
ความแตกต่างในแง่ของความคิด มุมมองหรือทัศนคติ ค่านิยมต่างๆ
เกิดช่องว่างระหว่างวัย ซึ่งส่งผลกระทบต่อการทำงานและการให้บริการได้
ด้านสังคม
มีการใช้เทคโนโลยีแทนแรงงานมากขึ้น ทำให้เกิดการว่างงาน มีหนี้สินเพิ่มขึ้น จึงเกิดความเครียด
2.ใช้เทคโนโลยีในการทำงานมากขึ้น ทำให้คน Gen X ไม่เข้าใจการใช้เทคโนโลยี
มีการขายสินค้าออนไลน์ เช่น ยาลดน้ำหนัก สมุนไพรรักษาโรค หากได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ทำให้ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
มีการวิพากษ์วิจารณ์กระแสสังคมได้ง่ายขึ้น ทำให้เกิดการเข้าใจที่ผิดได้
มีการใช้เครื่องจักรในการเกษตร ทำให้เกิดการทำลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
มีการใช้เทคโนโลยีช่วยในการประกอบอาหาร อาหารแช่แข็ง ทำให้คุณค่าทางสารอาหารลดลงและมีสารเคมีปนเปื้อน
ใช้เวลาส่วนใหญ่ในการเล่นโทรศัพท์ ทำให้สัมพันธภาพลดลง อีกทั้งมีการให้เด็กใช้โทรศัพท์มากขึ้น จึงส่งผลต่อพัฒนาการ ทำให้เด็กสมาธิสั้น
มีการย้ายถิ่นจากชนบทสู่เมือง ทำให้เกิดชุมชนแออัด เกิดมลพิษทางน้ำอากาศ และการเข้ารับบริการไม่ทั่วถึง
อาหาร
เกิดโรคเรื้อรัง เช่น ความดันโลหิต ไขมันในเลือดสูง เบาหวานเป็นต้น
มีน้ำหนักเกินมาตรฐาน
สารก่อมะเร็ง เสี่ยงเกิดโรคมะเร็ง
การออกกำลังกาย
Office syndrome
น้ำหนักเกินมาตรฐาน
ขาดภูมิต้านทาน ร่างกายอ่อนแอ
ประเพณี
ท้องก่อนวัยอันควร
สัมพันธภาพระหว่างบุคคลลดลง
เสี่ยงเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
ความเชื่อ
ขาดการสืบทอดภูมิปัญญา เช่น สมุนไพรที่ใช้ในการรักษา
การรักษาที่ไม่ถูกต้อง เช่น ยาลูกกลอน(มีสาร steroid), กินปัสสาวะ, การพ่นเหล้า(เกิดการติดเชื้อ), ยาขับเลือด
ผลกระทบต่อวิชาชีพ
ด้านการบริการ
ผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น ทำให้มีผู้ป่วยโรคเรื้อรังมากขึ้น โดยผู้สูงอายุแบ่งออกเป็น ผู้ป่วยติดบ้าน ติดเตียง ติดสังคม และผู้ป่วยระยะสุดท้าย ส่งผลให้มีความต้องการในการดูแลผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น
การเข้าถึงบริการสุขภาพของผู้สูงอายุไม่เพียงพอ
ความแตกต่างทางความคิด ลักษณะ และทัศนคติของแต่ละ Generation
1) พยาบาล-พยาบาล: เกิดความขัดแย้งในด้านความคิด และการทำงาน จึงทำให้ปัญหาการลาออกตามมา
2) พยาบาล-ผู้รับบริการ: ในอดีตผู้รับมารับบริการทางด้านสาธารณสุข เพื่อขอความช่วยเหลือ มีความศรัทธา และเชื่อถือในตัวของแพทย์ และพยาบาล แต่ในปัจจุบันผู้รับบริการมารับบริการในรูปแบบผู้ซื้อบริการจึงต้องการบริการที่มีมาตรฐาน จึงทำให้เกิดการฟ้องร้อง
ปัจจุบันสังคมไทยเข้าสู่ยุคดิจิทัลผู้รับบริการสามารถสืบค้นข้อมูลของมาตรฐานการพยาบาล และ สิทธิของผู้ป่วย
มีความต้องการการดูแลทางด้านจิตใจเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากปัญหาครอบครัวไม่อบอุ่น
เกิดการระบาดของโรคติดต่อจากการอพยพแรงงานข้ามชาติมากขึ้น
การรับข้อมูลทางด้านสุขภาพที่ไม่ถูกต้อง
การเปิด AEC ทำให้มีปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างผู้รับบริการ-พยาบาล
เกิดความต้องการทางด้านบริการที่หลากหลายทางวัฒนธรรม
มีความต้องการการบริโภคสินค้า และบริการ เพื่อสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุเพิ่มมากขึ้น เช่น ผลิตภัณฑ์เสริม สมุนไพรบำรุงร่างกาย เครื่องสำอางชะลอความแก่
ด้านบริหาร
อัตรากำลังของพยาบาลเฉพาะทางในการให้บริการด้านจิตใจ ผู้สูงอายุ และเด็กที่มีปัญหาไม่เพียงพอ
พยาบาลเกิดการลาออกจากการขัดแย้งภายในองค์กร
เกิดปัญหาการฟ้องร้อง
ผู้รับบริการขาดความเชื่อมั่นจากการให้บริการที่มีพฤติกรรมบริการ และการแต่งกายเหมาะสม
ด้านการศึกษา
ผู้รับบริการไม่เชื่อมั่นในการให้บริการของนักศึกษาพยาบาล
วิธีการสอนวิชาผู้สูงอายุยังไม่สามารถนำความรู้ด้านทฤษฎีนำไปสู่การฝึกปฏิบัติได้
หลักสูตรเฉพาะทางผู้สูงอายุมีน้อย
หลักสูตรเฉพาะทางจิตเวชไม่สู่การบริการสุขภาพด้านปฐมภูมิ
ปัญหาการสื่อสารจากการเปิด AEC
ด้านการวิจัย
วิจัยด้านการดูแลผู้สูงอายุมีน้อย
ปัจจุบันงานวิจัยเน้นเชิงวิชาการไม่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง