Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การคำนวณและแสดงผลด้วยกราฟในโปรแกรมตารางคำนวณ Excel 2019 - Coggle Diagram
การคำนวณและแสดงผลด้วยกราฟในโปรแกรมตารางคำนวณ Excel 2019
การใช้งานโปรแกรมตารางคำนวณ Excel 2019 เบื้องต้น
New Features (คุณสมบัติใหม่)
การเปิดใช้งานโปรแกรมตารางคำนวณ Excel 2019
ส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรม Excel 2019
การป้อนและแก้ไขข้อมูลใน Work Sheet
4.1 ชนิดของข้อมูล
ไฟล์Work book ในโปรแกรม Excel สามารถเก็บ Work Sheet ได้จํานวนใดก็ได้และ Work Sheet แต่ละแผ่นประกอบด้วยมากขึ้นกว่า 17 พันล้านเซลล์ เซลล์สามารถเก็บข้อมูลพื้นฐานได้3 ชนิดคือ
1 A numeric value (ค่าตัวเลข)
2 Text (ข้อความ)
3 A formula (สูตร)
4.2 การป้อนข้อมูลในเซลล์
วิธีการพื้นฐานในการป้อนข้อมูลในเซลล์นั้น ทำได้2 วิธีได้แก่
วิธีที่ 1 คลิกที่เซลล์ พิมพ์ตัวเลขหรือข้อความที่ต้องการ เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วกดแป้นพิมพ์Enter หรือ Tab ซึ่งสำหรับโปรแกรม Excel จะหมายถึงการเสร็จสิ้นการป้อนข้อความ ตัวเลขหรือสูตรในเซลล์ และเป็นการสั่งให้คำนวณถ้ามีสูตร วิธีการนี้ Cell handle จะเคลื่อนที่ลงด้านล่างตามค่าเริ่มต้นของโปรแกรม Excel
ิธีที่ 2 คลิกที่เซลล์ พิมพ์ตัวเลขหรือข้อความที่ต้องการ เมื่อพิมพ์เสร็จแล้วคลิกปุ่ม
เครื่องหมาย บนแถบสูตร ปุ่มนี้ทำงานเหมือนการกดแป้นพิมพ์Enter วิธีการนี้ Cell handle จะไม่เคลื่อนที่
4.3 การป้อนข้อมูลซ้ำกันด้วย AutoComplete
หากพบว่าต้องทำการป้อนข้อมูลที่ซ้ำกันที่เคยป้อนมาแล้ว สามารถใช้ Auto complete ที่จะช่วยป้อนข้อมูลให้โดยอัตโนมัติเมื่อเทียบจากการป้อนข้อมูลปกติ ซึ่งวิธีนี้จะช่วยให้
สามารถป้อนข้อมูลที่ซ้ำ ๆ กันในตารางได้อย่างรวดเร็ว
4.4 การป้อนข้อมูลแบบเรียงลำดับด้วย Autofill
คำสั่ง Autofill ใน Excel จะช่วยให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลได้ง่ายและถูกต้องในกรณีที่ข้อมูลนั้นมีการเรียงลำดับที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็น ชื่อวันในสัปดาห์ชื่อเดือน จำนวนตัวเลขที่เพิ่มขึ้นครั้งละหนึ่ง หรือสอง เป็นต้น
1 more item...
