Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Case 1ผู้ป่วยชาย อายุ 28 ปี open fracture of the right leg :star:_ …
Case 1ผู้ป่วยชาย อายุ 28 ปี
open fracture of the right leg
:star:_ :star:
พยาธิสภาพ :check:
กระดูกหักแบบเปิด(Open fracture )การหักของกระดูกที่มีบาดแผลทะลุจากภายในหรือภายนอกเข้าถึงบริเวณแตกหักของกระดูกซึ่งอาจมีบาดแผลแต่ไม่มีกระดูกโผล่หรือมีบาดแผลร่วมกับมีชิ้นกระดูกที่หักโผล่ออกมานอกแผลมีโอกาส shock จากการเสียเลือดหากเป็นการบาดเจ็บจากการทําเกษตรกรรมหรือบาดเจ็บในน้ำมีโอกาสฝนเพื่อนเชื้อแบคทีเรียและบาดทะยักสูงผู้ป่วยต้องได้รับยาปฏิชีวนะวัคซีนป้องกันบาดทะยักและการได้รับการผ่าตัดภายใน 8 ชั่วโมงเพื่อตัดเนื้อตายออกในระยะยาวหากรักษาไม่ดีจะทำให้มีโอกาสกระดูกไม่ติดแขนขาผิดรูปพิการหรือขาดเลือดและกล้ามเนื้อหดรัดตัวและดึงร้านได้ความรุนแรงของกระดูกมีแผลเปิด
อวัยวะเสียหน้าที่และความมั่นคง
อวัยวะเสียหน้าที่และความมั่นคงจะพบได้ชัดเจนในกระดูกยาวหักเช่นกระดูกแขนกระดูกขาหรือกระดูกสันหลังซึ่งจะทำให้รูปร่างและการทำหน้าที่ของกระดูกเสียไปรวมทั้งการเสียหน้าที่และความมั่นคงของกล้ามเนื้อที่ยึดกระดูกยึดเอ็นยึดข้อและเอ็นยึดกล้ามเนื้อ
มีเลือดออก
มีเลือดออกจำนวนเลือดที่ออกจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสาเหตุและความรุนแรงเลือดที่ออกอาจจะอยู่รอบบริเวณปลายกระดูกที่หักหรือเลือดอาจจะไหลแทรกซึมเข้าไปยังกล้ามเนื้อที่อยู่รอบกระดูกหักถ้ามีแผลเปิดจะเห็นเลือดไหลออกจากบริเวณแผลหากมีบาดเจ็บของหลอดเลือดแดงร่วมด้วยเลือดจะไหลพุ่งตามจังหวะชีพจรแต่ถ้าบาดเจ็บที่หลอดเลือดดำจะไหลรินเลือดออกมากอาจจะทำให้เกิดอาการช็อคจากการเสียเลือดได้
การเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทที่อยู่รอบๆบริเวณกระดูกที่หัก
การเกิดอันตรายต่อเส้นประสาทที่อยู่รอบๆบริเวณกระดูกที่หักเมื่อมีการเคลื่อนไหวบริเวณที่กระดูกหักแม้เพียงเล็กน้อยก็ทำให้เกิดความเจ็บปวดขึ้นได้จากการที่กล้ามเนื้อรอบๆบริเวณนั้นมีการเกร็งและหดตัว
อาการ/อาการแสดง :check:
ปวดกระดูกหรือรอบ ๆ บริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ
เกิดอาการบวมบริเวณกระดูกที่ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ยังเกิดรอยช้ำและเลือดออกจากผิวหนัง
เคลื่อนไหวแขนขาได้น้อย หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลย
เคลื่อนไหวแขนขาได้น้อย หรือเคลื่อนไหวไม่ได้เลย
มีเสียงกรอบแกรบเกิดจากปลายกระดูกเสียดสีกันcrepitation
มีอาการชาหรืออ่อนแรงของกล้ามเนื้อหรืออวัยวะถ้ามีอันตรายต่อเส้นประสาทบริเวณรอบๆกระดูกหักให้เคลื่อนไหวไม่ได้
ผิดรูปเมื่อเกิดกระดูกหักรูปร่างของกระดูกจะเปลี่ยนไปเช่นแขนขาบิดหมุนผิดปกติกระดูกโก่งงอช้อนเกยกันหากกระดูกต้นคอขวาหรือกระดูกต้นขาท่อนบนหักขาจะสั้นลงและหมุนออกด้านนอก
