Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
มภร.10/2 เตียง 6 Congestive Heart Failure - Coggle Diagram
มภร.10/2 เตียง 6
Congestive Heart Failure
ข้อมูลผู้ป่วย
อาการสำคัญ นอนราบไม่ได้ 12 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน 4 วันก่อนมาโรงพยาบาลผู้ป่วยมีอาการเหนื่อยมากขึ้น เดิน 1 ก้าวแล้วเหนื่อย ต้องนั่งพัก นอนราบแล้วเหนื่อยมากขึ้น หายใจไม่ดวก มีแขนและขาบวมมากขึ้น ญาติให้ประวัติว่าเห็นผู้ป่วยดื่มน้ำมากขึ้น ปัสสาวะออก ไม่มีไข้ ไม่ไอ ไม่มีเสมหะ ไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ไม่มีเจ็บร้าวไปบริเวณไหน status เดิมผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองได้ ทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง หายใจเหนื่อย นอนราบไม่ได้ 12 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
การวินิจฉัยโรคแรกรับ ภาวะหัวใจล้มเหลว (Congestive Heart Failure)
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต Hypertension, Diabetes type 2, CKD stage 4, DLP เป็นประมาณ 10 ปี รักษาที่โรงพยาบาลตำวจ
ประวัติการผ่าตัด ปฏิเสธการผ่าตัด
General Appearance : ผู้ป่วยหญิงไทย อายุ 79 ปี รูปร่างสมส่วน ผมสั้นสีดำแซมขาว ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ E1M4Vt response to pain on ET-tube ต่อ ventilator PCV mode no. 7.5 mark 22 ซม. อัตราการหายใจ 20 ครั้ง/นาที O2 sat 98 % on double lumen catherter at internal jugular vein for hemodialysis รอบๆ ไม่มีอาการบวม แดง on NG tube for feed อาหาร BD (2:1) 200 ml * 4 feed TV 920 TC 1,600 TP 60 g/dL รับได้ดี ไม่มี content ผู้ป่วยมีแผลกดทับบริเวณใบหูและก้นกบ stage 2 และมีรอยแดงบริเวณหลังด้านขวา retain foley's catherter ปัสสาวะสีเหลืองใส ปริมาณ 80 ml ไม่ขุ่น ไม่มีตะกอน
ยาและสารน้ำที่ผู้ป่วยได้รับ
SENOLAX TAB (sennosides tab)
รับประทานครั้งละ 2 เม็ด วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
ชื่อการค้า senokot
รักษาผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูก
ผลข้างเคียง ปวดท้อง ท้องอืด คลื่นไส้ ท้องเสีย สูญเสียน้ำและเกลือแร่
Folic acid 5 MG tab
รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 1 ครั้งหลังอาหารเช้า
ชื่อการค้า Foliamin
กรดโฟลิกถูกเปลี่ยนที่ตับเป็น Folonoc acid ซึ่งเป็น active form มีส่วนเกี่ยวข้างกับการ สังเคราะห์ DNA,RNA และกรดอะมิโนบางตัวและเกี่ยวข้องกับการสร้างเม็ดเลือด
อาการการขาด ปากเปื่อย ลิ้นอักเสบ ท้องเดิน
Fermasian fumarate 200 mg. tab
รับประทานครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้ง หลังอาหารเช้า กลางวัน เย็น
ชื่อการค้า ferrous sulfate
สำหรับผู้ป่วย โรคโลหิตจาง เนื่องจากขาดธาตุเหล็ก สูญเสียเลือด
ผลข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย ท้องผูก
CALCIFEROL CAP.