3.1 การสร้าง Workbook ใหม่
1) คลิกที่แท็บ File ที่แถบเครื่องมือแล้วเลือกคำสั่ง New
2) คลิกที่ Blank Worksheet เพื่อเลือกสร้างสมุดงานใหม่แบบสมุดงานเปล่า
3) จะได้ Workbook เปล่ามาใช้งาน
3.2 ส่วนประกอบหน้าต่างโปรแกรม Excel 2019
สำหรับผู้เริ่มต้นใช้งานโปรแกรม Excel หากบางคนที่ผ่านการใช้งานโปรแกรม Excel มาบ้างแล้วจะใช้งานในเวอร์ชันนี้ไม่ลำบาก สำหรับผู้เริ่มต้นการทำความรู้จักส่วนประกอบหน้าต่างของโปรแกรม Excel2019ก็จะช่วยให้ผู้ใช้งานได้ง่ายมีประสิทธิภาพขึ้น สามารถเรียนรู้การใช้งานได้เร็วขึ้นอีกด้วย เมื่อเข้าสู่การทำงานของโปรแกรม Excel 2019 จะปรากฎหน้าต่างการทำงาน ซึ่งประกอบด้วยส่วนต่าง ๆ ใหม
3.3 การทำงานกับแถบเครื่องมือ Ribbon (ริบบอน)
ชุดเครื่องมือในโปรแกรม Excel 2019 ประกอบด้วยกลุ่มเครื่องมือหรือคำสั่งที่เรียกว่า “ริบบอน” (Ribbon)
1) คลิกปุ่ม Start บนแถบ Task bar
2) เลือก All Programs จากนั้นคลิกเลือกแอปพลิเคชันของโปรแกรม Excel 2019
3) โปรแกรม Excel 2019 จะเปิดให้ใช้งานได้ทันทีและมีค่าเริ่มต้นของไฟล์เอกสารว่า
“Book1….n.xlsx”
1) New charts (แผนภูมิใหม่) มีแผนภูมิใหม่ 2 แผนภูมิใน Excel 2019 ได้แก่ Map Chart (แผนภูมิแผนที่) และ Funnel Chart (แผนภูมิช่องทาง)
2) Deselect cells (ยกเลิกการเลือกเซลล์) ใน Microsoft Excel 2019 ใหม่ โดยจะต้องกด Ctrl + คลิกบนเซลล์ที่เลือกเพื่อยกเลิกการเลือกเซลล์
3) Enhance AutoComplete (เพิ่มการทําให้สมบูรณ์อัตโนมัติ) ด้วยฟังก์ชันการทําให้สมบูรณ์อัตโนมัติขั้นสูงคุณมีรายการที่ดีกว่า ตัวอย่างเช่น เมื่อคุณพิมพ์ชื่อฟังก์ชัน “การทําให้สมบูรณ์อัตโนมัติ”จะแสดงรายการของฟังก์ชันที่มีตัวอักษรตัวแรกเหมือนกันกับสิ่งที่คุณพิมพ์
4) No CSV warnings (ไม่มีคําเตือน CSV) ของ Excel 2019 ไม่ให้มีคําเตือนว่าคุณลักษณะจะสูญหายถ้าถูกบันทึกไว้เป็นแฟ้ม CSV
5 )Power Pivot มีคุณลักษณะย่อยใหม่มากมายที่มีตัวเลือกตัวกรองใหม่ต่าง ๆ ตัวเชื่อมต่อใหม่ และตัวเลือกการแปลงใหม่
6) Pivot Table Layout (เค้าโครง Pivot Table) คุณสามารถบันทึกการตั้งค่าPivotTable ที่คุณต้องการเป็นเค้าโครงเริ่มต้น และตาราง Pivot ใหม่ทั้งหมดที่คุณสร้างจะมีการตั้งค่าเหล่านั้นโดยอัตโนมัต
7) Icon (ไอคอน) ที่แท็บ Insert ใน Excel 2019 ประกอบด้วยตัวควบคุมไอคอนที่มีไอคอนที่ถูกสร้างขึ้นมาใหม่เพื่อให้คุณใช้
8 SVG images (ภาพกราฟิกเวกเตอร์ที่ปรับขนาดได้) ภาพกราฟิกเวกเตอร์ที่ปรับขนาดได้ (Vector Scalable: SVG) สามารถแทรกและแปลงเป็นรูปร่างใน Excel 2019 ได้แล้ว
การใช้งานแถวและคอลัมน์
การทำงานกับ Workbook และ Worksheet
