Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผ้ปู่วยที่มีการอักเสบและมีไข้, นางสาวอรจิรา น้อยเสนา 6203400078 -…
การพยาบาลผ้ปู่วยที่มีการอักเสบและมีไข้
1.การเกิดการอักเสบ (Inflammation)
สาเหตุ
การถูกการกระทบกระแทกทำให้เนื้อเยื่อฉีกขาดฉีกขาดถูกทำลายเช่นถูกยิง มีดบาด ถูกทุบ
2.สารเคมีภายนอกเช่นกรด ด่างชนิดเข้มข้นและสารเคมีที่เกิดขึ้นภายในร่างกาย เช่น น้า ย่อยที่มีความเป็นกรดมากเกินไปในกระเพาะอาหาร
อุณหภูมิที่เยน็ หรือร้อนจดัเกินไป
รังสีหรือแสงแดด
ภาวะที่ขาดเลือดมาเลี้ยงเนื้อเยื่อบริเวณนั้น
จุลินทรียต่างๆ เช่นไวรัส แบคทีเรีย พยาธิ
ปฏิกิริยาของแอนติเจน(antigen)และแอนติบอดี(antibody)
การเกิดปฏิกิริยาอักเสบ
การเกิดปฏิกิริยาการอักเสบเกิดได้เป็น
ปฏิกิริยาเฉพาะที่และปฏิกิริยาทั่วร่างกายโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อ ป้องกันการขยายพื้นที่การถูกทำลายของเนื้อเยื่อ กระตุ้น ให้เกิดกลไกการซ่อมแซมเนื้อเยื่อที่ถูกทำลาย
กระบวนการเปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงระดับเซลล์
1.1)การเปลี่ยนแปลงภายในเซลล์และหลอดเลือด
1.2)การเปลี่ยนแปลงนอกเซลล์
การเปลี่ยนแปลงของระบบอวยัวะในร่างกาย
มีเม็ดเลือดขาวในกระแสเลือดมากกว่าปกติซึ่งเรียกภาวะน้ำกลูโคไซโตซิส (leukocytosis) สารละลายที่เกิดจากปฏิกิริยาของเนื้อเยื่อ อาจแพร่กระจายไปตามกระแสเลือดหรือแพร่ไปตามระบบน้ำเหลืองของร่างกายทำใหเ้กิดผลกระทบกบัร่างกายทั่วไป
หลักการพยาบาลเพื่อลดการอักเสบ
การป้องกนัการบาดเจ็บที่อาจเกิดมากขึ้นโดยการกำจัดสาเหตุของการอักเสบ ลดการกดทับ
ลดการอกัเสบที่มีอยู่เดิมและส่งเสริมการซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
เทคนิคปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลดการอักเสบของเนื้อเยื่อ
การประคบร้อน
หลอดเลือดหดตัวเกิดการลดการซึมออกขององค์ประกอบเลือดนอกหลอดเลือดทำให้ไม่เกิดการบวมจากการมีน้ำอยู่ระหว่างเซลล์มาก
การประคบเย็น
หลอดเลือดเกิดการขยายตัวเลือดมีการมาเลี้ยงบริเวณเนื้อเยื่ออักเสบมากขึ้นเม็ดเลือดขาวที่ทำหน้าที่ กำจัดสารมีจำนวนเพิ่มขึ้นและท่อน้ำเหลืองขยายทำให้ เกิดการระบายของเสียออกได้ดีขึ้น
การเกิดไข้(Fever)
กระบวนการผลิตความร้อน
ศูนยค์วบคุมอุณหภูมิอยู่ที่ Hypothalamus ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วอุณหภูมิร่างกายคนมักมีการเปลี่ยนแปลงในรอบวันไม่ต่างเกิน 1องศาเซลเซียส