รับประทานครั้งละ 2 เม็ด ต่อสัปดาห์ ทุกวันพุธ
ป้องกันและรักษา โรคขาดวิตามินดี กล้ามเนื้อเกร็ง
ผลข้างเคียง กล้ามเนื้ออ่อนแรง ปวดข้อ ปวดศีรษะ
Hapalac syrup 100 ml. (lactulose 66.7% SYR. 100 ml)
รับประทานครั้งละ 2 ช้อนโต๊ะ (30 ซีซี) วันละ 1 ครั้ง ก่อนนอน
ชื่อสามัญ lactulose
ชื่อการค้า Hepalac
ยาระบายในกลุ่มที่เพิ่มการดูดซึมผ่านของของเหลว เป็นน้ำตาล disaccharide กึ่งสังเคราะห์ไม่ถูกย่อยที่ทางเดินอาหารส่วนต้น
ผลข้างเคียง ท้องอืด แน่นท้อง คลื่นไส้ อาเจียน Kในเลือดต่ำ น้ำตาลในเลือดสูง
Fresubin
รับประทานครั้งละ 2 ซอง หลังอาหารเช้า
กินเสริมเพื่อป้องกันภาวะขาดสารอาหาร เป็นเวย์โปรตีนมีโซเดียม โพแทสเซียม และฟอสฟอรัสต่ำ เหมาะกับคนเป็นโรคไต
ADRENALINE 1 MG. INJ 1 ML. IV 3 ml/hr
แก้ไขภาวะ shock, asthma attack, anaphylactic reaction, hypersensitivity reaction, cardiac arrest, หัวใจหยุดเต้น
ผลข้างเคียง คลื่นไส้ อาเจียน ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ วิงเวียนหน้ามืด กระสับกระส่าย chest pain
LANTUS SOLOSTAR INJ. 3 ML
ฉีดเข้าใตผิวหนัง 6 units ก่อนอาหาร
ช่วยกักเก็บน้ำตาลไว้ในตับและปล่อยออกมาเมื่อระดับน้ำตาลในเลือดต่ำ ช่วยรักษาสมดุลของระดับน้ำตาลในเลือด
ผลข้างเคียง ภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ รู้สึกเหนื่อยล้า หาวบ่อย สูญเสียการเคลื่อนไหวของกล้ามเนื้อ รู้สึกคล้ายจะหมดสติ
SERETIDE EVO 25/125 MCG. 120 DO
พ่นเข้าลำคอ ครั้งละ 4 พัฟ วันละ 2 ครั้ง เช้า/เย็น
มีฤทธิ์ในการขยายหลอดลมและออกฤทธิ์ค่องข้างยาว ใช้ในผู้ป่วยโรคหือ (asthma) ใช้ในการควบคุมอาการของผู้ป่วย chronic odstructive pulmonary disease หรือ COPD รวมถึง chronic bronchitis หรือ emphysema
ผลข้างเคียง ระคายเคืองลำคอ ติดเชื้อทางเดินหายใจ อาการเหล่านี้พบทั่วไปและไม่รุนแรง และจะหายไปเมื่อหยุดยา
NORPIN 1 MG./ML.INJ. (NOREPINEPHRINE) IV 10 ml/hr, titrate ทีละ 5 ml/hr
เป็นยาที่มีลักษณะคล้ายกับอะดรีนาลีน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ร่างกายผลิตขึ้นได้เอง มีฤทธิ์ช่วยหดหลอดเลือด เพิ่มความดันโลหิตและระดับน้ำตาลในเลือด
ผลข้างเคียง อาการแพ้ยา เช่น ลมพิษ มีปัญหาในการหายใจ หน้า ริมฝีปาก ลิ้นหรือคอบวม เป็นต้น ผิวหนังบริเวณที่ฉีดยามีสีหรือลักษณะที่เปลี่ยนแปลงไป มีอการแสบ ระคายเคืองหรือเจ็บ
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ข้อวินิจฉัยข้อที่ 1 การกำซาบเนื้อเยื่อหัวใจลดลงเนื่องจากการไหลเวียนเลือดที่ออกจากหัวใจลดลง
