Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ (Mood disorders) - Coggle…
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ (Mood disorders)
ลักษณะความผิดปกติทางด้านอารมณ์
ความผิดปกติทางอารมณ์ แบ่งออกเป็น 3 ลักษณะ ดังนี้
อารมณ์ซึมเศร้า (Depression)เป็นภาวะที่จิตใจหม่นหมอง เศร้า หมดหวัง ท้อแท้ มองโลกในแง่ร้าย แบ่งตามอาการได้ 3 ระดับ ดังนี้
อารมณ์ซึมเศร้าเล็กน้อย (Mild depression) เบื่อหน่ายเล็กน้อย หดหู่
เศร้าซึม การดาเนินชีวิตยังคงเป็นปกติ สามารถบอกเล่าและระบายความรู้สึกออกมาได้
อารมณ์ซึมเศร้าปานกลาง (Moderate depression) ซึม พูดน้อยลง คิด ช้า วิตกกังวล การทางานบกพร่อง ร่างกายอ่อนแอลง รับประทานอาหารได้น้อย การขับถ่ายและการ พักผ่อนเปลี่ยนแปลงไป เริ่มกระทบการใช้ชีวิตประจาวัน
อารมณ์ซึมเศร้ารุนแรง (Severe depression) สนใจสิ่งแวดล้อมน้อยลง กังวลสูง นอนไม่หลับ บางคนหงุดหงิด ไม่อยู่นิ่ง (Agitate) ปฏิเสธการรับประทานอาหาร ไม่สามารถ ใช้ชีวิตประจาวันได้ หลงผิด ประสาทหลอน และทาร้ายตนเอง
กลไกทางจิตที่ใช้
Repression เก็บกดความรู้สึก ไม่พูด เก็บตัว ไม่สนใจ
Introjection โทษตัวเองไม่ดี ท้อแท้ สิ้นหวัง เป็นมากทาร้ายตนเอง
อารมณ์คลุ้มคลั่ง (Mania) คลุ้มคลั่งเป็นอารมณ์ครึกครื้น ร่าเริงมากกว่าปกติ
มีความสุขมากกว่าปกติ แบ่งตามอาการได้ 3 ระดับ ดังนี้
อารมณ์คลุ้มคลั่งระดับต่า (Hypomania) อารมณ์ไม่คงที่ จากอารมณ์ แจ่มใสหากถูกขัดใจก็จะหงุดหงิดได้ง่าย มีการเคลื่อนไหวทางร่างกายมาก ไม่สนใจ รับประทานอาหารและการนอน ชอบเข้าไปพูดคุยกับผู้อื่น
อารมณ์คลุ้มคลั่งอย่างเฉียบพลัน (Acute mania) สนุกสนานและ ครื้นเครงมากกว่าความเป็นจริง มีความคิดสับสน คิดหลายอย่างในเวลาเดียวกันและจะพูดมาก ไม่มี ความสัมพันธ์กันในสิ่งที่พูด คิดว่าตนเองเป็นใหญ่เป็นโต บางรายมีอาการหลงผิด ไม่ยอมรับประทาน อาหาร ไม่นอน ไม่สนใจทากิจวัตรประจำวัน รบกวนผู้อื่น
อารมณ์คลุ้มคลั่งรุนแรง (Delirious mania) อารมณ์แปรปรวนมาก ควบคุมตนเองไม่ได้ ไม่รับรู้ตนเอง ไม่รู้เวลา สถานที่ บุคคล วุ่นวาย เอะอะ อาละวาด เป็นอันตรายต่อผู้อื่น
กลไกทางจิตที่ใช้
Projection การโทษผู้อื่น ทำให้เกิดลักษณะไม่เป็นมิตร ก้าวร้าว
Fantasy สร้างโลกส่วนตัว ประสาทหลอน หลงผิดคิดว่ามีอำนาจ
อารมณ์คลุ้มคลั่งสลับเศร้า (Bipolar disorders) ความผิดปกติของอารมณ์
แสดงออกในลักษณะเศร้าสลับคลุ้มคลั่ง อารมณ์เปลี่ยนไปมา โดยมีช่วงเศร้าโดดเด่น ไปจนถึงคลุ้มคลั่ง
สาเหตุของการเกิดความผิดปกติทางด้านอารมณ์
ปัจจัยด้านชีวภาพ (Biological factors)
พันธุกรรม (Genetics)
สารสื่อประสาท (Neurotransmitter)
การทำงานของต่อมไร้ท่อ (Neuroendocrine)
การทำงานของสารที่มีผลต่อร่างกาย (Neurophysiological factors)
ปัจจัยด้านจิตสังคม (Psychosocial factors)
ทฤษฎีจิตวิเคราะห์ (Psychoanalytic theory)
