Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Lung Cancer with malignant Pleural effusion (Nursing Process…
Lung Cancer with malignant Pleural effusion
Preliminary data
Chief complaints
มีอาการเหนื่อย หอบ จึงมาพบแพทย์
Present illness
2เดือนก่อนมาโรงพยาบาลผู้ป่วยมีอาการ เหนื่อย หอบ มีO2อยู่ที่บ้าน เหนื่อยหอบมากขึ้น ต้องon o2 cannular 4LPM มาตรวจพบว่ามี pleural effusionจึงมาแอดมิทที่โรงพยาบาล
Past illness
ผู้ป่วยมีโรคประจำตัว hypertension diabetes DLP และเป็น CA lung มาประมาณ 3 ปี
General Appearance
ผู้ป่วยหญิงวัยสูงอายุ อายุ83ปี ผมสั้นมีสีขาว ผิวแห้งไม่ค่อยมีความชุ่มชื้น ที่แขนซ้ายมีขนาดบวมกดบุ๋ม ทีแขนขวามีขนาดเล็กไม่บวมเท่าแขนซ้าย ผู้ป่วยon ventilator PS mode on retain foley catherter ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเอง แต่ช่วยเหลือได้บ้าง
30ตุลาคม2562
ผูัป่วยสูงอายุ อายุ83ปี ผมสั้นสีขาว ผิวหนังแห้งไม่ค่อยชุ่มชื่น ผู้ป่วย on TT-tube with ventilator pcmv mode Fio2 0.3 pc16 PEEP 5 RR 14
ที่แขนซ้ายบวมกดบุ๋มระดับ2 แขนขวากดบุ๋มระดับ1 ผู้ป่วยon pcd ที่ข้างขวา ปริมาณ 100ml. on retain foley catheter ปริมาณ 1200ml. on injection plug ที่ขาขวา เพื่อให้ยา Bactrim+5%DW500ml v q8hr drip in3hr.และ morphine(1:5) v.drip 5ml/hr (1mg/hr)
Nursing Process
ผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจ
ข้อมูลสนับสนุน
มีเสมหะที่เหนียวข้นและจำนวนมากในปากและหลอดลม
ผล Chest X ray พบ pleural effusion
ปริมาณสารคัดหลั่งที่ออกมาจาก PCD มีสีเหลืองมีตะกอน ปริมาณ 50 ml
WBC 18.83 10x3 uL (12/10/62) - Neutrophil= 77.9%(12/10/62) - Lymphocyte =12.1% (12/10/62)
pleura (Fluid) cluture พบ stenotrophonas maltophilia
วัตถุประสงค์
การติดเชื้อในการหายใจดีขึ้น
เกณฑ์ประเมินผล
V/S อยู่ในเกณ์ปกติ T=36.5-37.4องศาเซลเซียส P = 60-100 bpm RR = 12-24 bpm BP systolic 90-140 diastolic 60-90 mmHg
ไม่พบเชื้อใน pleura Fuid และ chest x-ray ไม่พบ pleural effusion WBC 5-10 10x3 uL Neutrophil อยู่ในช่วง 48.1-71.2% Lymphocyte 21.1-42.7
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินการติดเชื้อ ได้แก่การดูปริมาณ สี กลิ่นชองเสมหะและสารคัดหลั่ง
ประเมินและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมงเพื่อประเมินภาวะติดเชื้อ
สังเกตการท างานของเครื่อง ventilator หากในสายและในกระบอกมีน้ าค้างให้เทน้ าออก สังเกตดู humidifier ไม่ให้มีอุณหภูมิที่สูงเกินไป
จัดท่านอนไม่ให้ทับสาย PCD และไม่ให้สาย PCD ดึงรั้ง ดูแลถุงของ PCD ให้อยู่ต่ ากว่าระดับแผลไม่ วางไว้บนพื้น และท าความสะอาดแผลที่ได้รับการเจาะระบายน้ าออกโดยยึดหลัก sterile technique หากเคลื่อนย้ายพลิกตะแคงตัวต้องคอยจับสาย PCD ไม่ให้ดึงรั้ง ระวังการเลื่อนหลุด