การวินิจฉัย :check:
ซักประวัติ
ตรวจร่างกาย
เอกซเรย์กระดูก
CT scan
MRI
ประเมินบาดแผลบริเวณที่ได้รับบาดเจ็บ
การตรวจทางห้องปฏิบัติการพื้นฐาน
การรักษา :check:
Open Reduction Internal Fixation(ORIF): Plate-Screws
การผ่าตัดเพื่อจัดกระดูกที่หักให้เข้าที่ โดยใช้วัสดุต่างๆ เช่น แผ่นเหล็ก (plate) แท่งเหล็กปลายแหลม (pin) ลวด (wire) สกรู (screw) หรือแกนดามกระดูก (nail) ยึดตรึงกระดูกที่หักไว้ เพื่อช่วยในการสมานกันของกระดูก ข้อบ่งชี้ของการใส่โลหะยึดตรึงกระดูกรยางค์ภายใน
การตัดเนื้อตาย (Debridement technique)
Debridement
การตัดเนื้อตาย และนำสิ่งแปลกปลอมออกจากแผล
การรักษาด้วยยา
ยาปฏิชีวนะ
ยาบรรเทาอาการปวด
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล :check:
มีความไม่สุขสบายจาก
การปวดขาขวาจากการได้รับอุบัติเหตุ
ตรวจวัดสัญญาณชีพ
ตรวจร่างกาย ประเมินระดับความรุนแรงของ
โรคและอาการบาดเจ็บ
ดูแลให้ผู้ป่วยนอนพักนิ่งๆ
ช่วยแพทย์ในการตรวจรักษาทำหัตถการต่างๆ
ติดตามประเมินผลการตรวจชันสูตร การตรวจ
ทางรังสีให้กับผู้ป่วยและรายงานแพทย์ทราบ
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการตรวจรักษาตาม
แผนการรักษาของแพทย์อย่างครบถ้วน
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับยาแก้ปวดตามแผนการ
รักษาของแพทย์
มีภาวะไม่สมดุลของ
เกลือแร่และสารอาหารในร่างกาย
ดูแลให้ได้รับสารน้ำตามแผนการรักษาของ
แพทย์
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับอาหารที่ครบถ้วนและ
ถูกต้องตามแผนการรักษา โดยแนะนำญาติหรือผู้ดูแลใน
การจัดอาหารให้แก่ผู้ป่วย และก่อนนำอาหารให้ผู้ป่วยรับ
ประทาน ดูแลตรวจสอบความถูกต้องก่อนทุกครั้ง5. ดูแลสุขภาพอนามัยช่องปากของผู้ป่วย การ
อมลูกกวาด หรือการเคี้ยวหมากฝรั่ง อาจช่วยให้การรับรส
ได้ดีขึ้น
3.ประเมินภาวะขาดสารอาหาร
4.จัดสิ่งแวดล้อม บรรยากาศในการรับประทาน
อาหาร พูดคุยเป็นกำลังใจ กระตุ้นให้รับประทานอาหาร
5.ติดตามผล I/O
มีโอกาสเกิดการติดเชื้อเนื้อมีเนื้อเยื่อฉีกขาด
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับการฉีดยาปฏิชีวนะตามแผนการรักษาแพทย์ ถูกต้อง ครบขนาด
2.ดูแลให้ได้รับการพักผ่อน นอนหลับอย่างเพียง
พอในแต่ละวัน
3.ดูแลให้ดื่มน้ำมากๆ หากไม่มีการจำกัดน้ำ
4.แนะนำการปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เช่น ไม่กลั้น
ปัสสาวะ ดูแลความสะอาดอวัยวะสืบพันธ์ และร่างกาย
สูญเสียภาพลักษณ์ เนื่องจากความสามารถในการเคลื่อนไหวลดลง
1.ประเมินอาการ ความรู้สึกของผู้ป่วย
2.เปิดโอกาสให้ผู้ป่วยได้ระบายความรู้สึกต่อตนเอง พยาบาลรับฟังอย่างเข้าใจ
3.พยาบาลแนะนำแนวทางการรักษาแก่ผู้ป่วยให้ทราบ 4.ติดตามอาการของผู้ป่วยอย่างใกล้ชิด