ฟรอยด์ (Freud) กล่าวว่า อารมณ์ซึมเศร้า (Depression) เกิดจาก การสูญเสียสิ่งอันเป็นที่รัก และหันความโกรธเข้าหาตนเอง โดยใช้กลไกทางจิตแบบโทษตนเอง (Introjection) ทาให้ผู้ป่วยรู้สึกผิด (Guilt) และสูญเสียความภาคภูมิใจในตนเอง (Low self-esteem)
บุคคลมีการสูญเสียใน oral phase of psychosexual development จะทำให้บุคคลมีอาการ depression ได้ ถ้ามีการสูญเสียในเวลาต่อมา
ในผู้ป่วย mania เป็นการที่บุคคล denial หรือต่อต้านอารมณ์เศร้า ผู้ป่วยจึงแสดงออกโดยมีความมั่นใจในตนเอง (Self-confidence) และผู้ป่วยจะแสดงความไม่เป็น มิตรออกมาต่อผู้อื่น
ทฤษฎีเกี่ยวกับความคิด (Cognitive theory) การที่บุคคลมีอารมณ์ ซึมเศร้า (Depression) เกิดจากความคิดมากกว่าอารมณ์ โดยเกิดจากการมีความคิดด้านลบ (Negative thinking) การมีความคิดด้านลบมี 3 ด้าน ดังนี้
มองสิ่งแวดล้อมในแง่ลบ บุคคลเห็นแต่สิ่งไม่ดีของสิ่งแวดล้อม
มองตนเองในแง่ลบ คิดว่าตนเองไร้ค่า ไม่มีความสามารถ ไม่มีสิ่งใด น่าภาคภูมิใจ
มองอนาคตในแง่ลบ คิดว่าอนาคตของตนเองคงจะล้มเหลว หรือไม่มี ความหวังอะไร
เหตุการณ์ในชีวิตและทฤษฎีเกี่ยวกับความเครียด (Life events and
stress theory)
4) ทฤษฎีบุคลิกภาพ (Personality theory) ลักษณะบุคลิกภาพที่สัมพันธ์กับ โรคซึมเศร้า ได้แก่ การมองสิ่งต่างๆ ในแง่ร้าย รู้สึกตนเองไร้ค่า
การจำแนกโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางด้านอารมณ์ : โรคที่เกิดจากความผิดปกติทางด้านอารมณ์ สามารถแบ่งตามกลุ่มโรคได้ดังนี้
โรคซึมเศร้า (Major depressive disorder: MDD)เป็นโรคที่มีอาการสำคัญ คือ มีอารมณ์เศร้ารุนแรง (Severe depression) เป็นอาการเด่น ร่วมกับอาการอื่น ดังนี้
ทางด้านร่างกาย (Neurovegetative symptoms) อาการอาจเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของ psychophysiological function ได้แก่
ความอยากรับประทานอาหารแปรปรวน ( Appetite disturbance) โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอาการซึมเศร้ารุนแรง จะรู้สึกเบื่ออาหาร หรือมีความอยาก รับประทานอาหารมากขึ้น ทาให้น้าหนักลดลงหรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 5 ใน 1 เดือน
การนอนแปรปรวน (Sleep disturbance) นอนหลับ
น้อยลง หรือนอนไม่หลับ (Insomnia)
ความต้องการทางเพศลดลง (Decrease libido) ในผู้ชาย อาจมีภาวะหมดสมรรถภาพทางเพศ (Impotence) ในผู้หญิงประจาเดือนมาผิดปกติ หรือ ประจาเดือนขาดหายไป (Amenorrhea)
มีอาการท้องผูก (Constipation) ท้องอืด อาหารไม่ย่อย
ไม่มีพลัง (Lack of energy) ทาให้รู้สึกเหนื่อยง่าย ไม่มีแรง
ทางด้านอารมณ์ (Emotional symptoms) มีอารมณ์เศร้ารุนแรงที่ไม่สมเหตุสมผลกับเหตุการณ์จริงในชีวิต เบื่อหน่าย ไม่มีความสนใจในการทากิจกร
ทางด้านความคิด (Cognitive symptoms) คิดซ้าๆ คิดอะไรไม่ค่อย