ดูแลให้ได้รับการท าความสะอาดปากฟันก่อน การดูดเสมหะและการรับประทานอาหาร
ดูแลไม่ให้เสมหะมีการคั่งค้าง โดย การ สั่นปอด และดูดเสมหะ
ล้างมือก่อนและหลังให้การพยาบาลทุกครั้งและแนะน าให้ญาติล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย
ดูแลให้ได้รับประทานอาหารตามที่ รพ.ก าหนดคือเป็นสูตร genDM BD(1.5:1) 300x 4 feed ml + protein 60 cal/ml โดยเฉพาะไข่ขาวเพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานของร่างกาย
ดูแลให้ได้รับยาCiprofloxacin INJ USP 400 mg 100 ml รักษาการติดเชื้อในปอด และเฝ้าระวัง อาการข้างเคียง ได้แก่ ท้องเสีย คลื่นไส้ แสบร้อนกลางอก ปวดหัว หายใจล าบาก
ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ WBC neutrophils lymphocytes ผลการตรวจpleura (Fluid) ติดตามดู chest x- ray เพื่อดูปริมาณของสารคัดหลั่งว่ามีการลดลงหรือไม่
มีภาวะพร่องออกซิเจนเนื่องจากประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง
ข้อมูลสนับสนุน
มีเสมหะเป็นจำนวนมากไม่สามรถไอขับออกได้เอง
SD- ผู้ป่วยพยักหน้าเมื่อนักศึกษาพยาบาลตำรวจถามว่า “คุณยายรู้สึกเหนื่อยรึป่าวคะ”
ผู้ป่วยหายใจเร็ว RR 32ครั้ง/นาที
ผลการตรวจ pleural fluid(ปี 2559) พบว่า positive for malignant cells, few, morphologically favor adenocarcinoma
ผล chest x-ray(21/08/62) พบ Right pleural effusion
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินอาการพร่องออกซิเจน เช่น ดูการหายใจ ระดับความรู้สึกตัว ริมฝีปากม่วง ปลายมือปลายเท้า เขียว สีของเล็บ
จัดท่านอน High flower's position 30-45 องศาเพื่อให้ปอดขยายอย่างเต็มที่
ดูแลให้ป่วยพักผ่อนบนเตียง เพราะการพักผ่อนบนเตียงจะช่วยลดการใช้อออกซิเจนในการทำกิจกรรม
สอนการไออย่างมีประสิทธิภาพเพราะการไออย่างมีประสิทธิภาพจะลดการคั่งค้างของเสมหะ
ประเมิน vital signs ทุก 4 ชวั่โมง เพื่อประเมินสัญญาณชีพช่วยให้ทราบความอิ่มตัวของออกซิเจนในเลือด
ฟังเสียงปอดเพื่อดูความผิดปกติได้แก่ เสียง crepitation เสียงลมที่ผ่านเข้าปอด
ดูแลให้ได้รับการสั่นปอด Suction เพื่อระบายเสมหะไม่ให้เกิดการคั่งค้างโดยพิ่มปริมาณ O2 หลังดูด เสมหะทุกครั้งโดยบีบ ambu bag ให้ผู้ป่วยระหว่างดูดเสมหะ ใช้เวลาในการดูดไม่เกิน 10-15 นาทีต่อ การดูดเสมหะหนึ่งครั้งและปรับแรงดันที่ใช้ในการดูดเสมหะไม่เกิน 150 mmHg
ดูแลใส่าย PCD เพื่อระบายน้ำในเยื่อหุ้มปอดออกและดูแลไม่ให้สายหักพับงอ และเลื่อนหลุด ไม่นอนตะแคงทับสาย PCD และคอย irrigate สาย drain ไม่ให้อุดตัน คอยสังเกตการเลื่อนหลุดของ สาย drainโดยดูจาก discharge ว่ามีการซึมออกมานอกก๊อซหรือไม่ และต าแหน่งไหมมีการขยับ ออกมาหรือไม่ นอกจากนี้ต้องสังเกตสีและปริมาณ exudate ที่ออกมาจาก PCD
