Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษาที่6 หญิงไทย อายุ 32 ปี - Coggle Diagram
กรณีศึกษาที่6 หญิงไทย อายุ 32 ปี
(CC) : ปวดขมับสองข้าง 5 hr PTA
(PI) : 5 hr PTA ปวดตุบๆที่ขมับทั้งสองข้าง ก่อนมีอาการปวดศีรษะผู้ป่วยไปออกกำลังกายกลางแดด หลังจากนั้นมีอาการตาพร่าและต่อมามีอาการปวดศีรษะ ผู้ป่วยเคยมีประวัติปวดศีรษะเป็นๆหายๆ เดือนละ 1-2 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 20 ปี
การตรวจร่างกาย (PE)
Vital sign : T=37 ° C , P=78 ครั้ง/นาที, R=20 ครั้ง/นาที, BP 110/70 mmHg GA : Thai adult female.BW 55 kg , Hight 156 cm.
Problem list
-Headache
Differential diagnosis
1.Migrain (ไมเกรน)
Tension headache (ปวดศีรษะจากความเครียด ) 3.Vascular headache (ปวดศีรษะจากหลอดเลือด)
Impression
Migrain (ไมเกรน)
Migrain (ไมเกรน)
ทฤษฎี
อาการที่พบได้บ่อยที่สุดของโรคไมเกรน คือ อาการปวดศีรษะ มักจะเป็นการปวดศีรษะแบบตุ๊บๆ ข้างเดียว แต่อาจพบลักษณะการปวดแบบตื้อๆในทั้งสองฝั่งได้ อาการปวดศีรษะนี้มักพบร่วมไปกับ อาการคลื่นไส้อาเจียน มีความรู้สึกไวต่อแสงและเสียง ผู้ป่วยมักมีอาการปวดศีรษะอยู่หลายชั่วโมง หรืออาจปวดนานเป็นวันได้
สาเหตุ การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในผู้หญิง ความเครียด สภาพแวดล้อม เช่น แสงจ้าหรือแสงแฟลช เสียงดัง กลิ่นที่รุนแรง หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศแบบฉับพลัน การใช้ยาบางชนิด การนอนหลับไม่เพียงพอ หรือมากเกินไป ออกกำลังกายอย่างหักโหม หรือทำกิจกรรมที่ต้องเคลื่อนไหวร่างกายมากเกินไป การสูบบุหรี่ อาการถอนคาเฟอีน การอดอาหาร หรือการรับประทานอาหารไม่เพียงพอ
การวินิจฉัยไมเกรนอาศัยประวัติเป็นหลัก โดยเฉพาะหากลักษณะการปวด, ความผิดปกติทาง สายตามีอาการคล้ายๆเดิมทุกครั้ง แต่ หากผู้ป่วยมีอาการใหม่ที่ลักษณะแตกต่างจากเดิมมาก มีการสูญเสียการมองเห็นหรืออาการอ่อน แรงอย่างถาวร ควรต้องตรวจเพิ่มเติมด้วยการถ่ายภาพจากคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI) เพื่อหาสาเหตุความผิดปกติของเส้นเลือดในสมอง อีกทั้งกลุ่มผู้ป่วยที่เพิ่งเริ่มมีอาการไมเกรนเป็นครั้งแรก เมื่อตอนอายุมากซึ่งพบได้ไม่บ่อยนัก อาจต้องพิจารณาการตรวจหาสาเหตุเพิ่มเติมเป็นพิเศษ
การรักษาไมเกรนแบ่งออกเป็นสองจุดประสงค์หลักๆ ได้แก่ การรักษาอาการปวดเฉียบพลัน และ การรักษาเพื่อป้องกันการกลับเป็นซํ้า, ลดความรุนแรงของโรค วิธีที่ง่ายที่สุดเพื่อป้องกันการเป็นซํ้า คือพยายามหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้นอาการ ทั้งอาหาร กลิ่น ยาคุมกําเนิด การอาศัยยาเพื่อป้องกันโรค จําเป็นต้องใช้ยาอย่างต่อเนื่อง จึงแนะนําในผู้ป่วยที่มีอาการไมเกรนบ่อยและรุนแรงเท่านั้น การใช้ ยาแอสไพรินวันละครั้ง สามารถลดความถี่ของอาการได้
คำแนะนำ ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะไมเกรน นอนพักในที่มืดและเงียบสงบ ประคบเย็นบริเวณศีรษะ ปรับพฤติกรรมการนอน และการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
