Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
หญิงไทย อายุ 39 ปี G3P0A2L0 GA 38+2 weeks by u/s, ส่งผลให้ ฮอรโมนHPL…
หญิงไทย อายุ 39 ปี G3P0A2L0 GA 38+2 weeks by u/s
แพทย์นัด Admit เพื่อ C/S จาก GDMA2
ปฏิเสธการผ่าตัด/การแพ้ยา/อาหาร/โรคประจำตัว
ประวัติการตั้งครรภ์ในอตีต
-G1 แท้ง ขณะอายุครรภ์ 5 เดือน ได้รับการขูดมดลูกที่รพ.บ้านโป่ง (ปี 2550 ,ขณะอายุ 26 ปี)
-G1 แท้ง ขณะอายุครรภ์ 2 เดือน ไม่ได้รับการขูดมดลูก (ปี 2562 ,ขณะอายุ 38 ปี)
ประวัติการตั้งครรภ์ในปัจจุบัน
-G3P0A2L0 GA 38+2 wks by u/s LMP 16 ก.พ. 63 EDC 16 พ.ย. 63 ANC 13 ครั้ง ที่คลินิก
ANC ครั้งแรก GA 10 wks. น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์ 77 กก. ส่วนสูง 165 ซม. BMI 28.28 ปัจจุบันน้ำหนัก 87 กก.
ได้รับวัคซีน TT ครบ 3 เข็ม เมื่อ 7 ปีที่แล้ว
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
ครั้งที่ 1
-Blood gr/Rh = AB Positive
-Hct/Hb = 43 %
OF/MCV ,MCH = non reactive
DCIP = non reactive
HBsAg = non reactive
VDRL = non reactive
HIV = non reactive
ครั้งที่ 2
-Hct/Hb = 40 %
Dx.G3P0A2L0 with Elderly garvidarum with Gestational Diabetes Mellitus ClassA2
แรกรับ
-DTX stat 163 mg%
โรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์
(Diabetes mellitus in pregnancy)
ความหมาย
หญิงตั้งครรภ์ที่มีการเผาผลาญคาร์โบไฮเดรตผิดปกติ เนื่องจากความไม่สมดุลของการนำ Insulin ไปใช้ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง และจากการทำลาย Insulin โดยรกและฮอร์โมนจากรก ซึ่งมีฤทธิ์ต้าน Insulin ทำให้การเผาผลาญในร่างกายผิดปกติ
ชนิดของโรคเบาหวาน
1.โรคเบาหวานที่วินิจฉัยได้ก่อนการตั้งครรภ์(pregestational Diabetes Mellitus/Overt DM)
2.โรคเบาหวานที่วินิจฉัยได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ Gestational Diabetes Mellitus เเบ่งเป็น2ระดับคือ A1และA2
ขณะตั้งครรภ์มีการเปลี่ยนแปลงของระบบเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
โดยหญิงตั้งครรภ์จะมีฮอรโมน Human placental lactogen/HPL ซึ่งสร้างจากรก
การวินิจฉัย
1.กลุ่มเสี่ยงต่ำ
1.1อายุน้อยกว่า 25 ปี
1.2 น้ำหนักก่อนตั้งครรภ์อยู่ในเกณฑ์ปกติ
1.3 อยู่ในชุมชนที่มีความชุกของเบาหวานขณะตั้งครรภ์ต่ำ
1.4 ไม่มีครอบครัวเป็นเบาหวาน
1.5 ไม่มีความผิดปกติของ glucose tolerance test
2.กลุ่มเสี่ยงปานกลาง
เชื้อสาย hispanic , African ,Native , American ,South or East Asian
3.กลุ่มเสี่ยงสูง
3.1 อ้วนมาก
3.2 ประวัติเคยเป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
3.3 ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ
3.4 ประวัติครอบครัวมีความเสี่ยงเป็นเบาหวานสูงมาก
:warning:
-BMI ก่อนการตั้งครรภ์ 28.28