ตรวจสอบกระบอกวัดความชื้นให้มีน้ำตลอดเวลาระวังไม่ให้น้ำอยู่ต่่ำกว่าที่กำหนดไม่ให้น้ำอยู่สูงกว่า ระดับที่กำหนดเพราะจะทำให้แรงดันขณะหายใจเข้าทำให้น้ำเข้าหลอดลมได้ อุณหภูมิของน้ำในการทำความชื้นอยู่ระหว่าง 35-36 องศาเซลเซียส
ดูแลให้ได้รับการ on ventilator setting PS mode และดูแลไม่ให้ท่อช่วยหายใจหักพับงอ และ สังเกต ดูค่า VT ให้อยู่ในช่วง 294-420 ml ดูค่า Fio2ให้เป็น 0.3 ค่า Ppeak = 19 cmH20 RR rate ไม่เกิน 35 bpm
ตรวจสอบ ET-tube ให้อยู่ในต าแหน่งที่เหมาะสม mask ที่ 20 และ cup pressure อยู่ที่ 20-30 mmHg
ดูแลให้ได้รับยา Mysoven 200 mg granule ทุก 4 hr tid. pc.ช่วยให้เสมหะที่เหนียว เหลวขึ้นขับ ออกได้ง่าย และเฝ้าระวังอาการข้างเคียง ได้แก่ซึม ง่วงนอน ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นลมพิษ
ดูแลให้ได้รับยา Fentanyl 50 mg vein stat เพือให้กล้ามเนื้อเรียบคลายตัวไม่เกิดภาวะ tachycardia ลดภาวการณ์หายใจต้านเครื่องช่วยหายใจเฝ้าระวังอาการข้างเคียงจากการได้รับยาคือ คลื่นไส้ อาเจียน มีไข้ เกิดการกดการหายใจ และมีเหงื่อออกมาก ซึ่งบางอาการอาจไม่จ าเป็นต้องรับการรักษา
ติดตามผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่ Hb ดิดตาม chest x-ray
วัตถุประสงค์
ผู้ป่วยได้รับออกซิเจนอย่างเพียงพอ
เกณฑ์การประเมินผล
ไม่มีอาการเหนื่อยหอบ หรือนอนราบไม่ได้
ผู้ป่วยไม่มีภาวะ cyanosis ได้แก่ ริมฝีปากม่วง ปลายมือปลายเท้าเขียว
RR = 12-35 ครั้ง/ นาที Pulse = 60-100 ครั้ง/นาที BP= systolic 90-140 mmHg diastolic 60-90 mmHg
เสมหะไม่เหนียวข้น
เครื่อง ventilator on ventilator mode PS mode VT = 294-420 ml RR rate ไม่เกิน 35 bpm ค่า Fio2ให้เป็น 0.3 Ppeak = 19 cmH20
O2 saturation = 95-100 %
.มีแผลกดทับเนื่องจากผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ข้อมูลสนับสนุุน
ที่ coccyx มีแผลกดทับ stage2
สีขาวไม่มี discharge เส้นผ่าศูนย์กลาง1.5 เซนติเมตร
ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ Motor power แขนขวา grade 4 แขนซ้าย grade 3 ขาขวา และขาซ้าย grade 1
ก้นแดงและขาหนีบ บริเวณรอบรูทวารแดง
วัตถุประสงค์
แผลกดทับของผู้ป่วยมีขนาดเล็กลงและไม่เกิดแผลกดทับบริเวณส่วนอื่นเพิ่มเติม
เกณฑ์การประเมินผล
รอยแดงบริเวณก้นจางลง
Braden score < 14 คะแนน
แผลกดทับสีแดงดี เริ่มมีเนื้อเยื่อมาปกคลุม
ไม่มีแผลกดทับบริเวณอื่นเพิ่ม
ผิวหนังบริเวณแผลกดทับไม่มีการอับชื้น
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินลักษณะ ต าแหน่ง ขนาด ของแผลกดทับ และประเมินดูผิวหนังบริเวณรอบๆว่าแห้ง และอับชื้น หรือไม่
ประเมิน vital signs ทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินความเปลี่ยนแปลงของร่างกายหาก อุณหภูมิสูงจะส่งผลให้ ผิวหนังบริเวณแผลกดทับเกิดการฉีกขาดและอักเสบได้ง่าย
ดูแลให้ได้รับการพลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง โดยใชผ้้ายกตัว