กรณีศึกษา
อาการ ผู้ป่วยมาด้วยอาการปวดตุบๆที่ขมับทั้งสองข้าง ก่อนมีอาการปวดศีรษะผู้ป่วยไปออกกำลังกายกลางแดด หลังจากนั้นมีอาการตาพร่า และต่อมามีอาการปวดศีรษะ ผู้ป่วยเคยมีประวัติปวดศีรษะเป็นๆหายๆ เดือนละ 1-2 ครั้ง ตั้งแต่อายุ 20 ปี
สาเหตุ ก่อนมีอาการผู้ป่วยได้ออกกำลังกายกลางแดดมา
Tension headache (ปวดศีรษะจากความเครียด )
ทฤษฎี
อาการปวดมักเริ่มบริเวณท้ายทอย ร้าวมาที่ขมับทั้งสองบ้างแล้วปวดทั้งศีรษะ การปวดศีรษะชนิดนี้อาจพบร่วมกับการปวดศีรษะไมเกรนได้ หรืออาจมีอาการกดเจ็บที่หนังศีรษะร่วมด้วยกรณีที่มีอาการเรื้อรัง จะมีอาการปวดบ่อยกว่า 15 วันต่อเดือการวินิจฉัย โดยอาศัยลักษณะการปวดชนิดกดหรือบีบ หรือ รัดแน่น
การรักษา กรณีไม่เรื้อรังให้กินยาแก้ปวดรรรมดากรณีที่เป็นเรื้อรังควรนึกถึงโรคซึมเศร้า ซึ่งจะมีอาการอื่นๆ ร่วมด้วย การรักษาไม่ควรให้ยาแก้ปวดธรรมดาเนื่องจากจะไม่ได้ผล และอาจมีอาการถอนยาเมื่อหยุดยาทำให้ปวดศีรษะมากขึ้น ควรให้ ยาamitiptyline เริ่มขนาด 10-25 มก.เพิ่มได้ถึง 50 มก.ก่อนนอน ควรให้ยาติดต่อกันนาน 3-6 เดือน หากหยุดยาแล้วมีอาการอาจให้นานเป็นปีการรักษาด้วยวิธีอื่น เช่น การฝึกผ่อนคลายกล้าม เนื้อ การออกกำลังกายสม่ำเสมอ และการสวดมนต์ทำสมาธิเป็นต้นน เป็นเวลา 6 เดือนหรือนานกว่า สาเหตุของการเกิด ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ใช้สายตามากเกินไป
คำแนะนำ ผู้ป่วยควรป้องกันไม่ให้กำเริบ โดยการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ อย่าปล่อยให้หิว อย่าคร่ำเคร่งกับงานมากเกินไป หลีกเลี่ยงการใช้สายตาจนเมื่อยล้า ออกกำลังเป็นประจำ หาทางผ่อนคลายความเครียดด้วยวิธีต่างๆ ถ้จำเป็นควรกินยาป้องกันตามที่แพทย์แนะนำ
Cluster headache (ปวดศีรษะเป็นกลุ่มเป็นช่วง)
อาจเกิดอาการ โดยไม่มีสาเหตุกระตุ้นหรือเกิดอาการหลังดื่มสุรามักจะเกิดอาการปวดศีรษะข้างเดียวอย่างรุนแรงทันทีพร้อมกับมีน้ำมูกน้ำตาไหลทางข้างที่ปวด รูม่านตา(pupil) ข้างนั้นอาจจะหรี่เล็ก และหนังตาข้างนั้นอาจจะตกลง และผิวหนังของข้างที่ปวดอาจจะแดงและอุ่นกว่าอีกข้างหนึ่งด้วย อาการปวดมักจะเกิดในเวลากลางคืน และปลุกคนให้ตื่นขึ้นอาการปวดจะคงอยู่ประมาณ 1-2 ชั่วโมง แล้วก็จะหายทันทีเป็นปลิดทิ้ง
สาเหตุ มาจากการทำงานผิดปกติของสมองส่วนไฮโปทาลามัสซึ่งทำหน้าที่ควบคุมระดับฮอร์โมน อุณหภูมิ การนอนหลับ และความดันภายในร่างกาย ซึ่งอาจทำให้เส้นเลือดบริเวณใบหน้ำขยายใหญ่ขึ้นจนไปกดทับเส้นประสาทบนใบหน้า และกระตุ้นความรู้สึกไปยังสมองมากผิดปกติ จึงทำให้เกิดอาการปวดหัวลักษณะนี้ขึ้น
การวินิจฉัย แพทย์สามารถวินิจฉัย Cluster Headache ได้โดยสอบถามอาการของผู้ป่วยประกอบกับตรวจร่างกายทางระบบประสาทและสมอง โดยทดสอบการทำงานของเส้นประสาทความรู้สึก และการตอบสนอง หากพบความผิดปกติ แพทย์อาจเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT Scan) หรือเอกซเรย์คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (MRI Scan)เพื่อดูความผิดปกติของต่อมใต้สมองและส่วนอื่น ๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของ Cluster Headache เช่น เนื้องอก หลอดเลือดสมองโป่งพอง เป็นต้น