-ตรวจพบน้ำตาลในปัสสาวะ 3+
-มารดาของหญิงตั้งครรภ์ มีโรคประจำตัวเป็นเบาหวาน
วิธีการตรวจเบาหวานในขณะตั้งครรภ์
1.การตรวจ oral glucose tolerance Test (OGTT)
วิธีการตรวจการวินิจฉัย(OGTT)ให้งดอาหารอย่างน้อย 8 ชั่วโมง ให้เจาะเลือดตรวจ fasting blood glucose(FBS)หลังจากนั้นให้รับประทานน้ำตาลความเข้มข้น 100 กรัม ผสมน้ำอย่างน้อย 400 ลูกบาศก์เซนติเมตร แล้วเจาะเลือดเมื่อ 1 , 2 และ 3 ชั่วโมงหลังรับประทานน้ำตาล
:warning:
ตรวจ oral glucose tolerance Test ไม่มีผลตรวจทางโรงพยาบาล เนื่องจากมารดาฝากพิเศษที่คลินิก
การตรวจ glucose challenge test (GCT)
วิธีการตรวจคัดกรองให้รับประทานน้ำตาลโดยไม่คำนึงถึงมื้ออาหารและเจาะเลือดหลังจากนั้น 1 ชั่วโมง ค่าผิดปกติถ้า > 130 หรือ 140 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร
ผลกระทบของเบาหวานต่อมารดาและทารกในขณะตั้งครรภ์
1.ระยะก่อนคลอด
1.1 ทารกตัวโต เนื่องจากมีไขมันสะสมบริเวณหัวไหล่และลำตัว
อันเนื่องมาจากinsulinและinsulin like factor I and II มารดาที่เป็นเบาหวานผลิตฮอร์โมนนี้มากกว่าปกติ
:warning:
-จากการ ultrasound EFW=3,065 g.
-ทารกแรกเกิดน้ำหนัก 3,660 กรัม
1.2 ทารกเสียชีวิตในครรภ์ เป็นลักษณะของ Unex-plained fetal death
เนื่องจากไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดของการเสียชีวิต แต่ส่วนใหญ่จะพบใน class A2และ Overt DM
1.3 ทารกเสียชีวิตในครรภ์(intrauterine fetal death)
1.4 ความพิการแต่กำเนิด(congenital anomalies)
มีพยาธิสภาพของหลอดเลือดและควบคุมระดับน้ำตาลกว่าการตั้งครรภ์ได้ไม่ดี เกิดขึ้นก่อนอายุครรภ์ 7 สัปดาห์หลังปฏิสนธิ
2.ระยะคลอด
เพิ่มอุบัติการณ์การคลอดยากและการบาดเจ็บจากการคลอดเช่นคลอดติดไหล่
3.ระยะหลังคลอด
ทารกมีปัญหาเรื่องของภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ
:warning:
ผลการตั้งครรภ์ต่อโรคเบาหวาน
1.น้ำตาลในเลือดต่ำ ทารกดึงน้ำตาลไปใช้+ระดับinsulinที่สูงขึ้น
2.ติดเชื้อได้บ่อยกว่าหญิงตั้งครรภ์ปกติ พบได้ร้อยละ 1.5-12
3.การตกเลือดหลังคลอด เนื่องจากรกที่กว้างใหญ่และทารกตัวใหญ่ทำให้มีการฉีกขาดของช่องทางคลอด
4.เพิ่มอัตราตายของมารดา ได้แก่ภาวะ ketoacidosis ความดันโลหิตสูง การติดเชื้อที่กรวยไต
การดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์
2.ระยะคลอด
:warning:
แพทย์มีแผนการรักษาให้
-5%DNSS 1000 ml vein 80 ml/hr at 6.00 น.
:warning:
-DTX at 6.00น. then DTX q 2 hr
-If DTX >140 start RI (1:10) vein drip เป็น 0.5 ml/hr then DTX q 1 hr
-if DTX 120-160 add RI 0.5 unit
-if DTX 161-200 add RI 1 unit
-if DTX >200 add RI 1.5 unit
-if DTX <80 hold insulin +50% glucose 20 ml vein puch
การดูแลก่อนคลอด
การใช้Insulin
:warning:
-มารดารับการรักษาด้วยการฉีด Mixtard 36-0-0 unit.