การเคลื่อนไหวออกกำลังกายของกล้ามเนื้อ
การรับประทานอาหาร
อุณหภูมิของสิ่งแวดล้อม
ความสูง น้ำหนักตัว พื่นที่ผิวกาย
เพศ อายุ อารมณ์ ความเครียด
ฮอร์โมน เช่น thyroid hormone
ระบบการควบคุมอุณหภูมิของร่างกายมนุษย์
เมื่อร่างกายได้รับการกระตุ้นจากความร้อนหรือความเย็น ทั้งภายในและภายนอกร่างกาย โดยผ่านนระบบประสาทสัมผัสจึงมีการส่งขอ้มูลต่อไปยงัศูนย์ประมวลผล
ศูนย์ประมวลผลข้อมูลจะอยู่บริเวณสมองคือไฮโปทาลามัสเซลล์ประสาทในส่วนนี้จะไวต่อความร้อน
กลไกการตอบสนองต่อการปรับอุณหภูมิ การตอบสนองต่อความเย็น การตอบสนองต่อความร้อน
วิธีการประเมินความผิดปกติของการผลิตความร้อนของร่างกายและการเกิดไข้
การวัดอุณหภูมิทางปาก (Oral temperature)
การวัดอุณหภูมิทางรักแร้ (axillary temperature)
การวัดอุณหภูมิทางทวารหนัก (rectal temperature)
การวัดอุณหภูมิที่ผิวหนัง (skin temperature)
ชนิดของไข้
ไข้คงที่ (Constant fever) อุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไม่เกิน 1องศาเซลเซียส
ไข้เป็ น ๆ หาย ๆ (Remittent fever) อุณหภูมิใน 24 ชั่วโมงเปลี่ยนแปลงตลอดมากกว่า1 องศาเซลเซียส
ไข้เว้นระยะ (Intermittent fever) อุณหภูมิใน 24 ชั่วโมงเปลี่ยนแปลงแบบค่อยเป็นค่อยไป
ไข้กลับ (Recurrent fever)อุณหภูมิกายสูงขึ้นและลดต่า กลับสู่ปกติบางขณะอุณหภูมิอาจ ปกติอยู่1-2วันแล้วกลับมีไข้อีก
ไข้ติดเชื้อ (Septic fever) อุณหภูมิสูงมากเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา
ไขต้่า ๆ มักไม่เกิน 37.8องศาเซลเซียส
หลักและเทคนิคการปฏิบัติการพยาบาลเพื่อลดไข้
การเช็ดตัวเพื่อลดไข้ (Tepid Sponge)โดยทั่วไปจะใชน้ำ ธรรมดาที่อุณหภูมิห้องซึ่งเป็นวิธีที่ได้รับการ ยอมรับมากที่สุดในปัจจุบัน แต่หากเช็ดตัวแลไขไ้ม่ลดอาจพิจารณาใชน้ำ อุ่น หรือน้ำเย็น หรือน้า ผสมแอลกอฮอล
จุดประสงค์การเช็ดตวัลดไข้นั้นนอกจากจะช่วยลดอุณหภูมิกายแลว้ยงัช่วยทา ใหผ้ ปู้่วยสุขสบายผ่อนคลายความเครียด และเพิ่มการไหลเวยีนเลือดด้วย
ขณะเช็ดตัวพยาบาลพึงระลึกเสมอว่าการกระตุ้นให้ผู้ป่วยมีการเคลื่อนไหวมากจะทำให้กิดการเผาผลาญ และสร้างความร้อนเพิ่มดังนั้นควรใช้เวลาในการเช็ดตัวผู้ป่วยประมาณ 15 – 20 นาทีไม่ควรเกิน 30 นาที เมื่อเช็ด ตัวให้ผู้ป่วยเรียบร้อยแล้ว พยาบาลควรให้ผู้ป่ วยได้พักประมาณ 30 นาทีแล้วจึงท าการวัดอุณหภูมิซ้า เพื่อประเมินและติดตามผลหลังการเช็ดตัว
นางสาวอรจิรา น้อยเสนา 6203400078