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยมีอาการอ่อนเพลีย นอนราบแล้วหายใจเหนื่อยมาก
ผล Echocardiogram พบ bilateral plural effusion
ผล CAG พบ Pulmonary hypertension ค่าความดันปอด 40 mmHg
ผล EKG พบ Atrial fibrillation
Capillary refill > 2 วินาที
Hb 8.1 g/dL (L)
Hct 25.2 % (L)
RBC 2.74 10^6/uL (L)
ผู้ป่วยมี pale conjunctiva
วัตถุประสงค์
เพิ่มการกำซาบของเนื้อเยื่อหัวใจและการไหลเวียนของเลือด
เกณฑ์การประเมิน
ไม่มีอาการและอาการแสดงของภาวะพร่องออกซิเจน เช่น หายใจหอบเหนื่อย ปลายมือปลายเท้าเขียว ซีด เป็นต้น
keep O2 sat 95-100%
ผล Echocardiogram ไม่พบ plural effusion
no pale conjunctiva
BP อยู่ในเกณฑ์ปกติ 90-130/60-90 mmHg
Hb 12.3-15.5 g/dL
Hct 36.8-46.6 %
RBC 3.96-5.29 10^6/uL
อัตราการเต้นของหัวใจอยู่ที่ 60-100 ครั้ง/นาที
กิจกรรมการพยาบาล
1.ประเมินภาวะร่างกายขาดออกซิเจน เช่น ระดับความรู้สึกตัว หายใจเร็ว ผิวหนังและเล็บเขียวคล้ำ
2.วัดและบันทึกสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง เพื่อประเมินอาการผิดปกติ สังเกตลักษณะการหายใจ การขยายของทรวงอกอย่างสม่ำเสมอและค่าความอิ่มตัวของออกซิเจน
ดูแลให้ผู้ป่วยนอนพักบนเตียง ลดกิจกรรมต่างๆ เพื่อลดการใช้ออกซิเจนและการทำงานของหัวใจ ให้ความช่วยเหลือในการทำกิจกรรมต่างๆของผู้ป่วย
4.จัดท่านอน Fowler's position เพื่อให้กระบังลมเคลื่อนต่ำ ปอดขยายตัวได้เต็มที่ ส่งผลให้ผู้ป่วยรู้สึกสบายหายใจได้สะดวก
6.ให้ออกซิเจน ET-tube ต่อ Ventilator PCV mode ตามแผนการรักษาของแพทย์ เพื่อช่วยให้การแลกเปลี่ยนก๊าซดีขึ้น
ประเมินดูตำแหน่งของ ET-tube mark ที่ 20 ให้ตรงตามแผนการรักษาของแพทย์ และสลับข้างทุกวันเพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ
ดูแลความสะอาดสายผูก ET-tube โดยเปลี่ยนทุกวัน
สังเกตไม่ให้ ET-tube หัก พับหรือหลุดออกจากข้อต่อที่เชื่อมจาก Ventilator
suction ให้ผู้ป่วย เพื่อป้องกันการอุดกั้นของเสมหะ
วัด cuff pressure ทุก 8 ชั่วโมง ให้ความดันอยู่ที่ 22-32 mmHg
5.ดูแลให้ได้รับอาหารอ่อนย่อยง่าย BD (2:1) 200 ml * 4 feed TV 920 TC 1,600 TP 60 g/dL ตามแผนการรักษาของแพทย์
ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์
FERMASIAN200MG1*3Oralp.c. สังเกตอาการข้างเคียงได้แก่ ท้องผูก อุจจาระเขียว ท้องร่วง
NORPIN 1 MG./ML.INJ. (NOREPINEPHRINE) IV 5 ml/hr
FOLIC ACID 5 MG. 1*1 Oral p.c. สังเกตอาการข้างเคียงได้แก่ เวียนศีรษะ เรอ ท้องอืด