ออก ไม่มีสมาธิ มีความคิดซ้าๆ เกี่ยวกับความตาย
ทางด้านพฤติกรรม (Behavioral symptoms) ผู้ป่วยจะมีอาการ
เชื่องช้า เดินช้า ไม่พูด ไม่โต้ตอบ ไม่อยากทาอะไร อยู่เฉยๆ ได้นาน และไม่เคลื่อนไหว
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า (Major depressive disorder) การวินิจฉัยโรคซึมเศร้า (Major depressive disorder) ตามเกณฑ์ของ DSM-V (APA, 2013) มีดังนี้
A. มีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 5 ข้อ โดยมีอาการในข้อ
(1) อารมณ์เศร้า หรือ (2) หมดความ สนใจหรือความเพลิดเพลินในกิจกรรมต่างๆ อย่างน้อย 1 ข้อ ในช่วงเวลาที่ติดต่อกัน 2 สัปดาห์ ซึ่งเป็นอาการที่เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม
มีอารมณ์เศร้า เป็นส่วนใหญ่ของวัน และเป็นแทบทุกวัน (จากการบอกเล่าของผู้ป่วย เช่น รู้สึกเศร้า หรือว่างเปล่า หรือ จากการสังเกตของผู้อื่น เช่น เห็นว่าร้องไห้) หมายเหตุ: ในเด็กและวัยรุ่นอาจเป็นอารมณ์หงุดหงิด
ความสนใจหรือความสุขในกิจกรรมต่างๆ ทั้งหมดหรือแทบทั้งหมดลดลงอย่างมาก เป็น ส่วนใหญ่ของวัน และเป็นแทบทุกวัน (จากการบอกเล่าของผู้ป่วย หรือจากการสังเกต ของผู้อื่น)
น้ำหนักลดโดยไม่ได้เกิดจากการควบคุมอาหาร หรือน้ำหนักเพิ่มขึ้นมากเกินไป (เช่น น้าหนักเปลี่ยนแปลงมากกว่าร้อยละ 5 ใน 1 เดือน) หรือมีอาการเบื่ออาหารหรือเจริญ อาหาร เป็นแทบทุกวัน
นอนไม่หลับ หรือหลับมากไป เป็นแทบทุกวัน
กระวนกระวายหรือเฉื่อยชา เป็นแทบทุกวัน (จากการสังเกตของผู้อื่น ไม่ใช่เพียง ความรู้สึกของผู้ป่วยว่ากระวนกระวายหรือรู้สึกว่าช้าลง)
อ่อนเพลียหรือไม่มีแรง เป็นแทบทุกวัน
รู้สึกตนเองไร้ค่าหรือรู้สึกผิดอย่างไม่เหมาะสมหรือมากเกินควร เป็นแทบทุกวัน
สมาธิหรือความสามารถในการคิดอ่านลดลง หรือไม่สามารถตัดสินใจอะไรได้ เป็นแทบทุกวัน (จากการบอกเล่าของผู้ป่วย หรือจากการสังเกตของผู้อื่น)
คิดซ้ำๆ เรื่องความตาย (ไม่ใช่แค่กลัวว่าจะตาย) คิดอยากตายซ้ำๆ มีความพยายามฆ่าตัว ตาย หรือมีการวางแผนฆ่าตัวตาย
B. อาการเหล่านี้ก่อให้เกิดความทุกข์ใจอย่างมาก หรือทาให้กิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านที่สำคัญต่างๆ บกพร่องไป
C. อาการไม่ได้เป็นมาจากผลจากยา สารเสพติด หรือภาวะความเจ็บป่วยอื่น หมายเหตุ: หากมีอาการตามข้อ A-C จัดว่าเป็น major depressive disorder ซึ่ง major depressive disorder พบบ่อยใน bipolar I disorder แต่ในการวินิจฉัย bipolar I disorder ไม่จาเป็นต้องมีระยะนี้ก็ได้
D. อาการของ major depressive episode ไม่ใช่อาการของ schizoaffective disorder, schizophrenia, schizophreniform disorder, delusion disorder หรือโรคอื่นๆ ในกลุ่ม schizophrenia spectrum หรือโรคจิตอื่นๆ
E. ไม่เคยมี manic episode หรือ hypomanic episode
