Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
⚡การตรวจร่างกายระบบประสาท⚡ - Coggle Diagram
⚡
การตรวจร่างกายระบบประสาท
⚡
หน้าที่ควบตุมหลัก
การวิเคราะห์ข้อมูล
นำข้อมูลที่ได้มาจากนอกร่างกายเข้ามาทางประสาทรับความรู้สึกมาแปลผล ตัดสินใจ ส่งต่อข้อมูล
การสั่งงานและควบคุมการทำงานของร่างกาย
รับสัญญาณจากประสาทส่วนกลางส่งไปยังอวัยวะส่วนต่างๆของร่างกาย
การรับความรู้สึก
อาศัยตัวรับความรู้สึกบริเวณผิวหนัง กล้ามเนื้อ ข้อต่อ อวัยวะภายในลูกตา จมูก ลิ้น หู
ระบบประสาทส่วนกลาง
สมอง
สมองใหญ่(Cerebrum)
หน้าที่ : รับความรู้สึก ควบคุมการทำงานของกล้ามเนื้อ ระบบต่อมไร้ท่อ และระบบประสาทอัตโนมัติ
สมองน้อย(Cerebellum)
หน้าที่ : ควบคุมสมดุล การเคลื่อนไหวของร่างกาย
ไขสันหลัง
สามารถส่งกระแสประสาทไปยังสมองและส่งต่างๆของร่างกาย
หน้าที่ : เคลื่อนไหวและการรับความรู้สึกต่างๆ
ระบบประสาทส่วนปลาย
เส้นประสาทสมอง(Cranial nerve) 12 คู่
เส้นประสาทไขสันหลัง(Spinal nerve) 31 คู่
ระบบประสาทอัตโนมัติ
Sympathetic
Parasympathetic
สิ่งที่ต้องทำการตรวจ
การตรวจทั่วไป
การเดิน ลักษณะที่แสดงออก
ระดับความรู้สึกตัว
Alert
ระดับความรู้สึกตัวปกติ เหมือนคนปกติทั่วไป
Drawsiness
ระกับความรู้สึกซึมลง อยากหลัง ต้องปลุกเรียก ยังพูดรู้เรื่อง
Confuse
ระดับความรู้สึกซึมลงมาก พูดจาไม่รู้เรื่อง ไม่รู้จักสถานที่ เวลา บุคคล เรียกว่า Disorientation
Coma
ความรู้สึกไม่รู้สึกตัว ไม่มีการตอบสนอง
Delirium
จะเอะอะอาละวาดมากขึ้น หงุดหงิด ตอบคำถามไม่ได้ บางครั้งต้องจับมัดไว้ เรียกว่า Restrained
Stupor
ความรู้สึกซึมมาก ต้องปลุกแรงๆ ลืมตาปัดและหลับต่อ เรียกว่า Semicoma
การตรวจประสาทสมอง 12 คู่
CN IX, CN X
สังเกตว่ามีเสียงแหบหรือเสียงขึ้นจมูกหรือไม่ ให้ผู้ป่วยร้องอา สังเกตการยกตัวของลิ้นไก่ ทดสอบ Gag reflex โดยใช้ไม้กดลิ้นแตะผนังคอหรือโคนลิ้น ปกติจะมีการขย้อน
CN XI
Sternocleidomastoid : ให้ผู้ป่วยหัดไปด้านใดด้านหนึ่ง แล้วให้พยายามดันคางกลับทางเดิม จะเห็น Sternocleidomastoid เกร็งตัวชัดเจน Traprzius : ให้ผู้ป่วยนั่งหรือยืนตรง ๆ และผู้ตรวจกดไหล่ของผู้ป่วย เพื่อดูกำลังของกล้ามเนื้อ
CN VII
ให้ผู้ป่วยอ้าปากแลบลิ้นเข้าออกเร็วๆพร้อมตวัดลิ้นไปมา สังเกตขนาดและลักษณะของลิ้นและให้ผู้ป่วยเอาลิ้นดุนแก้ม ผู้ตรวจออกแรงดันที่แก้มซ้ายขวา สังเกตความเเข็งแรงของลิ้น
CN V
เป็นการตรวจความรู้สึกเจ็บและสัมผัส ความรู้สึกเจ็บ จะใช้เข็มหมุดปลายแหลมแตะ หน้าผาก แก้ม คาง หนังศีรษะและมุมคาง การสัมผัสจะใช้สำลีแตะบริเวณเดียวกัน
CN III,CN IV,CN VI
ใช้วิธีการมองตามปากกาหรือมองตามนิ้ว เพื่อสังเกตการเคลื่องไหวของลูกตา
CN VII