ข้อวินิจฉัยข้อที่ 3 ผู้ป่วยมีภาวะติดเชื้อในร่างกาย
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยมีไข้สูงลอยอยู่ในช่วง 37.4 - 39.3 องศาเซลเซียส
Test : Gram's stain (Urine) พบ Gram Positive Cocci (chain)
Test: Gram's stain (Sputum) พบ Gram Positive Bacilli (small)
วัตถุประสงค์
ไม่เกิดการติดเชื้อซ้ำ
เกณฑ์การประเมิน
ไม่แสดงอาการและอาการแสดงของภาวะติดเชื้อ ได้แก่ ไข้, หนาวสั่น, ชีพจรเร็ว, ความดันโลหิตต่ำ เป็นต้น
สัญญาณชีพปกติ
ความดันโลหิต 90-130/60-90 mmHg
อัตราการหายใจ 12-20 ครั้ง/นาที
แพทย์ keep O2 sat 92-100%
ชีพจร 60-100 ครั้ง/นาที
body temp 36.5-37.4 องศาเซลเซียส
กิจกรรมการพยาบาล
วัดสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมง โดยเฉพาะ body temp ไม่ควรเกิน 37.4 องศาเซลเซียส
ลดปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ติดเชื้อเพิ่มขึ้น โดยการใช้เทคนิค Aseptic technique
ในการทำความสะอาดสิ่งแวดล้อม ต้องสวมถุงมือ ผ้ากันเปื้อน ผ้สปิดปากและจมูกทุกครั้ง
ลดการฟุ้งกระจายของฝุ่นละอองและเชื้อโรค โดยการเช็ดถูด้วยผ้าเปียกและตามด้วยผ้าแห้ง
หากเปื้อนสิ่งคัดหลั่งของผู้ป่วย ให้เช็ดออกให้มากที่สุดแล้วเช็ดด้วย 70% alcohol
5 ติดตามผล lab ดูค่า WBC และ neutrophil
ล้างมือก่อนและหลังทำหัตถการทุกครั้ง
ให้ยา Paracetamol 500 mg 1 tab เพื่อลดไข้
ข้อวินิจฉัยข้อที่ 5 ส่งเสริมให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลแบบประคับประคอง (Palliative care)
ข้อมูลสนับสนุน
ญาติผู้ป่วยเซ็น NR
ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
ไม่สามารถไปล้างไตได้เนื่อจากความดันโลหิตต่ำ
ญาติมีความวิตกกังวลและสอบถามอาการของผู้ป่วย
วัตถุประสงค์
ผู้ป่วยต้องได้รับการดูแลอย่างสมบูรณ์
เกณฑ์การประเมิน
ผู้ป่วยจากไปอย่างสงบ ตามความต้องการผู้ปวย
ญาติผู้ป่วยยอมรับและเข้าใจตามแผนการรักษาของแพทย์
ญาติมีความวิตกกังวลลดลง
กิจกรรมการพยาบาล
1.การดูแลเป็นองค์รวม ทั้งกายใจ สังคม และจิตวิญญาณ
ด้านร่างกาย
ดูแลทำความสะอาดร่างกายของผู้ป่วย ได้แก่ ใบหน้า mouth care เปลี่ยนพลาสเตอร์แปะ NG tube และ ET-tube
จัดสภาพแวดล้อมให้มีการระบายอากาศ จัดท่านอนศีรษะสูงให้แก่ผู้ป่วยเพื่อให้ปอดขยายตัวดีขึ้น
พลิกตะแคงตัวทุก 2 ชั่วโมง เพื่อป้องกันการเกิดแผลกดทับ
ดูแลให้ได้รับยาตามแผนการรักษาของแพทย์
ด้านจิตใจของผู้ป่วยและญาติ
สร้างสัมพันธภาพที่ดีแก่ผู้ป่วยและญาติ เพื่อสร้างความไว้วางใจ เพื่อให้ญาติระบายความกังวล
พูดและบอกผู้ป่วยก่อนทำหัตถการทุกครั้ง
