Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ทฤษฎีความสูงอายุ, นางสาวอารยา ชูระเชตุ เลขที่ 107 รหัสนักศึกษา…
ทฤษฎีความสูงอายุ
ทฤษฎีทางชีวภาพ (Biological Theories)
คือ
เป็นทฤษฎีที่อธิบายความชราทางชีววิทยาซึ่งเกี่ยวกับกระบวนการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่เกิดขึ้นในร่างกายสิ่งมีชีวิตทุกชนิด
ประกอบไปด้วยทฤษฎี ดังต่อไปนี้
ทฤษฎีอนุมูลอิสระ (Free radical Theory)
ความสูงอายุเกิดจากการสะสมสารที่เกิดจากการเผาผลาญไขมันโปรตีน และคาร์โบไฮเดรตร่วมกับ การได้รับการกระตุ้นจากความร้อน แสง และรังสีก่อให้เกิดสารที่เรียกว่า อนุมูลอิสระ
เมื่อมีอนุมูลอิสระจะเข้าทําลายโปรตีน เอ็นไซด์ และ DNA
ส่งผลให้อวัยวะมีความเสื่อมลง ร่างกายทําหน้าที่ลดลง
แนวคิดใหม่ที่สอดคล้องกับทฤษฎีอนุมูลอิสระ
ทฤษฎีจํากัดพลังงาน
(Caloric Restriction or Metabolic Theory)
ซึ่งเชื่อว่าการจํากัดพลังงานในอาหารที่รับประทานจะช่วยชะลอกระบวนการเผาผลาญในร่างกายให้ช้าลงโดยเฉพาะไขมัน
ทฤษฎีสะสม (Accumulation Theory)
สารไลโปฟัสซิน (Lipofuscin)
เป็นสารสีเหลืองที่ประกอบด้วยไขมันและโปรตีน
พบในเซลล์ของกล้ามเนื้อหัวใจ ตับและเส้นประสาท
สารนี้เป็นผลผลิตของการเผาผลาญไขมันไม่อิ่มตัว
มีผลเสียต่อร่างกายจะมีผลต่อการกระจายและการขนส่งสารที่จําเป็นในร่างกาย
ทฤษฏีนี้เกิดจากสารไลโปฟัสซิน (Lipofuscin)
ทฤษฎีการเชื่อมตามขวาง (Cross - Linking Theory)
หรือทฤษฎีคอลลาเจน (Collagen Theory )
เชื่อว่าความสูงอายุว่าเมื่อมีอายุมากขึ้นโปรตีนบางตัวจะเปลี่ยนแปลงลักษณะไขว้ขวางกันและอาจจะขัดขวางกระบวนการเผาผลาญในร่างกายโดยอุดกั้นทางเดินระหว่างภายนอกกับภายในเซลล์ของสารอาหารและของเสียที่เกิดขึ้น หน้าที่การทํางานจึงลดลง
สารไขว้ขวาง
คอลลาเจน
เป็นผลให้เกิดความเสื่อมของอวัยวะ
ผิวหนัง
ผนังหลอดเลือด
เลนซในลูกตา ทําให้มีความทึบแสงมากขึ้นและกลายเป็นต้อกระจก (cataracts)
อิลาสติน
สารที่อยู่ภายในเซลล์
สารที่อยู่นอกเซลล์เป็นกลุ่มสารเส้นใยโปรตีนที่ประกอบ
เป็นโครงร่างของร่างกายย เป็นเนื้อเยื่อประคับประคองและให้ความแข็งแรงพบมากในผิวหนัง กระดูกและกล้ามเนื้อ
ทฤษฎีพันธุกรรม (Genetic Theory)
ทฤษฎีนี้เชื่อว่าความสูงอายุถูกควบคุมด้วยพันธุกรรม
มนุษย์สามารถคาดอายุขัยได้ นั่นคือ ครอบครัวใดที่พ่อ – แม่ – ปู่ – ย่า ตา– ยาย อายุยืน ลูกย่อมมีอายุยืนด้วย
ทฤษฎีระบบประสาทต่อมไร้ท่อและภูมิคุ้มกัน
(Neuroendocrine-Immunologic Theory)
ทฤษฎีนี้เชื่อว่าความสูงอายุเป็นผลร่วมกันของการเปลี่ยนแปลงระบบประสาท/ต่อมไร้ท้อ่และระบบภูมิคุ้มกันที่ทําหน้าที่ลดลง หรือแตกต่างจากเดิม
การทํางานของ B cell ร่างกายสร้าง antibody ต่อต้าน antigen ที่จําเพาะลดลง เมื่ออายุมากขึ้น มีผลทําให้ มีโอกาสติดเชื้อได้ง่าย
ทฤษฎีความเสื่อมโทรม (Wear and tear theory)
ทฤษฎีนี้ได้เปรียบเทียบคนคล้ายกับเครื่องจักร
เมื่ออายุมากขึ้น จึงเกิดการตายของเซลล เนื้อเยื่อ