ตรวจกล้ามเนื้อ Frontalis :ให้ผู้ป่วยยักคิ้ว ดูหน้าผากย่น ตรวจกล้ามเนื้อ Orbicularis Oculi : ให้ผู้ป่วยหลับตา แล้วใช้นิ้วพยายามเปิดตา ในคนปกติจะไม่สามารถเปิดตาได้ ตรวจกล้ามเนื้อ Zygomaticus : ให้ผู้ป่วยยิงฟัง สังเกตการยกของมุมปาก ตรวจกล้ามเนื้อ Orbicularis Oris : ให้ผู้ป่วยเป่าแก้ม ทำปากจู๋
CN II
ตรวจวัดสายตา(Visual acuity) : อ่านหนังสือหรืออ่าน Snellen'chart,การตรวจลานสายตา(Visual field) : Confrontation test,ตรวจจอตา : Ophthalmoscope
CN VII
Weber's Test, Rinne's Test
CN I
ให้ผู้ป่วยหลับตา ให้ดมกลิ่นแล้วบอก
Motor System
ดูรายละเอียดการประเมินได้จากประเมินภาวะสุขภาพระบบกระดูก ข้อ และกล้ามเนื้อ
Sensory System
Pain Sensation, Touch Sensation
การทดสอบความจำแนกลักษณะของวัตถุโดยการสัมผัส
ให้ผู้รับบริการหลับตา จะนำวัตถุไปวางในมือ เช่น ปากกา ยางลบ ให้ผู้รับบริการทายว่าคือวัตถุอะไร ทดสอบทีละข้าง
Vibration Sensation
การรับรู้การสั่นสะเทือน
ใช้ส้อมเสียงความถี่ เคาะให้สั่นแล้ววางบนหลังกระดูก เช่น ตาตุ่ม หัวเข่า ข้อศอก ข้อมือ หรือตามกระดูกสันหลัง
Traced Figure Identification
การรับรู้สิ่งที่เขียนบนผิวหนัง
การตรวจรีเฟล็กซ์
การตรวจปฏิกิริยาตอบสนองชนิดลึก (Deep tendon reflex)
Biceps reflex
เป็นการตรวจสอบการทำงานของเส้นประสาท Cervical spinal nerve คู่ที่ 5 และ Musculocutaneous nerve
ผู้รับบริการงอข้อศอกเล็กน้อย ผู้ตรวจวางนิ้วหัวแม่มือบน Biceps tendon กดปลายนิ้วหัวแม่มือลวเล็กน้อย ใช้ไม้เคาะรีเฟล็กซ์
Triceps reflex
เป็นการตรวจสอบการทำงานของเส้นประสาท Cervical spinal nerve คู่ที่ 6และ7 และ Radial nerve
ปลายแขนห้อย ใช้ไม้เคาะบริเวณเอ็นของกล้ามเนื้อ Triceps brachealis
Quadriceps reflex
เป็นการตรวจสอบการทำงานของเส้นประสาท Lumbar spinal nerve คู่ที่ 2-4
Femoral nerve
ให้ผู้รับบริการนั่งห้อยเท้าที่ขอบเตียง
ใช้ไม้เคาะรีเฟล็กซ์บริเวณ Patella tendon
การตอบสนองที่ปกติ : ขาท่อนล่างจะเหยียด เนื่องจาก Quadriceps femolis หดตัว
การตรวจปฏิกิริยาตอบสนองชนิดตื้น
ทดสอบปฏิกิริยาของเเก้วตา
เป็นการตรวจสอบการทำงานของเส้นประสาทสมองคู่ที่ 5
ทดสอบปฏิกิริยาตอบสนองที่ผนังหน้าท้อง
ผู้รับบริการนอนหงาย
ใช้วัตถุปลายทู่เขี่ยบริเวณหน้าท้อง รอบๆสะดือเบาๆ
ลากเฉียงจากด้านนอกเข้าด้านใน
ปฏิกิริยาตอบสนอง : ผนังหน้าท้องจะหดตัวตามการกรตุ้น สะดือจะเอียงไปด้านที่ทำการทดสอบ แสดงปฏิกิริยาตอบที่ผนังหน้าท้อง
การทดสอบการหดตัวของถุงอัณฑะ
ให้ผู้รับบริการนอนหรือนั่ง
พยาบาลใช้วัตถุทู่ๆขีดลากที่ด้านในของต้นขาในเเนวเฉียงลงล่างและเข้าใน
ปฏิกิริยาตอบสนอง : จะเห็นลูกอัณฑะด้านที่ทดสอบหดตัว