การปิดโปรแกรมตารางคำนวณ Excel 2019
หลังจากผู้ใช้ได้บันทึกข้อมูลใน Workbook ไว้แล้ว หากไม่ต้องการใช้Workbook นั้นอีกต่อไปสามารถปิด Workbook เพื่อออกจากโปรแกรมได้2 วิธี ดังนี้
1) คลุกปุ่มแท็บ File > Close
2) คลิกเมาส์ปุ่ม x (Close)
6.1 การเปลี่ยนชื่อ Worksheet (แผ่นงาน)
1) คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ป้ายชื่อ Worksheet จะปรากฎเมนูลัดขึ้นมาให้เลือกคำสั่งRename(เปลี่ยนชื่อ) หรือใช้วิธีดับเบิลคลิกเมาส์ที่ป้ายชื่อ Worksheet
2) สังเกตุเคอร์เซอร์จะกะพริบที่ป้ายชื่อ Worksheet ให้พิมพ์ชื่อ Worksheet“อะไหล่คอมพิวเตอร์” จากนั้นคลิกที่ว่างบน Worksheet
3) จะได้ชื่อ Worksheet ใหม่เป็น “อะไหล่คอมพิวเตอร์”
6.2 การย้ายหรือคัดลอก Worksheet
1) คลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ป้ายชื่อ Worksheet ที่ต้องการย้ายหรือคัดลอก
2) จะปรากฎเมนูลัดขึ้นมาให้เลือกคำสั่ง Move or Copy (ย้ายหรือคัดลอก)
3) จะแสดงหน้าต่างโต้ตอบ “Move or Copy” ในส่วนของ Move selected sheets To books: (ย้าย Work Sheet ที่เลือกไปที่ Workbook) ให้คลิกเมาส์เลือก Workbook ทีต้องการวาง Worksheet ในตัวอย่าง “ประกอบหน่วยที่ 5.xlsx”
4) เลือกตำแหน่ง Worksheet ที่ต้องการวางก่อน ในส่วนที่Before sheet: (ก่อนแผ่นงาน) เลือก Move to end (ย้ายไปสุดท้าย)
5) กรณีต้องการคัดลอก Worksheet คลิกเมาส์ทำเครื่องหมายที่ ✓ Create a copy (สร้างสำเนา) ถ้าหากต้องการย้ายไม่ต้องคลิกเพื่อทำเครื่องหมาย ✓ Create a copy
6) คลิกปุ่มคำสั่ง OK
6.3 การเพิ่ม และลบ Worksheet
1) การเพิ่ม Worksheet ให้เลื่อนเมาส์ไปคลิกที่เครื่องหมาย + New sheet(สมุดงานใหม่)
2) จะได้Worksheet ใหม่ชื่อ “Sheet3” (แผ่นงานจะเริ่มต้นชื่อที่ Sheet1)
การลบ Worksheet สามารถทำได้ดังนี้
1) คลิกเลือก Worksheet ที่ต้องการลบที่เมนู "แก้ไข" เลือก Delete (ลบWorksheet) หรือคลิกเมาส์ปุ่มขวาที่ Worksheet จะปรากฏเมนูลัด เลือกคำสั่ง Delete
2) ปรากฎกล่องโต้ตอบถามยืนยันการลบให้คลิก "Delete"
6.4 การเปลี่ยนสีของแท็บชื่อแผ่นงาน
วิธีการเปลี่ยนสีของแท็บชื่อ Worksheet มีขั้นตอนดังต่อไปนี้
1) คลิกเมาส์ขวาที่แถบชื่อ Worksheet
2) เลือกคำสั่ง Tab Color (สีของแท็บ) แล้วเลือกสีที่ต้องการ ในตัวอย่างเริ่มจากแผ่นงานที่ 1 เลือกสีแดง น้ำเงิน เหลือง เขียว ตามลำดับ จะช่วยให้Worksheet มีสีสันมากขึ้น
แถบสีWorksheet จะถูกปรับเปลี่ยนสีตามที่กำหนดในข้อ 2
5.1 การเพิ่มและจัดเรียงแถวและคอลัมน์ของตารางใหม่แถวและคอลัมน์ในเวิร์กชีต ประกอบด้วย 3 ส่วนหลัก ได้แก่.