อวัยวะและระบบต่าง ๆ ในร่างกายจะทํางานเสื่อมลง
ควรมีการส่งเสริมสุขภาพและการชะลอ
ความเสื่อมของร่างกายเพื่อชะลอความเสื่อม
ทฤษฎีความสูงอายุเชิงจิตสังคม (Phychosocial theory)
การเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและสังคมของผู้สูงอายุมักจะมี
ผลกระทบพร้อม ๆ กันซึ่งขึ้นอยู่กับบุคลิกภาพสถานภาพ
วัฒนธรรม เจตคติ โครงสร้างครอบครัวและการมีกิจกรรมในสังคม
ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องมี ดังนี้
ทฤษฎีความต่อเนื่อง (Continuity Theory)
ผู้สูงอายุจะมีความสุขในการทํากิจกรรมต่าง ๆ ได้ขึ้นอยู่กับ
บุคลิกภาพและแบบแผนการดําเนินชีวิตที่มีมาในอดีตที่แต่ละคนเคย
ปฏิบัติมาก่อน
ควรมีการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุมีการตัดสินใจที่จะเลือกก เพื่อให้ผู้สูงอายุมีความพึงพอใจและไม่ขัดแย้งต่อความรู้สึกภายในผู้สูงอายุ
เชื่อว่าบุคลิกภาพและรูปแบบพฤติกรรมไม่เปลี่ยนแปลงไปเมื่ออายุมากขึ้นคนเราพยายามรักษาทุกอย่างให้เหมือนเดิมมากที่สุด คงไว้ซึ่งบุคลิกภาพเดิม ๆ เพื่อรักษาความมั่นคงให้กับชีวิต
ทฤษฎีการมีกิจกรรม (Activity theory)
การกระตุ้นให้ผู้สูงอายุได้มีกิจกรรมต่อไปเพื่อความมั่นคงและอยู่ในสังคมได้อย่างมีคุณค่าและผาสุกต่อไป
ทฤษฎีนี้ส่งเสริมการทํากิจกรรมต่อไป ไม่ยอมรับการเป็นผู้สูงอายุเร็วเกินไป
ทฤษฎีการถดถอย (Disengagement Theory)
เมื่อถึงวัยผู้สูงอายุจะสามารถยอมรับในบทบาทและหน้าที่ของตนเองลดลง
เชื่อว่าความสูงอายุเป็นกระบวนการถดถอยออกจากการดําเนินชีวิตในสังคมเมื่อมีปฏิสัมพันธ์ลดลงการเปิดโอกาสให้บุคคลรุ่นใหม่เข้ามาทําหน้าที่แทนโดยเป็นความพึงพอใจทั้งตัวผู้สูงอายุและคนรุ่นใหม
พยาบาลจะต้องให้การดูแลผู้สูงอายุที่แตกต่างกัน สนับสนุนความรู้สึกมีคุณค้าเป็นสมาชิกในสังคม
แนวคิดพัฒนกิจชีวิตของอิริคสัน (Erikson,s DevelopmentalTasks)
การเป็นผู้สูงอายุที่มีสุขภาพจิตดี อยู่บนพื้นฐานของ
การประสบความสําเร็จในการเผชิญพันธะกิจในแต่ละขั้นตอนของชีวิต
สิ่งที่ผู้สูงอายุควรปฏิบัติคือ การหาความหมายของชีวิตเพื่อเสริม
ความรู้สึกมีศักดิ์ศรี ซึ่งจะช่วยให้ผู้สูงอายุยอมรับการเปลี่ยนแปลง
พัฒนกิจที่สําคัญในวัยผู้สูงอายุ
การปรับตัวต่อความเจ็บป่วย
การเตรียมตัวเองเข้าสู่วาระสุดท้ายของชีวิต
การชื่นชมกับชีวิตในอดีต
ใช้ชีวิตที่เป็นอิสระมากขึ้น หาจุดหมายใหม่ของชีวิต
ทําบทบาทใหม่เพื่อดําเนินชีวิตต่อไปอย่างมีความหมาย
ทฤษฎีของเพค (Peck, Concept)
ขยายแนวคิดของ Erikson ให้เฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับการสร้างความรู้สึกมีศักดิ์ศรีในตนเอง
ผู้สูงอายุควรสร้างความรู้สึกพึงพอใจในตนเองในฐานเป็น
คนคนหนึ่ง ไม่ใช่จากการมีบทบาทในสังคม
ควรหาความสุขทางใจมากกว่า หมกมุ่นกับความจํากัดของร่างกาย
ควรมองหรือสะท้อนคิดถึงอดีตที่ประสบความสําเร็จอย่างชื่นชมแทนการมองระยะเวลาที่เหลืออยู่ในชีวิต
นางสาวอารยา ชูระเชตุ เลขที่ 107
รหัสนักศึกษา 62111301110