Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การตรวจสภาพจิต (mental status examination), นางสาวมินทิรา มังคลาด…
การตรวจสภาพจิต (mental status examination)
เพื่อค้นหาความผิดปกติ ทำโดยการสังเกต และการ สัมภาษณ์ ได้แก่ ลักษณะทั่วไปของผู้ป่วย การพูด สภาพอารมณ์ ความคิด การรับรู้ การตัดสินใจ ตลอดจนการทำงานของสมอง
ความผิดปกติของความคิด (disturbance of thinking) ทั้งกระบวนการคิด (thought
process) และเนื้อหาความคิด (thought content)
เช่น หลงผิด (delusion) คิดแปลกประลาด คิดหมกมุ่น ซ้ำ ๆ คิดว่าตนองเป็นผู้วิเศษ คิดหวาดระแวงว่ามีคนปองร้าย มีคนคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลา
คำถาม: มีคนบางคนคิดว่าตนมีอำนาจพิเศษเหนื่อกว่าคนอื่น ๆ ยากต่อการอธิบายให้คน
อื่นเข้าใจ คุณเป็นอย่างนี้หรือไม่ ถ้าตอบว่าเคย ถามต่อว่าตอนนี้คุณคิดหรือเปล่า บางครั้งคุณรู้สึกว่ามีคนสะกดรอยตาม หรือคอยจ้องมองคุณอยู่ตลอดเวลามีบ้างไหม
ลักษณะทั่วไป (general appearance)
การสังเกตลักษณะท่าทางภายนอก
โดยทั่วไป
รูปร่าง
การแต่งกาย
ทรงผม
ความสะอาด
พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยผิดปกติหรือไม่ มีท่าทีต่อผู้สัมภาษณ์อย่างไร
ต่อต้าน
เฉยเมย
ให้ความร่วมมือในการสัมภาษณ์
การตัดสินใจ (udgement)
ต้องประเมินโดยเทียบกับบรรทัดฐานทางสังคม (social norm) โดยการสมมุติเหตุการณ์จากการทดสอบ (test judgment)
ว่าสามารถตัดสินใจได้ถูกต้องเหมาะสม
การตัดสินใจแบ่งเป็นสามระดับ คือ ดี ไม่ค่อยดี ไม่ดี
เช่น คำถาม :
ถ้าท่านลืมกุญแจเข้าบ้านได้จะทำอย่างไร
ถ้าพบไฟไหม้ในโรงหนังคนแรกจะทำอย่างไร
ถ้าพบกระเป้าเงินของผู้อื่นตกอยู่บนพื้นจะทำอย่างไร
ลักษณะการพูด (speech)
สังเกตว่าผิดปกติหรือไม่ อย่างไร
เช่น ไม่พูด พูดน้อย พูดมาก
พูดไม่รู้เรื่อง พูดไม่ประติดประต่อ พูดวกวน พูดเรื่อยเปื่อย
การตระหนักรู้ถึงความเจ็บป่วยของตน (insight)
แบ่งป็น 6 ระดับ
3) คิดว่าตนเองผิดปกติ
5) ยอมรับว่าความผิดปกติหรือการเจ็บป่วยมีสาเหตุมาจากความผิดปกติทางจิตใจ (intellectual insight)
แต่ไม่นำมาใช้ในการแก้ปัญหา หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไข
2) คิดว่าตนอาจป่วยควรต้องรักษา แต่ปฏิเสธการรักษา
6) ตระหนักอย่างแท้จริงว่าปัญหาหรืออาการทางจิตเวชเกิดจากความผิดปกติด้านจิตใจ (true emotional insight)
พร้อมที่จะแก้ไขที่สาเหตุ ให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ
1) ปฏิเสธความผิดปกติหรือความเจ็บป่วย
4) คิดว่าความผิดปกติเกิดจากปัญหาบางประการ แต่ไม่รู้ว่าปัญหาอะไร
ความผิดปกติของ การทำงานของสมอง
(sensorium and cognition : cognitive function)
การตรวจความผิดปกติต้องบอกให้ผู้ป่วยทราบก่อนว่าคำถามต่อไปนี้นักศึกษาขอถามในคิดความรู้สึก ไม่มีคำตอบถูกหรือผิด เมื่อผู้ป่วยตอบผิดบอกไม่เป็นไร ให้ถามในประเด็นต่อไป หลังจากนั้นค่อยให้ orientation เท่าที่จำเป็นเพราะผู้ป่วยจะมีความกังวลเกี่ยวกับความผิดปกติของตนเอง
การรู้จักเวลา สถานที่บุคคล (orientation)
ความใส่ใจและสมาธิ (attention and concentration)
การลบเลขในใจ ได้แก่ 100-7 สำหรับผู้ที่ 100-7 ไม่ได้ อาจมีข้อจำกัดในเรื่องประสบการณ์ลองใหลบโดยใช้ 20-3
เช่น คำถาม : ขอให้คุณลบเลขในใจนะคะ 100-7 ได้เท่าไหร่ค่ะ..ลบอีก7 ค่ะ ลบไปเรื่อย ๆ
ความจำ (memory)
ทันที (immediate /recall memory)
ให้พูดตาม /ทวนตัวเลข 751 2863 57296 849751 1896354271
ความปัจจุบัน (recent memony)
ถามถึงเหตุการณ์ พึ่งผ่านมาไม่นาน ภายใน
1 วัน / วันที่ผ่านมา
เช่น วันนี้/เมื่อวานมีใครมาเยี่ยม อาหารที่ผ่านมาทานข้าวกับอะไร
ความรู้ทั่วไป (general knowledge and Intelligence)
ผู้ตรวจต้องอยู่ในสังคมเดียวกัน
เช่น คำถาม: ธงชาติไทยมีที่สี แต่ละสีหมายถึงอะไร นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันชื่ออะไร
ความคิดเกี่ยวกับนามธรรม (abstract thinking)
เช่น คำถาม : ความหมือน หรือความต่าง ส้มกับกล้วย หรือกลางวันกับกลางคืน หรือให้อธิบายความหมายของคำพังเผย "น้ำขึ้นให้รีบตัก" หมายถึง
ผิดปกติของอารมณ์ (disturbance of emotion)
่การสังเกตการแสอารมณ์ สมเหตุสมผลหรือไม่ เปลี่ยนแปลงรวดเร็วหรือไม่
เช่น เศร้า ไร้อารมณ์ หงุดหงิดง่าย
คำถาม: ช่วงนี้สภาพจิตใจของคุณเป็นอย่างไร ไม่ค่อยสดชื่นมีบ้างไหม มีอะไรทำให้เครียด
หรือเป็นกังวลบ้างไหม
ความผิดปกติของการรับรู้สัมผัส(disturbance of perception)
เช่น อาการประสาทหลอน (hallucination)
ประสาทหลอนทางหูเรียกว่า หูแว่ว (auditory hallucination)
ประสาทหลอนทางตาเรียกว่าภาพหลอน (visual hallucination)
การแปลภาพผิด (illusion)
คำถาม : บางครั้งคุณได้ยินเสียงคนคุยกัน โต้ตอบกัน โดยที่เขาไม่ได้อยู่แถวนี้มีบ้างไหม
พยาบาลเห็นคุณดูท่าทางกลัวไม่ทราบคุณเห็นอะไร ดูคุณปัด /เกาแขน รู้สึกว่ามีอะไรไต่ตามตัวหรือไม่
นางสาวมินทิรา มังคลาด 611210089 นางสาวเมทินี เรือนสิงห์ 611210090