1 แถวและคอลัมน์หัวตาราง จะแสดงป้ายที่ระบุว่าแต่ละแถวและคอลัมน์มีอะไร ข้อมูลในเซลล์หัวตารางไม่ได้ถูกใช้คำนวณในสูตร ส่วนหัวตารางนั้นไม่ได้บังคับ ผู้ใช้สามารถมีแถวหัวตารางไม่เกินห้าแถว และคอลัมน์หัวตารางไม่เกินห้าคอลัมน์
.2 แถวและคอลัมน์ เนื้อหา มีข้อมูลตาราง ตารางต้องมีอย่างน้อยหนึ่งแถวเนื้อหาและหนึ่งคอลัมน์
3 แถวท้ายตารางจะปรากฏที่ด้านล่างสุดของตาราง
สำหรับเวิร์กชีตขนาดใหญ่ สามารถ Freeze (ตรึงหรือล็อก) แถวและคอลัมน์หัวตารางเพื่อให้มองเห็นได้ทุกครั้งเมื่อมีการเลื่อนเซลล์ ตารางเพื่อให้มองเห็นได้ทุกครั้งเมื่อมีการเลื่อนเซลล์
5.2 การเลือกแถวหรือคอลัมน์
นแต่ละแถวหรือคอลัมน์จะมีชื่อกำกับไว้ โดยถ้าเป็นคอลัมน์ก็จะมีตัวอักษรภาษาอังกฤษกำกับไว้ เช่น คอลัมน์ A ส่วนแถวก็จะมีตัวเลขกำกับไว้เช่นกัน เช่น แถวที่ 1 ซึ่งหัวแถวหรือหัวคอลัมน์นั้นเราจะเรียกว่า Row Heading และ Column Heading เพราะฉะนั้นถ้าหากต้องการเลือกข้อมูลแถวใดหรือคอลัมน์ใดก็เพียง ใช้เมาส์คลิกไปที่หัวแถวหรือหัวคอลัมน์ที่ต้องการ
5.3 ปรับความกว้างคอลัมน์และความสูงของแถว
โดยปกติส่วนใหญ่และจะไม่ค่อยนิยมปรับความสูงของแถว เพราะเนื่องจากความสูงของแถวจะปรับเองตามขนาดของตัวอักษร ส่วนคอลัมน์เมื่อเราพิมพ์ข้อความเกินความกว้างของ
คอลัมน์เราจะต้องขยายเอง
5.4 ลบแถวและคอลัมน์
หากมีความจำเป็นต้องลบแถวและคอลัมน์ทำได้ดังนี้
1) คลิกเลือกแถวหรือคอลัมน์ที่ต้องการจะลบ
2) คลิกเมนู Edit หรือคลิกเมาส์ปุ่มขวาที่แถวหรือคอลัมน์ที่จะลบ แล้วเลือกคำสั่ง Delete
5.5 การ Freeze Panes (ตรึงแนวแถวหรือคอลัมน์ที่ต้องการ)ปัญหาหนึ่งที่ผู้ใช้จะพบเมื่อข้อมูลในตารางมีปริมาณมากคือ เมื่อเลื่อนจอภาพดู้อมูลที่อยู่ทางขวา หรือล่างลงมา ก็จะไม่เห็นหัวแถวหรือคอลัมน์นั้นว่าข้อมูลที่ดูคืออะไร และต้อง
เลื่อนจอภาพสลับไปมา วิธีแก้ปัญหานี้คือ การสั่งตรึงแนวแถวหรือคอลัมน์ที่เป็นหัวข้อ แถวหรือคอลัมน์ เพื่อไม่ให้เลื่อนหายไปจากจอภาพ
การใช้งานสูตรในการคำนวณ
ทำความเข้าใจกับสูตรคำนวณ
สูตรประกอบด้วยรหัสพิเศษที่ป้อนลงในเซลล์ โดย Excel จะทําการคํานวณค่าบางชนิดและส่งคืนผลลัพธ์ที่แสดงในเซลล์ สูตรใช้ตัวดําเนินการและ Worksheet ที่หลากหลาย ฟังก์ชันการทํางานกับค่าและข้อความ ค่าและข้อความที่ใช้ในสูตรสามารถอยู่ในเซลล์อื่น ๆ ซึ่งจะทําให้การเปลี่ยนแปลงข้อมูลเป็นเรื่องง่ายแลให้Worksheet ทั่วไปแบบปกติ