Planter reflex
ผู้รับบริการนอนหงาย ไม่เกร็งกล้ามเนื้อ
ใช้วัตถุปลายทู่ขูดที่ฝ่าเท้า
การแปลผล : มีการเหยียดของนิ้วเท้า ถือว่าการตอบสนองผิดปกติ
การตอบสนองผิดปกติเรียกว่า มี barbinski response หรือ barbinski ให้ผล➕
การตรวจการทำงานประสานกัน (Coordination)
เป็นการตรวจหน้าที่ในการทำงานประสานกันของระบบประสาทและกล้ามเนื้อ
การทดสอบ Finger to finger
ให้ผู้ป่วยหลับตาและกางแขนออกเต็มที่ แล้วเหวี่ยงแขนเข้าในให้เป็นวงจนปลายนิ้วทั้งสองข้างมาแตะกันตรงกลาง
การทดสอบ Finger to nose
ให้ผู้ป่วยหลับตาและกางแขนข้างหนึ่งออกเต็มที่โดยยื่นนิ้วชี้ออก นิ้วชี้ของมืออีกข้างสัมผัสจมูก
นำนิ้วชี้ข้างที่สัมผัสจมูกไปสัมผัสกับปลายนิ้วชี้ข้างที่กางออก
ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง สลับทำอีกข้างหนึ่ง
การทดสอบ Finger to nose to finger
ผู้ป่วยลืมตาใช้ปลายนิ้วสัมผัสจมูกตนเองและนำไปสัมผัวกับปลายนิ้วชี้ของพยาบาล
พยาบาลเปลี่ยนตำแหน่งของนิ้วชี้ไปทางซ้ายและขวา
การทดสอบ heel to knee
ท่านอนเป็นท่าที่เหมาะสมสำหรับการตรวจ
ผู้ป่วยยกขาข้างหนึ่งแล้ววางส้นเท้าลงบนเข่าอีกข้าง
ไถส้นเท้าไปตามหน้าแข้งและหลังเท้าจนถึงปลายเท้าด้วยความเร็วพอสมควร
Romberg test
ผู้ป่วยยืนหลับตา เท้าชิดกัน หงายฝ่ามือและเหยียดแขนไปข้างหน้า
สังเกตว่าผู้ป่วยสามารถทรวงตัวอยู่ได้หรือไม่หรือล้มเอียงไปข้างใดข้างหนึ่ง
ผู้ประเมินอาจออกแรงผลักเบาๆด้วยปลายนิ้วไปข้างใดข้างหนึ่ง
การทดสอบอื่นๆที่จำเป็น
Signs of meningeal irritation
การทดสอบอาการคอแข็ง
ปกติจะสามารถยกศีระษะขึ้นได้โดยไม่มีอาการเจ็บปวด
มีอาการเจ็บคอหรือเกร็งกล้ามเนื้อคอ แสดงว่าการทดสอบให้ผลเป็นบวก อาจหมายถึงมีพยาธิสภาพของเยื่อหุ้มสมอง
การทดสอบอาการ Kernig
ผู้รับบริการงอเข่า 90 องศา
พยาบาลค่อยๆจับเข่าของผู้รับบริการยืดออก
ถ้ายืดไม่ได้และมีอาการปวดกล้ามเนื้อต้นขาด้านหลังแสดงว่าผลตรวจได้บวก
อาจมีการระคายเคืองของเยื่อหุ้มสมอง
การตรวจทางห้องปฏิบัติการและการตรวจพิเศษ
การเจาะหลัง : เป็นบทบาทของแพทย์ในการวิเคราะห์ความผิดปกติของระบบประสาท
การตรวจทางรังสี(CT) : เป็วิธีการฉายภาพทางรังสีที่ใช้คอมพิวเตอร์ช่วยตัดต่อและเลือกภาพให้มีความชัดเจนเเละเห็นรายละเอียดได้มากขึ้น
Magnetic resonance imaging : เป็นวิธีการตรวจโดยใช้คลื่นเเม่เหล็กไฟฟ้า สามารถมองเห็นรายละเอียดของสมองหรือส่วนที่ต้องการตรวจได้ชัดเจนกว่าการตรวจ Computer tomography (CT)
Cerebral angiogram : เป็นวิธีการฉีดสารทึบแสงเข้าทาง Femoral artery ดูการอุดตันที่หลอดเลือดในสมองต่างๆ ดูภาวะเนื้องอกในสมอง
Electroenphalography : เป็นวิธีที่ใช้วัดคลื่นไฟฟ้าบริเวณเปลือกนอกของเนื้อสมอง