โรคอารมณ์ซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymic disorder) โรคอารมณ์ซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymic disorder) ผู้ป่วยจะมีอาการของ โรคเรื้อรัง แต่อาการรุนแรงน้อยกว่าโรคซึมเศร้า (Major depressive disorder) ซึ่งโรคอารมณ์ ซึมเศร้าเรื้อรัง จะมีอารมณ์เศร้าปานกลาง (Moderate depression) โดยมีอาการดังนี้
ทางด้านร่างกาย (Neurovegetative symptoms) เบื่ออาหาร หรือ
รับประทานอาหารได้มากขึ้น นอนไม่หลับ หรือนอนหลับได้มากขึ้น ความสนใจทางเพศลดลง
ทางด้านอารมณ์ (Emotional symptoms) ผู้ป่วยจะรู้สึกเบื่อหน่าย ท้อแท้ ความภาคภูมิใจในตนเองต่ำ (Low self-esteem) ไม่สนุกกับการทำกิจกรรมต่างๆ หงุดหงิด หรือโกรธง่าย
ทางด้านความคิด (Cognitive symptoms) คิดช้า คิดเรื่องเดิมหรือ คิดซ้ำๆ คิดถึงตนเองในด้านไม่ดี ขาดความเชื่อมั่นในตนเอง
ทางด้านพฤติกรรม (Behavioral symptoms) ผู้ป่วยจะบ่นว่ารู้สึก เหนื่อยเรื้อรัง รู้สึกอ่อนเพลียจากการทำกิจกรรมปกติ และบ่อยครั้งผู้ป่วยเชื่อว่าตนเองมีความเจ็บป่วยทางกาย
เกณฑ์การวินิจฉัยโรคอารมณ์ซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymic disorder) การวินิจฉัยโรคอารมณ์ซึมเศร้าเรื้อรัง (Dysthymic disorder) ตามเกณฑ์ของ DSM-V (APA, 2013) มีดังนี้
A. มีอารมณ์เศร้าเป็นส่วนใหญ่ของวัน มีวันที่เป็นมากกว่าวันที่ปกติ โดยได้จากการบอกเล่าของผู้ป่วย หรือจากการสังเกตของผู้อื่น นานอย่างน้อย 2 ปี
B. ในช่วงที่ซึมเศร้า มีอาการดังต่อไปนี้อย่างน้อย 2 อาการขึ้นไป
เบื่ออาหารหรือกินจุ
นอนไม่หลับหรือหลับมากไป
เรี่ยวแรงน้อย หรืออ่อนเพลีย
Self-esteem ต่ำ
สมาธิไม่ดี หรือตัดสินใจยาก
รู้สึกหมดหวัง
C. ในช่วง 2 ปี (1 ปี ในเด็กและวัยรุ่น) ของความผิดปกติ ผู้ป่วยไม่มีช่วงเวลาที่ปราศจากอาการ
ตามเกณฑ์ A และ B นานกว่า 2 เดือน
D. อาจมีอาการของโรคซึมเศร้า (Major depressive disorder) ต่อเนื่องนาน 2 ปี
E. ไม่เคยมี manic episode หรือ hypomanic episode และไม่เคยมีอาการเข้าเกณฑ์cyclothymic disorder
F. ความผิดปกตินี้ไม่ใช่อาการของ schizoaffective disorder, schizophrenia,schizophreniform disorder, delusion disorder หรือโรคจิตอื่นๆ
G. อาการไม่ได้เป็นจากผลทางด้านสรีรวิทยาจากสาร (เช่น สารเสพติด ยา) หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย (เช่น hypothyroidism)
H. อาการก่อให้เกิดความทุกข์อย่างมาก หรือทำให้กิจกรรมด้านสังคม การงาน หรือด้านสำคัญต่างๆ บกพร่องไป
การจำแนกโรคที่เกิดจากความผิดปกติทางด้านอารมณ์
กลุ่มโรคอารมณ์สองขั้ว (Bipolar disorders)
ระยะอารมณ์ซึมเศร้า (Depressive episode)
ระยะคลุ้มคลั่ง (Manic episode)
ทางด้านร่างกาย (Neurovegetative symptoms)
ไม่รู้สึกง่วงนอน หรือนอนไม่หลับ แม้จะพักผ่อนเพียง 2-3 ชั่วโมง ก็รู้สึกว่าเพียงพอ และอาจนอนไม่หลับหลายวันโดย ไม่รู้สึกอ่อนเพลีย แต่ร่างกายจะทนไม่ไหว