ตัวดำเนินการในสูตรคำนวณ
ในโปรแกรม Excel จะแบ่งตัวดำเนินการหรือเครื่องหมาย ซึ่งเป็นองค์ประกอบหนึ่งในสูตรออกเป็น 4 ประเภทคือ คณิตศาสตร์ ข้อความ การเปรียบเทียบ และการอ้างอิง
การสร้างสูตรคำนวณโดยอ้างอิงตำแหน่งเซลล์
การป้อนสูตรลงในเซลล์จะเหมือนกับการพิมพ์ข้อมูลทั่ว ๆ ไปคือ ต้องคลิกเลือกเซลล์ที่จะป้อนสูตรก่อน จากนั้นก็ป้อนสูตรลงไปได้เลย แต่จะมีข้อกําหนดบางประการเกี่ยวกับสูตร
การตั้งและเรียกใช้ชื่อเซลล์ในการคำนวณ
แทนที่ผู้ใช้จะใช้การเรียกชื่อเซลล์ตามมาตรฐานที่มีอยู่เดิม เช่น A1 B3 หรือเรียกช่วงเซลล์ว่า A2:D5 เราสามารถตั้งชื่อเซลล์หรือช่วงเซลล์นั้น ๆ ด้วยข้อความที่ต้องการได้เลย จะเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาไทยก็ได้ เช่น Sales, ยอดขาย เดือน เป็นต้น
การแก้ไขสูตรคำนวณ
วิธีแก้ไขสูตร สามารถทำได้โดยตรง หรือจะแก้ไขสูตรใน Worksheet นั้นทําได้หลายวิธีเช่น แก้ไขที่เซลล์ซึ่งเก็บสูตรนั้น โดยแก้ไขที่แถบสูตรก็ได้
การคัดลอกสูตร
การคัดลอกสูตรใน Excel ผู้ใช้เลือกทำได้ 3 รูป คือ การคัดลอกสูตรโดยไม่เปลี่ยนตําแหน่ง
เซลอ้างอิงการคัดลอกเฉพาะผลลัพธ์ที่ได้จากสูตร และการคัดลอกสูตรอย่างรวดเร็วด้วย Fill Handle
การตรวจสอบและแก้ไขข้อผิดพลาดของสูตร
เมื่อเริ่มป้อนสูตรไปแล้ว ผู้ใช้จะต้องเจอ Error (ข้อผิดพลาด) ในรูปแบบต่าง ๆ บ้างโดยเฉพาะคนที่เริ่มป้อนสูตรใหม่ๆ ด้วยวิธีการพิมพ์ในแถบสูตร มีโอกาสเจอข้อผิดพลาดได้มาก ซึ่งคนที่ไม่เคยเจอข้อผิดพลาดเลยใช่ว่าจะเก่งเสมอไป แต่สามารถตีความได้ว่ายังเขียนสูตรไม่เยอะหรือไม่ยากพอต่างหาก
การใช้ฟังก์ชันในการคำนวณ
ความหมายและความสำคัญของฟังก์ชันใน Excel
ฟังก์ชัน หมายถึง การคำนวณด้วยชุดคําสั่งในรูปแบบสูตรสำเร็จที่ได้ออกแบบและติดตั้งมาในโปรแกรม Excel เรียบร้อยแล้ว เพื่อช่วยอำนวยความสะดวกต่อการคำนวณและใช้งานมาก
ความสำคัญของฟังก์ชันใน Excel จะมีประโยชน์ในการใช้งาน ได้แก่
1.1 ลดความซับซ้อนของสูตรของคุณ
1.2 สูตรอนุญาตเพื่อดําเนินการคํานวณที่เป็นไปไม่ได้อย่างอื่น
1.3 เพิ่มความเร็วในการแก้ไขงานบางอย่าง
1.4 อนุญาตให้การดําเนินการแบบมีเงื่อนไขของสูตร เพื่อใช้ตัดสินใจพื้นฐานตามความสามารถ
โครงสร้างของฟังก์ชัน
ฟังก์ชันคือ สูตรที่กำหนดไว้ล่วงหน้าเพื่อทำการคำนวณโดยใช้ค่าที่ระบุที่เรียกว่าอาร์กิวเมนต์ในลำดับที่เฉพาะเจาะจงหรือโครงสร้าง ฟังก์ชันสามารถใช้ทำการคำนวณอย่างง่ายหรือซับซ้อนได้ ผู้ใช้สามารถค้นหาฟังก์ชันของ Excel ทั้งหมดบนแท็บสูตรบนริบบอน Formulas