จัดผ้าปูที่นอนให้เรียบตึง แห้งและสะอาดอยู่เสมอ
ดูแลผิวหนังบริเวณต่างๆไม่ให้แห้งโดยทาครีมหรือโลชั่นให้ผิวหนังชุ่มชื้นขึ้น
.เปลี่ยนแพมเพิสทุกครั้งที่มีการขับถ่ายหรือปัสสาวะและเช็ดท าความสะอาดให้เรียบร้อยดูแลไม่ให้อับชื้น และ ทาครีม cavilon หลังจากเช็ดท าความสะอาดเพื่อลดรอยแดงและการระคายเคือง
.ดูแลความสะอาดทั่วๆไปของร่างกาย (personal hygeine)
ท าความสะอาดแผลโดยใช้หลัก aseptic technique
ดูแลเพื่อให้ผู้ป่วยนอนพักผ่อนอย่างเพียงพอวันละ 6-8 ชั่วโมง 12. ประเมิน braden score ทุก 3 วันเพื่อดูความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับเพิ่ม
ประเมิน braden score ทุก 3 วันเพื่อดูความเสี่ยงในการเกิดแผลกดทับเพิ่ม
.บันทึกลักษณะ ขนาด และต าแหน่งแผลลงในใบบันทึกแผลกดทับ โดยบันทึกทุก3วันเพื่อดูความ เปลี่ยนแปลงของแผลกดทับ
ภาวะแทรกซ้อนจากการได้รับยาระงับความปวด (opioid)
ผลข้างเคียง
สังเกตการเปลี่ยนแปลงทางสรีระ เช่นความดันโลหิตสูงหรือลดต่ำลง
sedetion score
ติดตามสัญญาณชีพ การกดการหายใจ
ท้องผูก
คลื่นไส้อาเจียน
สับสนและDelirium
กล้ามเนื้อกระตุก (myoclonus)
ปัสสาวะคั่ง
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยได้รับยา morphine (1:5) v.drip 5ml./hr (1mg/hr)
ผู้ป่วยไม่ถ่าย 3วัน
ผู้ป่วยคลื่นไส้ อาเจียน
วัตถุประสงค์
ผู้ป่วยไม่มีอาการข้างเคียงจากยา เช่น คลื่นไส้อาเจียน ท้องผูก กล้ามเนื้อกระตุก เป็นต้น
เกณฑ์การประเมินผล
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินสัญญาณชีพทุก4ชั่วโมง เพื่อประเมินการเปลี่ยนแปลงของความดันโลหิต และการหายใจ
ประเมิน sedetion scrore
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษา หากผู็ป่วยเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน onsia 1*2 po ac. และติดตามอาการข้างเคียง
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยา senokot*2hs.prn ถ้าหากผู้ป่วยไม่ถ่าย
การประเมินผล
ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระ 2ครั้ง
มีการติดเชื้อในระบบทางเดินปัสสาวะ
ข้อมูลสนับสนุน
มีไข้ 38.1 องศาเซลเซียส
ปัสสาวะมีลักษณะขุ่นเป็นตะกอนสีขาว
ผลurine exam พบ
WBC 20.14*10^3/uL
เกณฑ์การประเมินผล
น้ำปัสสาวะใส ไม่มีตะกอน
อุณหภูมิร่างกายไม่เกิน 37.4 องศาเซลเซียส
ผลการตรวจปัสสาวะได้ค่าปกติ
กิจกรรมการพยาบาล
ดูแลความสะอาดบริเวณperiniumอยู่เสมอ โดยเฉพาะบริเวณรอบๆสายสวนปัสสาวะ (foley catheter)
สังเกตลักษณะ ปริมาณ และสีของน้ำปัสสาวะ
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับน้ำให้เพียงพอต่อความต้องการ อย่างน้อยวันละ2,000ซีซี
บันทึกปริมาณน้ำที่ผู้ป่วยได้รับและปริมาณปัสสาวะที่ออกทุก8hr
ประเมินอุณหภูมิร่างกายทุก4hr
ดูแล foley catheter ให้อยู่ในระบบปิด (closed system) โดยการไม่ปลดข้อต่อระหว่างสายสวนปัสสาวะกับถุงรองรับปัสสาวะ