การออกกำลังกาย
การควบคุมอาหาร
Elderly pregnancy การตั้งครรภ์ในสตรีสูงอายุ
ความหมายคือ หญิงตั้งครรภ์ที่มีอายุมาก มากกว่า35ปีขึ้นไป และมีการตั้งครรภ์ พบมีเพิ่มสูงขึ้น ผลของการตั้งครรภ์ทำให้เกิดความเสี่ยงต่อปัญหาด้านสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์และทารกในครรภ์
ผลต่อการตั้งครรภ์
ระยะก่อนการฝังตัว(pre-conception)
1.ภาวะมีบุตรยาก
เมื่อมีอายุมากขึ้น มีโอกาสเหลือไขที่มีความสมบูรณ์จำนวนน้อนลง
ช่วงต้นของการตั้งครรภ์(Early pregnancy)
1.การแท้งบุตร(miscarriage)
เนื่องจากคุณภาพไข่ที่ลดลง และการเปลี่ยนแปลงของมดลูกและฮอรโมนนร่างกาย
2.การตั้งครรภ์นอกมดลูก(Ectopic pregnancy)
เกิดจากความผิดปกติของโครโมโซม ทำให้การทำงานของท่อรังไขเสื่อมลง
1 more item...
ผลต่อทารกในครรภ์
1.ความผิดปกติของยีน(Gene abnormalities)
โดยมารดาที่อายุมากเป็นปัจจัยเสี่ยงของการเกิดออทิสซีมอย่างมีนัยสำคัญ
2.ความผิดปกติแต่กำเนิด(Congenital anomalies)
โดยเกิดจากโครโมโซมที่ผิดปกติแบบ aneuploidy ได้แก่ esophageal atresia, hypospadias และ craniosynostosis
ความผิดปิกติของรก(placental problem)
1.ภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนด
2.ภาวะรกเกาะต่ำ
สามารถทำให้เกิดเบาหวานแบบOvert DMและเบาหวานขณะตัั้งครรภ์GDM ได้ 3-6เท่า เมื่อเที่ยบกับสตรีอายุน้อย
การดูแล
1.Invasive methods ได้แก่การเจาะน้ำคร่ำ หรือการเจาะชิ้นเนื้อรก ซึ่งเป็นการตรวจวินิจฉัย
ไตรมาส3
ควรได้รับU/S ในGA 38-39 wks และควรทำantepartum testing สัปดาห์ละ2ครั้ง โดยทำสลับกับ NST และ biophysical profile ร่วมกับการนับลูกดิ้น
การดูและระยะคลอด
เฝ้าระวังการคลอดติดขัด และอาจต้องพิจารณาC/S ในรายที่ไม่สามารถคลอดเองได้
1 more item...
2.Non-invasive method ได้แก่การเจาะเลือดมารดาเพื่อตรวจหาระดับฮอรโมน หรือการตรวจหาเซลล์ทารก(Cell-free fetal DNA) ร่วมกับดูอวัยวะสำคัญในร่างกายของทารกอย่างละเอียด
: :warning:แพทย์ทำการผ่าตัด Low transverse incision ความยาวประมาณ 15 cm.
:warning: คลอด 11.05 น. ทารกเพศหญิง นน.3360 กรัม Apgar score 9,10,10 คะแนน
:warning: Total blood loss = 700 ml.
ส่งผลให้ ฮอรโมนHPL ออกฤทธ์ต้านการทำงานของฮอรโมนอินซูลิน โดยHPLจะเพิ่มขึ้นตามอายุครรภ์
ทำให้เกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน
ทำให้เนื้อเยื่อต่างๆของร่างกาย ไม่สามารถนำน้ำตาลในกระแสเลือด เข้าสู่cellได้
ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง โดยเฉพาะหลังรับประทานอาหารเรียกว่า prostaprandial hyperglycemia
ทำให้ร่างกายของหญิงตั้งครรภ์มีความต้องการของฮอร์โมนอินซูลินในปริมาณมาก
จึงมีการสร้างฮอร์โมนอินซูลินมากขึ้น ให้เพียงพอต่อความต้องการ
ทำให้เกิดภาวะ Hyperinsulinemia
หากร่างกายไม่สามารถชดเชยการผลิตอินซูลินให้มากขึ้นได้
ส่งผลให้เป็นเบาหวานขณะตั้งครรภ์