ทางด้านอารมณ์ (Emotional symptoms)
ผู้ป่วยจะรู้สึกมีความสุข มาก มีอารมณ์ครึกครื้น รื่นเริง สนุกสนานเกินความเป็นจริง (Euphoria and elation) และไม่เหมาะสมกับสถานการณ์
ทางด้านความคิด (Cognitive symptoms)
ผู้ป่วยมีความคิด สร้างสรรค์มากมาย ความคิดเปลี่ยนแปลงรวดเร็วจากเรื่องหนึ่งไปอีกเรื่องหนึ่งหรือความคิดแล่นเร็ว (Flight of idea) ทาให้การแสดงความคิดออกมาเป็นคาพูดสับสน
ทางด้านพฤติกรรม (Behavioral symptoms)
ผู้ป่วยจะทำกิจกรรม มาก ไม่อยู่เฉย เดินไปเดินมา ความต้องการนอนลดลง ผู้ป่วยจะหลับเพียง 2-3 ชั่วโมงต่อคืนก็รู้สึกเพียงพอแล้ว ตื่นมาก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่า พูดมากกว่าปกติ (Talkative)
เกณฑ์การวินิจฉัยระยะคลุ้มคลั่ง (Manic episode) การวินิจฉัยระยะคลุ้มคลั่ง (Manic episode) ตามเกณฑ์ของ DSM-V (APA, 2013) มี ดังนี้
A. มีอารมณ์สนุกสนานรื่นเริงผิดปกติ หรือมีอารมณ์หงุดหงิด โกรธง่ายผิดปกติอย่างต่อเนื่อง ร่วมกับมีพลัง เรี่ยวแรงเพิ่มขึ้น เป็นเกือบทั้งวัน แทบทุกวัน นานอย่างน้อย 1 สัปดาห์ (หรือ นานเท่าไรก็ได้หากจาเป็นต้องรับไว้รักษาในโรงพยาบาล)
B. ในช่วงที่มีความผิดปกติทางอารมณ์ ต้องมีอาการต่อไปนี้อย่างน้อย 3 อาการ (หรือ 4 อาการ หากมีอารมณ์แบบหงุดหงิด) และอาการนี้รุนแรงอย่างมีความสำคัญและแตกต่างจาก พฤติกรรมปกติ
มี self-esteem เพิ่มมากขึ้น หรือมีความคิดว่าตนยิ่งใหญ่ (grandiosity)
ความต้องการนอนลดลง
พูดคุยมากกว่าปกติ หรือต้องการพูดอย่างไม่หยุด
Fight of idea หรือผู้ป่วยรู้สึกว่ามีความคิดแล่นเร็ว
หันเหความสนใจง่าย (distractibility) (ได้แก่ ถูกดึงความสนใจได้ง่าย แม้สิ่งเร้าภายนอก จะไม่สาคัญหรือไม่เกี่ยวเนื่องกับสิ่งที่สนใจอยู่ในขณะนั้น)
มีกิจกรรมซึ่งมีจุดหมายเพิ่มขึ้นมาก (ทั้งกิจกรรมด้านสังคม ด้านการงาน ด้านการเรียน หรือด้านเพศ) หรือ กระวนกระวายอยู่นิ่งไม่ได้
หมกมุ่นอย่างมากกับกิจกรรมที่ทำให้เพลิดเพลิน แต่มีโอกาสสูงที่จะก่อให้เกิดความ ยุ่งยากตามมา (เช่น ใช้จ่ายฟุ่มเฟือย ไม่ยับยั้งชั่งใจเรื่องเพศหรือลงทุนทำธุรกิจอย่างโง่เขลา)
C. ความผิดปกติด้านอารมณ์ที่เกิดขึ้นรุนแรงจนทำให้มีความบกพร่องอย่างมากในการงาน หรือ กิจกรรมทางสังคมตามปกติ หรือสัมพันธภาพกับผู้อื่น หรือทำให้ต้องอยู่ในโรงพยาบาลเพื่อป้องกันอันตรายต่อตนเองหรือผู้อื่น หรือมีอาการโรคจิต
D. อาการไม่ได้เป็นผลโดยตรงด้านสรีรวิทยาจากกสาร (เช่น สารเสพติด ยา หรือการรักษาอื่น) หรือจากภาวะความเจ็บป่วยทางกาย
หมายเหตุ: หากอาการใน manic episode เกิดระหว่างการรักษาอาการเศร้า (เช่น การใช้ยา การรักษาด้วยไฟฟ้า) และยังคงมีอาการต่อเนื่องเกินกว่าที่จะอธิบายว่าเป็นผลมาจากทาง สรีรวิทยาของการรักษานั้น ก็นับว่าเป็น manic episode และวินิจฉัยว่าเป็น bipolar I disorder ได้