การรักษา ให้กินยาแก้ปวด เช่น แอสไพริน พาราเซตามอลดรั้งละ 1-2 เม็ด กินซ้ำได้อีก 1-2 เม็ด ในครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง ถ้าไม่ดีขึ้นอาจให้กินยาไดอะซีแพม 1-2 เม็ด ร่วมด้วยเพื่อช่วยลดความกังวลหรือความเครียด
คำแนะนำไม่อยู่บนที่สูง ไม่อยู่ในสถานที่ที่มีความร้อน ไม่ทำกิจกรรมที่ต้องออกแรงมาก หลีกเลี่ยงของที่มีกลิ่นแรง และอาหารที่มีไนเตรต ไม่ดื่มแอลกอฮอล์ ไม่สูบบุหรี่ และไม่ใช้สารเสพติดอื่นๆใช้ยาเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและทำให้เกิดอาการปวดหัวน้อยลง เช่น สเตียรอยด์ เมลาโทนิน
แผน Investigate
การซักประวัติ –มีอาการคลื่นไส้อาเจียนก่อนมีอาการหรือไม่ –ระยะเวลาที่ปวดประมาณกี่นาที –มักจะปวดช่วงทำกิกรรมใด
Treatment
6.1 การรักษาด้วยยา ซึ่งประกอบด้วย 2 กลุ่มหลัก คือ ยาระงับปวด และยาเพื่อป้องกันโดยหลักการแล้วยาระงับปวดจะแนะนำให้รับประทานเป็นครั้งคราวเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรเทาจากอาการปวด พออาการดีขึ้นให้หยุดใช้ ส่วนยาเพื่อป้องกันให้รับประทานต่อเนื่องทุกวันตามที่แพทย์สั่ง แพทย์จะแนะนำให้รับประทานยาเพื่อป้องกันก็ต่อเมื่อปวดศีรษะบ่อย เช่น สัปดาห์ละ 1 - 2 ครั้ง ขึ้นไป หรือแม้จะปวดไม่บ่อย แต่รุนแรงมากหรือนานต่อเนื่องกันหลายวัน ยาป้องกันไมเกรนนั้นมีอยู่หลายชนิดจะต้องเลือกชนิดและปรับขนาดยาให้เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยแต่ละราย แนะนำให้รับประทานยาป้องกันต่อเนื่องจนอาการสงบลงนานอย่างน้อย 3 -6 เดือน จึงค่อยๆหยุดยาได้ เมื่อกำเริบขึ้นอีกจึงเริ่มรับประทานใหม่
6.2 การรักษาที่ไม่ใช้ยา ได้แก่ การประคบเย็น การนวด กดจุด การทำกายภาพบำบัดเพื่อผ่อนคลายกล้มเนื้อรอบศีรษะและคอ การนอนพัก การนั่งสมาธิ หรือ การคลายเครียดด้วยวิธีต่างๆ อาจพอช่วยให้บรรเทาอาการปวดได้บ้าง สิ่งที่สำคัญ คือ หลีกเลี่ยงปัจจัยที่จะกระตุ้นให้เกิดอาการปวดต่างๆ เสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางธรรมชาติจากการออกกำลังกายสม่ำเสมอ การดูแลสุขภาพจิตใจ การรักษาระดับอารมณ์ให้คงที่แจ่มใสและรู้จักการผ่อนคลายความตึงเครียดก็เป็นการรักษาที่สำคัญ
Health education
ทำกิจกรรมที่ช่วยให้ผ่อนคลาย หลีกเลี่ยงปัจจัยที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการปวดศีรษะไมเกรน นอนพักในที่มืดและเงียบสงบ ประคบเย็นบริเวณศีรษะ ปรับพฤติกรรมการนอน และการรับประทานอาหาร ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
บรรณานุกรม
อนวรรณ ศิลปะกิจ .อาการปวดศีรษะ.สืบค้นเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2563, จากMicrosoft Word - 10headache (mahidol.ac.th).