ด้านสังคม
จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ เพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนและใช้เวลากับญาติได้อย่างเต็มที่
ด้านจิตวิญญาณ
ดูแลให้ผู้ป่วยได้ทำในสิ่งที่ต้องการหรือค้างคา โดยการสอบถามจากญาติ
ทำตามหลักศาสนาของผู้ป่วย
2.ให้ความเคารพสิทธิของผู้ป่วยและครอบครัวในการรับทราบข้อมูลการเจ็บป่วย ให้ผู้ป่วยและครอบครัวมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเรื่องแนวทางและเป้าหมายของการดูแล รวมถึงการให้ความเคารพในค่านิยม ความเชื่อและศาสนาของผู้ป่วยและครอบครัว
3.มีการประสานงานระหว่างบุคลากรสาธารณสุขหลายสาขา เพื่อให้สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและครอบครัวได้มากที่สุด
ข้อวินิจฉัยข้อที่ 2 มีภาวะของเสียคั่งในร่างกายเนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่การกรองอย่างเฉียบพลัน
ข้อมูลสนับสนุน
BUN 92.8 mg/dL (30/11/63)
Creatinine 4.20 mg/dL (30/11/63)
eGFR 9.47 mL/min (30/11/63)
CKD stage 5
Albumin 2.3 g/dL (30/11/63
ปัสสาวะออกน้อย มีลักษณะเป็นสีเลืองใส ไม่ตกตะกอน
pitting edema 3+
I/O
1/12/63 = 2110/800
30/11/63 = 1800/1200
วัตถุประสงค์
ไม่เกิดอันตรายจากของเสียคั่งในร่างกาย
เกณฑ์การประเมิน
BUN อยู่ในช่วง 7-18.7 mg/dLอยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์รับได้
Creatinine อยู่ในช่วง 0.55-1.02 mg/dL อยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์รับได้
eGFRอยู่ในเกณฑ์ที่แพทย์รับได้
ไม่มีอาการของของเสียคั่งในร่างกาย เช่น ปัสสาวะออกน้อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย บวม คันตามตัว หอบเหนื่อย ความดันโลหิตสูง
Albumin อยู่ในช่วง 3.5-5.2 g/dL
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินสัญญาณชีพทุก 4 ชั่วโมงและระดับความรู้สึกตัว สังเกตเพื่อประเมินอาการผิดปกติ
สังเกตอาการของเสียคั่งในร่างกาย ได้แก่ ปัสสาวะออกน้อย เบื่ออาหาร คลื่นไส้ อาเจียน อ่อนเพลีย บวม คันตามตัว หอบเหนื่อย ความดันโลหิตสูง เพื่อช่วยประเมินความรุนแรงของของเสียคั่งในร่างกายและรายงานแพทย์ให้การรักษาอย่างเหมาะสม
บันทึกปริมาณสารน้ำเข้า-ออก เพื่อประเมินภาวะสมดุลน้ำในร่างกาย ทุก 8 ชั่วโมงและ 24 ชั่วโมง
ติดตามผล lab BUN Cr eGFR เพื่อประเมินการทำงานของไตในการกรองของเสีย
รายงานแพทย์ทันที เมื่อผู้ป่วยมีอาการผิดปกติ เช่น สัญญาณชีพผิดปกติ ปัสสาวะน้อยลงหรือมีอาการบ่งชี้ว่าเกิดภาวะช็อก