ดูแลถุงรองรับปัสสาวะ (urine bag)ให้อยู่ต่ำกว่ากระเพาะปัสสาวะและให้อยู่สูงกว่าพื้นเสมอ เพื่อป้องการติดเชื้อ เนื่องจากปัสสาวะไหลย้อนกลับ
ดูแลให้ปัสสาวะไหลลงurine bagได้สะดวก ดูแลสายไม่ให้หัก พับ งอ
เปลี่ยนfoley catheter เมื่อพบว่าปัสสาวะมีตะกอนหรือเกิดความผิดปกติ
ใช้หลัก Aseptic techniqueในการเทปัสสาวะออกทุกครั้ง
ติดตามผลการตรวจปัสสาวะทางห้องปฏิบัติการ
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาตามแผนการรักษา Bactrim+5%DW500ml v q8hr drip in3hr. และสังเกตอาการข้างเคียง เช่น คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย และเบื่ออาหาร
การประเมิผล
ผู้ป่วยมีไข้ 38.1 องศาเซลเซียส
ปัสสาวะมีลักษณะขุ่นเล็กน้อย
30ตุลาคม2562 ปัสสาวะมีลักษณะมีสีเหลือง ใส ไม่มีตะกอน มีปริมาณ1200ml. ผู้ป่วยมีอุณหภูมิร่างกาย 37.5 องศาเซลเซียส
อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนหลังจากการทำ Tracheostomy
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยทำtracheostomy day0
เกณฑ์ประเมินผล
ผูัป่วยไม่มีภาวะแทรกซ้อนหลังผ่าตัด
กิจกรรมการพยาบาล
รับผู้ป่วยกลับจากห้องผ่าตัด
ประเมินและวัด vital signเมื่อกลับจากห้องผ่าตัด
observe bleeding
ดูแลทำความสะอาดบาดแผลทุกวัน ตามหลักaseptic technique
ให้ยาบรรเทาปวดตามแผนการรักษา morphine(1:5) v.drip 5ml/hr (1mg/hr)และประเมิน sedetion score
การประเมินผล
Pathophysiology
มะเร็งปอดเป็นโรคซึ่งมีการเจริญของเซลล์ในเนื้อเยื่อปอด อย่างควบคุมไม่ได้ การเจริญนี้นำไปสู่การแพร่กระจาย มีการรุกรานเข้าไปในเนื้อเยื่อข้างเคียงและแทรกซึมเข้าไปในอวัยวะนอกปอด มะเร็งปอดมีอยู่ 2 ชนิดใหญ่ คือ มะเร็งปอดชนิดเซลล์เล็ก(Small cell lung cancer) และมะเร็งปอดชนิดเซลล์ไม่เล็ก (Non-small cell lung cancer; NSCLC) ของมะเร็งปอดทั้งหมด
สาเหตุ
การสูบบุหรี่
สารก่อมะเร็งจากสิ่งแวดล้อม
อาหารและสารต้านอนุมูลอิสระ
อาการและอาการแสดง
กลุ่มที่ไม่แสดงอาการของโรค
กลุ่มอาการที่เกิดจากก้อนมะเร็งกดเบียดบริเวณหลอดลม ทำให้มีอาการไอ ไอปนเลือด หายใจหอบ
กลุ่มอาการที่เกิดจากรอยโรคกดเบียดอวัยวะอื่นในช่องทรวงอก เช่นกดเบียดหลอดอาหาร ทำให้มีการกลืนติด กดเบียดเยื่อหุ้มปอด หรือเยื่อหุ้มหัวใจ ทำให้เกิดการสร้างสารน้ำสะสมในเยื่อหุ้มปอดและเยื่อหุ้มหัวใจ
อาการแสดงจากการแพร่กระจายไปสู่อวัยวะนอกทรวงอก แพร่ไปตามการไหลเวียนโลหิตและน้ำเหลือง
อาการแสดงจากมะเร็งหลั่งสารหรือฮอร์โมนทำให้ผู้ป่วยมาด้วยอาการ paraneoplastic syndromes
การแบ่งชนิดของมะเร็งปอด
Non small cell cancer (NSCLC)
Adenocarcinoma
Large cell carcinoma
Squamous cell carcinoma
Small cell lung cancer (SCLC)
ยาและสารน้ำที่ผู้ป่วยได้รับ
ยากลุ่ม Expectorants and antitussives drugs ยา Mysoven 200 mg granule ทุก 4 hr tid. pc
