Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การพยาบาลมารดาที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะหลังคลอด - Coggle Diagram
การพยาบาลมารดาที่มีภาวะแทรกซ้อนในระยะหลังคลอด
9.3 มดลูกเข้าอู่ช้า (subinvolution of uterus)
การประเมินและการวินิจฉัย
การซักประวัติ ตรวจพบได้เมื่อมารดามาตรวจหลังคลอด 4 – 6 สัปดาห์ หรือมารดามักจะมาโรงพยาบาลด้วยประวัติเหล่านี้ ยังมีน้ำคาวปลาออกนาน สีน้ำคาวปลาไม่จางลงภายใน 2 สัปดาห์ หรือยังคลำพบยอดมดลูกที่หน้าท้อง หรือมาพร้อมกับอาการติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
การตรวจร่างกาย ยังคลำพบระดับยอดมดลูกที่หน้าท้อง ระดับยอดมดลูกไม่ลดต่ำลง น้ำคาวปลาสีไม่จางลง มีเศษเยื่อหุ้มรกค้าง ตกขาว ปวดท้องน้อย ปวดหลัง หรือมีไข้ ติดเชื้อร่วมด้วย
การรักษา แพทย์จะรักษาตามอาการเพื่อให้มดลูกหดรัดตัวดีและลดระดับเข้าสู่อุ้งเชิงกรานได้ เช่น การให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก การให้ยาปฏิชีวนะกรณีมีการติดเชื้อร่วมด้วย เป็นต้น
อาการและอาการแสดง ดังนี้
อุณหภูมิกายสูง ปวดท้องน้อย กดเจ็บที่มดลูก
คลำพบยอดมดลูกที่หน้าท้องหรือระดับยอดมดลูกยังอยู่สูง
น้ำคาวปลาเป็นสีแดง (persistent red lochia) มีกลิ่นเหม็น (foul lochia)
มีน้ำคาวปลาออกนาน หรือออกมากกว่าปกติ
คือ กระบวนการกลับคืนสู่สภาพเดิมของมดลูกใช้เวลานาน สาเหตุและปัจจัยเสี่ยงของภาวะมดลูกเข้าอู่ช้า
อาจเกิดจากเศษรกหรือเยื่อหุ้มทารกค้าง มีก้อนเนื้องอกของมดลูก มารดาหลังคลอดครรภ์หลัง การตึงตัวของมดลูกไม่ดี หรือมดลูกถูกยืดขยายมาก ปัสสาวะเต็มกระเพาะปัสสาวะ หรือมีอุจจาระอัดแน่นเวลานาน การผ่าตัดคลอดทางหน้าท้อง เป็นต้น
9.4 การติดเชื้อหลังคลอด (puerperal infection)
การประเมินและการวินิจฉัย
การซักประวัติ ค้นหาปัจจัยเสี่ยงของการติดเชื้อในระยะหลังคลอด เช่น ภาวะสุขภาพ ภาวะโภชนาการก่อนตั้งครรภ์ เป็นต้น
ตรวจร่างกาย มารดามักมีอาการอ่อนเพลียมากกว่าปกติ ซีด มีไข้สูง ตั้งแต่ 38 องศาเซลเซียสขึ้นไป ติดต่อกันอย่างน้อย 2 ใน 10 วันแรกหลังคลอด ชีพจรเร็ว หายใจเร็ว กดเจ็บบริเวณท้องน้อย มดลูกเข้าอู่ช้า
การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ ส่งตรวจ CBC, gram stain, เพาะเชื้อจากปากมดลูกและน้าคาวปลา
คือ การมีไข้ อุณหภูมิกาย ≥ 38 องศาเซลเซียส นานเกิน 24 ชั่วโมง หรือ เกิดซ้าตั้งแต่วันที่ 2 – 10 หลังคลอดหรือหลังการแท้ง โดยมีการติดเชื้อในระบบสืบพันธุ์ร่วมกับ การติดเชื้อในระบบอื่นๆ เช่น ระบบทางเดินปัสสาวะ เต้านม ระบบทางเดินหายใจ ระบบทางเดินอาหาร มาลาเรีย ไทฟอยด์
สาเหตุ
มีดังนี้ การติดเชื้อจากโรงพยาบาล (nosocomial infection) การติดเชื้อจากภายนอก (exogenous infection) การติดเชื้อจากตัวผู้ป่วยเอง (endogenous infection) ซึ่งเกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ที่อาศัยอยู่ก่อนแล้ว ซึ่งปกติไม่ก่อให้เกิดโรค (normal flora)
ปัจจัยเสี่ยง
ภาวะทุพโภชนาการ ภาวะโลหิตจางตั้งแต่ตั้งครรภ์ การตรวจภายในบ่อยในระยะรอคลอด ระยะเจ็บครรภ์และการคลอดยาวนาน การทาคลอดโดยใช้สูติศาสตร์หัตถการ หรือการคลอดยากเศษรกค้างในโพรงมดลูก การดูแลแผลฝีเย็บไม่ถูกต้อง
การติดเชื้อของเยื่อบุโพรงมดลูก (endometritis) หรือการติดเชื้อของมดลูก (metritis) คือการติดเชื้ออาการจะเริ่มเมื่อ 48 ชั่วโมงแรกหลังคลอด โดยมีไข้สูงแบบฟันเลื่อย ระหว่าง 38.5 – 40 องศาเซลเซียส ชีพจรเร็ว หนาวสั่น ปวดท้องน้อยปวดมากบริเวณมดลูกและปีกมดลูก น้าคาวปลาจะมีกลิ่นเหม็นหรือมีหนองปน
ภาวะแทรกซ้อนของการติดเชื้อหลังคลอด ได้แก่ การติดเชื้อจากมารดาสู่ทารก มดลูกเข้าอู่ช้า ตกเลือดหลังคลอด เป็นหมัน โรคไตเรื้อรัง หลอดเลือดปอดอุดตัน ช็อกจากการติดเชื้อ และการจับตัวของลิ่มเลือด เป็นต้น
การติดเชื้อเฉพาะที่ บริเวณที่ติดเชื้อมักจากัดอยู่ที่ตาแหน่งใด ตาแหน่งหนึ่งเท่านั้น ได้แก่ การติดเชื้อของแผลฝีเย็บ (perineal infection) ปากช่องคลอด (vulvitis) ช่องคลอด (vaginitis) ปากมดลูก (cervicitis) และเยื่อบุโพรงมดลูก (endometritis)
การติดเชื้อลุกลามออกไปนอกมดลูก ได้แก่
การแพร่กระจายไปตามหลอดเลือดดา ทาให้เกิด pelvic thrombophlebitis , femoral thrombophlebitis, pyemia
การแพร่กระจายไปตามระบบน้าเหลือง ทาให้เกิด pelvic cellulitis (parametritis), pelvic abscess, peritonitis
การรักษา มี 2แบบ
การรักษาอาการทั่วไป คือ การจัดท่า fowler position ให้สารน้ำทางหลอดเลือด รักษาภาวะช็อก
การรักษาและการเลือกใช้ยาปฏิชีวนะ อาจใช้ยาปฏิชีวนะที่ครอบคลุมเชื้อได้กว้าง เนื่องจากส่วนใหญ่เกิดจากการติดเชื้อหลายชนิดร่วมกันทั้งชนิด aerobic และ anaerobic เป็นต้น