ข้อวินิจฉัยข้อที่ 4 ผู้ป่วยเกิดแผลกดทับเนื่องจากไม่สามารถเคลื่อนไหวร่างกายได้
ข้อมูลสนับสนุน
ผู้ป่วยควบคุมการขับถ่ายอุจจาระเองไม่ได้
ผู้ป่วยมีแผลกดทับบริเวณใบหูและบริเวณก้นกบ stage 2
ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้
มีรอยแดงบริเวณหลังด้านขวา
Braden score
Motor power 0 คะแนน
วัตถุประสงค์
ป้องกันการเกิดแผลกดทับเพิ่มขึ้น
เกณฑ์การประเมิน
ผิวหนังชุ่มชื่นและมีความยืดหยุ่น
ผิวหนังไม่มีรอยแดง ไม่เกิดการฉีกขาดของผิวหนังหรือแผลถลอก
Braden score
กิจกรรมการพยาบาล
ดูแลผ้าปูที่นอนให้สะอาด แห้งและเรียบตึงอยู่เสมอ เสริมที่นอนลม (alpha-bed) ให้ผู้ป่วย เพื่อกระจายแรงกดทับไม่ให้กดผิวหนังบริเวณใดมากเกินไป
ดูแลการขับถ่ายไม่ให้ผู้ป่วยนอนแช่อุจจาระเป็นเวลานาน
พลิกตะแคงตัวผู้ป่วยทุก 2 ชั่วโมง ด้วยความนุ่มนวลไม่ควรให้ผิวหนังเสียดสีกับที่นอน
ประเมินสภาพผิวหนังโดยสังเกตรอยแดงหรือรอยกดทับ
ผลตรวจทางห้องปฏิบัติการ
CBC (28/11/63)
Hb 8.5 g/dL (L)
Hct 26.5 % (L)
RBC 2.89 10^6/uL (L)
MCV 9.7 fL
MCH 29.6 pg
MCHC 32.3 g/dL
RDW 17.3 % (H)
WBC 8.03 10^3/uL
Neutrophil 70.9 %
Lymphocyte 10.1 % (L)
Monocyte 5.6 %
Eosinophil 13.1 % (H)
Basophil 0.3 %
Platelet Count 335 10^3/uL
MPV 0.8 fL
เคมีคลินิก (29/11/63)
Sodium (Na) 139 mmol/L
Patassium K 3.68 mmol/L
Chloride 103.7 mmol/L
CO2 23.0 mmol/L
BUN 78.7 mg/dL (H)
Creatinine 3.60 mg/dL (H)
eGFR 11.42 mL/min (L)
CBC (30/11/63)
Hb 8.1 g/dL (L)
Hct 25.2 % (L)
RBC 2.74 10^6/uL (L)
MCV 91.7 fL
MCH 29.7 pg
MCHC 32.3 g/dL
RDW 17.5 % (H)
WBC 8.55 10^3/uL
Neutrophil 66.9 %
Lymphocyte 15.7 % (L)
Monocyte 5.6 %
Eosinophil 11.1 % (H)
Basophil 0.7 %
Platelet count 370 10^3/uL
MPV 8.6 fL
เคมีคลินิก (30/11/63)
Sodium (Na) 137 mmol/L
Potassium K 4.17 mmol/L
Chloride 100.9 mmol/L
CO2 22.9 mmol/L
BUN 92.8 mg/dL (H)
eGFR 9.47 mL/min (L)
Creatinine 4.20 mg/dL (H)
Albumin 2.3 g/dL (L)
Calcium 8.7 mg/dL
Phosphorus 4.8 mg/dL (H)
Magnesium 2.07 mg/dL
พยาธิสภาพของโรค
Congestive Heart Failure
ภาวะหัวใจวาย คือภาวะที่หัวใจไม่สามารถบีบเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายได้เพียงพอต่อความต้องการในขณะพัก หรือเมื่อต้องการออกกำลัง เป็นภาวะที่หัวใจไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ ซึ่งส่วนใหญ่เกิดขึ้นในระยะสุดท้ายของโรคหัวใจทุกชนิด และยังเป็นภาวะแทรกซ้อนของโรคอื่นๆอีกหลายโรค
การวินิจฉัย