ผลข้างเคียง
ซึม ง่วงนอน ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นลมพิษ (ปราณี ทู้ไพเราะ, 2559, น.141)
คุณสมบัติและการออกฤทธิ์
ซึม ง่วงนอน ท้องเสีย คลื่นไส้ อาเจียน ผื่นลมพิษ (ปราณี ทู้ไพเราะ, 2559, น.141)
1
การพยาบาล
ดูแลให้ได้รับยาตามหลัก 6 R
สังเกตอาการข้างเคียงจากการได้รับยา
ฟังเสียงปอด และฟังเสียงการหายใจ
ยากลุ่ม Laxatives and enemas Senolax 2 tab OD hs
คุณสมบัติและการออกฤทธิ์
ออกฤทธิ์หลังทาน 12 ชม.แบคทีเรียจะช่วยย่อย glycosides เป็น glucose และ emodins กระตุ้นปลายประสาทล าไส้ใหญ่ ท าให้ล าไส้เคลื่อนไหวและเพิ่มน้ าและเกลือแร่ในล าไส้ (ปราณี ทู้ไพเราะ, 2559, น.227)
ผลข้างเคียง
ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ หาก ใช้นานจะท้องเสีย (ปราณี ทู้ไพเราะ, 2559, น.227)
การพยาบาล
1.ดูแลให้ได้รับยาตามหลัก 6 R
2.ดูแลให้รับยาก่อนนอน สังเกต อาการข้างเคียงจากการได้รับยา และไม่ให้ยาสัมผัสความร้อน
ยากลุ่ม Proron pump inhibitor Omeprazole capsules 20 mg 1 tab OD AM
คุณสมบัติและการออกฤทธิ์
ยับยั้งการท างานเอมไซม์ H+,K+ATPase ยับยั้ง H+จากเซลล์ parietal ของกระเพาะอาหารจึงยับยั้งการสร้างกรดใช้ลดการ หลั่งกรดในกระเพาะอาหารเพื่อป้องกันการเกิดstress induced ulcer (ปราณี ทู้ไพเราะ, 2559, น.202)
ผลข้างเคียง
คลื่นไส้ อาเจียน ปวดท้อง ปวดศีรษะ(ปราณี ทู้ไพเราะ, 2559, น.202)
การพยาบาล
ดูแลให้ได้รับยาตามหลัก 6 R
สังเกตอาการข้างเคียงจากการได้รับยา
3.ให้ยาก่อนอาหารในตอนเช้า
กลุ่ม Fluoroquinolone Ciprofloxacin INJ USP 400 mg 100 ml
ผลข้างเคียง
ท้องเสีย คลื่นไส้ แสบร้อน กลางอก ปวดหัว หายใจ ล าบาก (ธีระศักดิ์ ธ ารงธีระกุล, 2559, น.36)
คุณสมบัติและการออกฤทธิ์
ยับยั้งกระบวนการสังเคราะห์ DNA ผ่านการยับยั้งเอนไซม์ดีเอ็น เอ ไจเรส (DNA gyrase) และเอนไซม์โทพอยโซเมอเรส 4 (topoisomerase IV) ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ส าคัญในกระบวนการ เพิ่มจ านวนของ DNA (ธีระศักดิ์ ธ ารงธีระกุล, 2559, น.36)
การพยาบาล
ดูแลให้ได้รับยาตามหลัก 6 R
สังเกตอาการข้างเคียงจากการได้รับยา
สังเกตอาการบวมแดงร้อน หรือมี phlebitis
กลุ่ม anticholinergic Inhalex forte 4 ml พ่น โดยเครื่องพ่นยา ครั้งละ 1 หลอด ทุก 6 ชั่วโมง
ผลข้างเคียง
ตาบวม หน้าบวม ปากคอแห้ง
คุณสมบัติและการออกฤทธิ์
เป็นยาที่มีส่วนประกอบของ ipratopium bromide และ fenoterol ซึ่งยา fenoterol เป็นยาขยายหลอดลมในกลุ่มยา β2 agonist ช่วยขยายหลอดลมลดโดยยับยั้งการท างานของ muscarinic recepter ที่กล้ามเนื้อเรียบในหลอดลมท าให้ลดการหดเกร็งของ หลอดลม( พรรณิภา สืบสุข,2559, น.420)
การพยาบาล
ดูแลให้ได้รับยาตามหลัก 6 R
สังเกตอาการข้างเคียงจากการได้รับยา
ประเมินอาการก่อนพ่นยา และหลังพ่นยา