Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Coarctation of Aorta (การตีบแคบของ aorta) (อาการ (มีความดันโลหิตที่แขนสูงก…
Coarctation of Aorta (การตีบแคบของ aorta)
อาการ
มีความดันโลหิตที่แขนสูงกว่าขา
มีอาการเขียวเฉพาะส่วนล่างของร่างกาย ในรายที่เส้นเลือดเกินยังเปิดอยู่ เลือดดำบางส่วนจะไหลผ่านเส้นเลือดเกินผ่าน aorta ส่วนปลายไปเลี้ยงร่างกานส่วนล่าง ทำให้เขียวบริเวณปลายเท้าจากมีออกซิเจนน้อย
หายใจหอบเหนื่อย มีเลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่เพียงพอ ในรายที่มีการตีบแคบมากเส้นเลือดเล็กเกินไปทำให้เลือดไปเลี้ยงร่างกายไม่พอ
อ่อนเพลีบ ไม่มีแรง ปวดขา เท้าเย็น เพราะขาดเลือดไปเลี้ยง ปวดศีรษะ หน้ามืดตาลาย วินเวียน
รักษา
1.รักษาด้วยยา ให้ยาควบคุมความดันเลือดและยาขับปัสสาวะ
2.รักษาด้วยการผ่าตัด ผ่าตัดส่วนที่แคบออกและนำปลายทั้ง 2 ข้าง ที่ถูกตัดมาเย็บติดกันหรือใช้วัสดุผนังหลอดเลือดเทียมตกแต่งเนื้อเยื่อถ้าส่วนทีตีบนั้นไม่สามารถตัดออกได้ทำเป็นทางเบี่ยง
3.ทำบัลลูน เป็นการสวนหัวใจด้วยสายสวนชนิดที่สามารถทำให้ปลายสายโป่งพองและถ่างขยายเส้นเลือดได้
4การใส่สเต็นท์ เป็นการสวนหัวใจ
การวินิจฉัย
การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ จะช่วยบอกตำแหน่งและความรุนแรงของการตีบแคบ
การตรวจสวนหัวใจ เลือกทำเฉพาะที่มีภาวะหัวใจวายร่วม หรือมีภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างเท่านั้น เพราะการตรวจสามารถบอกการตีบแคบได้ดี
การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ อาจพบปกติหรือพบมีหัวใจหัวล่างขวาโตในทารก เนื่องจากหัวใจห้องล่างขวาต้องบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนขาโดยผ่านทาง PDA และหัวใจห้องล่างซ้ายในเด็กโตถ้าพบหัวใจห้องล่างขวาโตอย่างเดียวมักแสดงถึงความดันในหลอดหลอดเลือดแดงสูงมาก
การถ่ายภาพรังสีทรวงอก พบหัวใจห้องล่างโต และมี ascending aorta ในรายที่มีภาวะหัวใจวายร่วม พบมีขนาดหัวใจโต พบหลอดเลือดที่ปอดมากขึ้น
ภาวะแทรกซ้อน
หัวใจวาย เนื่องจากเลือดอดงไหลออกทาง arota ได้น้อยเป็นเวลานาน ทำให้มีการคั่งของเลือดในหัวใจ กล้ามเนื้อหัวใจจะหนาตัวขึ้น หัวใจบีบตัวไม่เต็มที่และต้องบีบบ่อยครั้งมากขึ้นเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย ทำให้หัวใจวายตามมา
มีความดันโลหิตที่แขนสูงกว่าขา เนื่องจากเลือดแดงจากหัวใจห้องล่างซ้ายไหลผ่านบริเวณที่ตีบแคบไปได้น้อย อาจจมีเลือดดำเดาหล
พยาธิสภาพ
การตีบแคบของหลอดเลือดของ aoeta เกิดจากการหนาตัวของชั้น media ของหลอดเลือด จะขัดขวางการไหลเวียนเลือดในหลอดเลือดแดง aorta เป็นผลให้ความดันในหลอดเลือดบริเวณส่วนบนที่อยุ่เหนือรอยตีบเพิ่มขึ้นคือ บริเวณศีรษะ ระยางส่วนบนและความดันเลือดส่วนปลายหรือส่วนเท้าที่อุดตันคือบริเวณลำตัวและระยางค์ส่วนล่างลดลง ทำให้มีโอกาสเกิดการแตกของหลอดเลือดในสมอง จากการมี cerrebral aneurysm โดยเฉพาะรายที่มีความดันสูงในระยางค์ส่วนบน ลักษณะการไหลเวีบนเลือดจะขึ้นกับตำแหน่งของกาาตีบแคบก่อน PDC (preductal COA ) จะมีเลือดผ่านส่วนที่ตีบแคบได้ยาก ทำให้ความดันโลหิตส่วนที่ตีบแคบลดลง ทำใหห้เลือดดำในหลอดเลือดแดงพัลโมนารี่ไหลผ่าน PDA ได้เกิดการลัดวงจรจากขวาไปซ้ายเพื่อไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายส่วนล่าง เกิดอาการเขียวได้เเต่ถ้าการตีบแคบเกิดบริเวณ PAD หรือหลัง PDA เลือดไปเลี้ยงร่างกายส่วนล่างยาก ความดันส่วนที่ตีบเพิ่มขึ้น ทำให้เลือดแดงลัดวงจรผ่าน PDA ไปปอดเพิ่มขึ้น เลือดจากปอดกลับสู่หัวใจมากกขึ้น เกิดภาวะหัใจวายได้ และทำให้ความดันเลือดในปอดสูงขึ้น
ยา
Spironolactone (สไปโรโนแลคโตน)
Amlodipine (แอมโลดิปีน)