ประเภทของฟังก์ชัน
ในโปรแกรม Excel มีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่สามารถเรียกใช้ได้ทันทีเกือบ 300 ฟังก์ชัน ซึ่งแบ่งออกเป็นกลุ่มต่าง ๆ ดังนี้
1 ฟังก์ชันทางด้าน Financial (การเงิน)
2 ฟังก์ชันเกี่ยวกับ Date & Time (วันและเวลา)
3 ฟังก์ชันสําหรับการวิเคราะห์ทาง Statistical (สถิติ)
4 ฟังก์ชันทางด้าน Math & Trigonometry(คณิตศาสตร์และตรีโกณมิติ)
5 ฟังก์ชันเกี่ยวกับ Database (ฐานข้อมูล)
6 ฟังก์ชันที่ใช้ในการLookup & Reference(ค้นหาและอ้างอิง)
7 ฟังก์ชันที่เกี่ยวกับ Text (ข้อความ)
8 ฟังก์ชันทางด้าน Logical (ตรรกศาสตร์)
9 ฟังก์ชันทางด้าน Information (สารสนเทศ)
การใช้งานฟังก์ชันพื้นฐาน
การใช้งานพื้นฐานทั่วไปจะมีการใช้งานบ่อย ๆ อยู่จำนวนหนึ่งไม่กี่ฟังก์ชัน แต่อย่างน้อยผู้ใช้ควรจะศึกษาให้เข้าใจและใช้ให้เป็นพื้นฐานในการใช้งานแบบประยุกต์ต่อไป หากเราเข้าใจการใช้งานฟังก์ชันพื้นฐานเหล่านี้แล้ว จะช่วยให้การทำงานกับ Excel ที่ต้องการการคำนวณหาคำตอบต่าง ๆสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและกระชับ ประหยัดเวลาลงได้มาก
การใช้งานฟังก์ชันในการชำระเงินและเงินออม
ศัพท์ที่ควรทราบทางด้านการเงิน
ก่อนที่ผู้ใช้จะทำการคำนวณด้วยฟังก์ชัน จำเป็นต้องศึกษาเกี่ยวกับศัพท์ที่ควรทราบทางด้านการเงิน ได้แก่ Interest Rate, Number of periods และ Payment เป็นต้น
หลักการใช้งานสูตรการเงิน
2.1 หน่วยของดอกเบี้ย และหน่วยของงวดเวลา ต้องคิดให้เป็นหน่วยเดียวกัน
2.2 คิดตัวเราเป็นหลักว่า เงินที่จ่ายออกให้ใส่ค่าเป็นลบ เงินรับเข้าให้มีค่าเป็นบวก
การใช้งานฟังก์ชันในการออมเงินและชำระเงิน
3.1 ฟังก์ชัน FVเป็นการหา Future Value (มูลค่าทางการเงินในอนาคต)
3.2 ฟังก์ชัน PVเป็นฟังก์ชันส่งกลับมูลค่าปัจจุบันของเงินที่จ่ายชำระทุกงวด
3.3 ฟังก์ชัน NPERเป็นฟังก์ชั่นส่งกลับจำนวนงวดทั้งหมดในการผ่อนชำระเงินกู้หรือเงินลงทุน
การใช้งานฟังก์ชันการค้นหาด้วย VLOOKUP
รูปแบบของฟังก์ชัน VLOOKUP
ใช้สําหรับการค้นหาข้อมูลในตารางแบบคอลัมน์Vertical (แนวตั้ง) โดยเริ่มจากคอลัมน์
ซ้ายสุดหรือฐานข้อมูล หากพบข้อมูลตามค่าที่ส่งไป ก็จะส่งกลับค่าในแถวเดียวกันจากคอลัมน์ที่ระบุไว้ในตาราง
ขั้นตอนการใช้ฟังก์ชัน VLOOKUP