ประวัติ : จากการซักประวัติอาการเหนื่อยง่ายเวลาออกแรง
Cardinal sign คือ หัวใจเต้นเร็ว หายใจเร็ว หัวใจโตหรือหน้าอกโป่ง ตับโตและแข็ง ฟังปอด ได้ยินเสียงwheezing กรณีหัวใจซีกซ้ายวาย จะพบอาการ ไอ หอบกลางคืน นอนราบไม่ได้ ถ้าเป็นชนิดเรื้อรังพบน้ าหนักขึ้นช้าหรือไม่ขึ้น
การตรวจร่างกาย โดยเฉพาะระบบหัวใจและหลอดเลือด การตรวจร่างกายจะพบสิ่งต่างๆดังนี้
1) tachycardia (หัวใจเต้นเร็ว) , tachypnea (หายใจเร็ว)
2) ตรวจพบเส้นเลือดดำที่คอโป่งพอง (jugular vein distention)
3) พบหัวใจโต พบ Point of Maximum Impulse(PMI) เลื่อนไปทางรักแร้
4) เสียงหัวใจผิดปกติ : พบเสียง cardiac murmur
5) ฟังปอดได้ยินเสียง Crepitation จากการมีเลือดคั่งที่ปอด บางรายได้ยินเสียง wheezing จาก bronchospasm บางรายอาจมีเสียงหายใจเบาลงจาก pleural effusion (มีน้ำในเยื่อหุ้มปอด)
6) Petting edema (บวมกดบุ๋ม)
7) การตรวจทางห้องปฏิบัติการ ได้แก่
Chest X-ray : CXR พบ cardiomegaly
Electrocardiography : ECG หรือ EKG การตรวจลื่นไฟฟ้าหัวใจ
Echocardiography สามารถวินิจฉัยความผิดปกติของหัวใจและการทำงานของหัวใจ ได้ เพื่อยืนยันการวินิจฉัย HF บอกสาเหตุของ HF และใช้ประเมินความรุนแรงของ HF ได้
Complete blood count : CBC เน้นการประเมินค่า Hct. RBC เพื่อประเมินภาวะ ซีดซึ่งทำให้ผู้ป่วยเหนื่อย และอาจทำให้อาการแย่ลงได้
Renal function : ประเมินการทำงานของไต
Liver function test : ประเมินการทำงานของตับ
อาการและอาการแสดง
หายใจเหนื่อย (dyspnea) ได้แก่
1.1. อาการเหนื่อยขณะออกแรง
1.2 เหนื่อยหรือหายใจไม่สะดวกขณะนอนราบ จากมีน้ำในช่องท้อง
1.3 หายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ
อ่อนเพลีย (fatigue) เนื่องจากเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกายลดลง ความสามารถในการออกกำลังกายลดลง
กลุ่มอาการที่มีภาวะคั่งน้ำและเกลือทำให้มีอาการบวม มีน้ำคั่งในปอดและอวัยวะภายใน ลักษณะบวมกดบุ๋ม มักเป็นบริเวณ เท้า ขา
แน่นท้อง ท้องอืด เนื่องจากตับโตจากเลือดคั่งในตับ(hepatic congestion) มีน้ำในช่องท้อง (ascites)
Problem List
Low cardiac output
ติดเชื้อ
CKD stage 5
ญาติเซ็น NR (no resuscitate)
มีไข้สูง อยู่ในช่วง 37.4-39.3 องศาเซลเซียส
มีแผลกดทับบริเวณใบหู หลังด้านขวาและก้นกบ stage 2
อุจจาระบ่อยประมาณ 4-5 ครั้ง ลักษณะเหลวข้น สีเขียวขี้ม้า มีกลิ่นเหม็น
มีปัญหาเรื่องการหายใจ
ผู้ป่วยมีภาวะบวม กดบุ๋ม 3+ บริเวณมือทั้งสองข้าง ขาทั้งสองข้างและเท้าทั้งสองข้าง
ผู้ป่วยมีผล albumin ต่ำAlbumin 2.3 g/dL (L)