2.1 ทำการสร้างฐานข้อมูลอย่างน้อย 1 ตาราง จากตัวอย่างนี้เป็นฐานข้อมูลใน excelโดยเป็นข้อมูลบุคลากรของบริษัท เทพาไทย จำกัด
2.2 สร้างตารางย่อยที่ต้องการให้ข้อมูลมาแสดง หรือผลลัพธ์ที่ค้นหา โดยสามารถออกแบบได้ตามต้องการ ตามความเหมาะสมกับรูปแบบของข้อมูล
2.3 หลังจากที่ได้ออกแบบการแสดงข้อมูลเสร็จแล้วรหัสพนักงานที่ต้องการค้นหาที่ช่องเซลล์C13 ตัวอย่างป้อนรหัสพนักงาน “2005-113”
2.4 ค้นหาชื่อ-นามสกุล ด้วยการพิมพ์สูตรลงในเซลล์C14
การใช้งานฟังก์ชัน IF
รูปแบบของฟังก์ชัน IF
ฟังก์ชัน IF จะทำหน้าที่เลือกใช้สูตรคำนวณได้ 2 แบบ ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เราระบุลงไปว่าจริงหรือเท็จ? ถ้าเงื่อนไขเป็นจริง (TRUE) จะทำการคำนวณด้วยสูตรแบบหนึ่ง ถ้าเงื่อนไขเป็นเท็จ (FALSE) จะคำนวณด้วยสูตรอีกแบบหนึ่ง
ตัวอย่างการใช้ฟังก์ชัน IF
ตัวอย่างการวิเคราะห์โจทย์ฟังก์ชัน IF
ให้คำนวณหาค่าคอมมิชชั่นของพนักงานในไตรมาส 1 โดยตั้งเงื่อนไขว่า ถ้ายอดขายต่ำ
กว่า 100,000 บาท จะได้ค่าคอมมิชชั่น 3% แต่ถ้าได้ตามเป้าหมายหรือสูงกว่าจะได้ค่าคอมมิชชั่น 5% สามารถเริ่มต้นคำนวณตามขั้นตอนได้2 วิธี ดังนี้
3.1 คำนวณด้วยฟังก์ชัน IF แบบปกติ
3.2 คำนวณด้วยฟังก์ชัน IF ซ้อนกัน 2 ระดับ
การแสดงผลด้วยกราฟและพิมพ์ตารางงาน
ชนิดกราฟ
1.1 ชนิดของข้อมูล (เชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ)
1.2 ความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูล
1.3 เปรียบเทียบข้อมูล
1.4 องค์ประกอบของข้อมูล
1.5 การกระจายของข้อมูล
1.6 การซ้อนกันของข้อมูล (Overlapping of data)
การสร้างกราฟ
ขั้นตอนการสร้างกราฟ 6 ขั้นตอน ได้ดังน
2.1 กำหนดวัตถุประสงค์ของการนำเสนอกราฟ
2.2 การเตรียมข้อมูล
2.3 การสร้างกราฟ
2.4 การปรับแต่งรายละเอียดต่าง ๆ ของกราฟ
2.5 การเปลี่ยนชนิดของกราฟ
2.6 การปรับแต่งองค์ประกอบของกราฟ
การพิมพ์ตารางงานออกทางเครื่องพิมพ์
การตั้งค่าหน้ากระดาษ
มีขั้นตอนดังนี้
1) เลื่อนไป Worksheet ที่ต้องการพิมพ์คลิกคำสั่ง File > Print
2) คลิกเลือกเครื่องพิมพ์ หากในเครื่องคอมพิวเตอร์ติดตั้งไว้หลายเครื่อง
3) กำหนดเค้าโครงหน้ากระดาษ (Page Layout) สำหรับพิมพ์ออกเครื่องพิมพ์โดยคลิกที่คำสั่ง Show Margins
4) จะปรากฏตัวอย่างก่อนพิมพ์และระยะขอบกระดาษที่สามารถพิมพ์เครื่องพิมพ์
5) หากตัวอย่างก่อนพิมพ์ไม่สามารถพิมพ์ออกทางเครื่องพิมพ์ได้ครบถ้วนของเนื้อหาที่จะพิมพ์