Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดูแลเพื่อบรรเทาความปวดในระยะคลอดโดยไม่ใช้ยา - Coggle Diagram
การดูแลเพื่อบรรเทาความปวดในระยะคลอดโดยไม่ใช้ยา
การลดตัวกระตุ้นความปวด
การเคลื่อนไหว
การนั่ง การนั่งเก้าอี้โยก (rocking)
การนั่งเอียงไปมาบนลูกบอล (swaying)
การนั่งเก้าอี้ที่กลับหลังและซบหน้าบนพนักพิงเก้าอี้ (sitting backwards on a chair)
นั่งยอง การเดิน และการเต้นราช้า ๆ
ท่า
ท่าศีรษะและลาตัวสูง (upright position)
ท่าคุกเข่า (all four or hands and knees position)
ท่าพีเอสยูแคท (PSU Cat)
ให้ผู้คลอดหันหน้าไปทางหัวเตียงที่ยกสูง 45 60 องศา วางหน้าและอกผุ้คลอดบนหมอน เข่ายันพื้นแยกห่างกันพอประมาณ ให้แนวลาตัวส่วนบนสูงกว่าส่วนล่างเล็กน้อย
ท่าคุกเข่าโน้มตัวไปข้างหน้าโอบแขนและพักบนลูกบอลที่มีความสูงระดับไหล่
เป็นท่าที่จัดให้ผู้คลอดคุกเข่าและโน้มตัวไปด้านหน้า จากนั้นโอบแขนและพักแนวลาตัวบริเวณอกอยู่บนลูกบอลที่มีความสูงระดับไหล่
ท่านั่งยอง
เป็นท่าที่ศีรษะและลาตัวอยู่ในแนวดิ่ง (ทามุมกับพื้นราบ 60 90 องศา) โดยนั่งยองๆแล้วแยกขาออกจากกันประมาณช่วงไหล่ (เท้าห่างกันประมาณ 30-45 เซนติเมตร) ก้นลอยเหนือพื้น ทิ้งน้าหนักตัวบนฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง
การเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
เช่น การลุกนั่ง การนั่งเก้าอี้โยก การนั่งโยกบนลูกบอล การเดิน การเต้นราช้า ๆ เป็นต้น มีผลช่วยลดเวลาในระยะที่ 1 ของการคลอดเมื่อเทียบกับท่านอนราบ จากการศึกษาในประเทศฝรั่งเศสที่ให้ผู้คลอด นั่งเก้าอี้โยกและโยกตัวอย่างอิสระไปมาบนเก้าอี้ ก่อนใส่สายสวนเพื่อระงับปวดทางช่องไขสันหลังเปรียบเทียบกับการให้ผู้คลอดอยู่ในท่าแนวราบ และท่านั่ง
การกระตุ้นประสาทส่วนปลาย
การประคบร้อน และเย็น
การประคบร้อนช่วยเพิ่มความทนต่อความปวดมากขึ้น เนื่องจากความร้อนจะเพิ่มการไหลเวียนเลือด เพิ่มอุณหภูมิของผิวหนัง กล้ามเนื้อ และการเผาผลาญของเนื้อเยื่อ
การประคบความเย็นทาให้การส่งกระแสประสาทล่าช้า ความปวดจึงลดลงเพราะความเย็นช่วยลดการไหลเวียนของเลือด อุณหภูมิของผิวหนังและกล้ามเนื้อ การเผาผลาญและการเกร็งของกล้ามเนื้อ
การบ้าบัดโดยใช้น้าหรือวารีบ้าบัด
เป็นวิธีช่วยบรรเทาปวด ทาโดยให้ผู้คลอดแช่ในน้าธรรมดาหรือน้าอุ่น เนื่องจากการแช่ในน้าทาให้สารเอนดอร์ฟินหลั่งเพิ่มขึ้น ความปวดลดลง และการไหลเวียนเลือดดีขึ้น และสามารถใช้วารีบาบัดแก่ผู้คลอดได้ในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว เช่น อาจให้แช่ในอ่างน้าอุ่น หรืออาบน้าอุ่น
การสัมผัส การนวด และการกดจุด
การสัมผัสเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยลดปวด เมื่อมีการสัมผัสจะมีการกดบนผิวหนัง ซึ่งเป็นการกระตุ้นจากภายนอก มีผลทาให้เกิดการตอบสนองของระบบประสาท โดยไปกระตุ้นใยประสาทขนาดใหญ่ ทาให้มีการปิดประตูตามทฤษฎีควบคุมประตู ส่งผลให้ความเจ็บปวดลดลง นอกจากนั้นการสัมผัสยังช่วยเสริมสร้างสัมพันธภาพที่ดีระหว่างผู้ให้และผู้รับการสัมผัส เพราะแสดงถึงการดูแลเอาใจใส่ต่อผู้ถูกสัมผัส จึงมีผลต่อทางใจ ทาให้ผู้ถูกสัมผัสรู้สึกผ่อนคลาย
การกดจุด
การลูบ
การนวด
การส่งเสริมการยับยังการส่งกระแสประสาทจากไขสันหลังในระดับสมอง
การใช้ดนตรี
การเพ่งและเบี่ยงเบนความสนใจ (attention-focusing and distraction)
สุคนธบาบัด
การใช้เทคนิคการหายใจ (breathing technique)
วิธีหายใจในระยะปากมดลูกเปิดช้า
เมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัวให้ผู้คลอดหายใจยาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าทางจมูกช้าๆ นับ 1-4 แล้วผ่อนลมหายใจออกทางปากช้าๆ นับ 1-5 หรือใช้วิธีหายใจเข้าและออกลึกๆ ทางจมูกช้าๆ ทุกครั้งที่มดลูกหดรัดตัว ให้ผู้คลอดหายใจยาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้ง เมื่อมดลูกคลายตัว ให้ผู้คลอดหายใจยาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้ง จากนั้นหายใจตามปกติ
ใช้ในระยะปากมดลูกเปิดไม่เกิน 3 เซนติเมตร ควรแนะนาการหายใจแบบช้า (slow-deep chest breathing)
วิธีหายใจในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว
หายใจแบบเร็วตื้นและเบา (shallow accelerated decelerated breathing)
ใช้ในระยะปากมดลูกเปิด 4 7 เซนติเมตร คือ เมื่อมดลูกเริ่มต้นหดรัดตัว ให้ผู้คลอดหายใจยาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้ง จากนั้นให้หายช้าๆ จนกระทั่งมดลูกหดรัดมากขึ้น จึงหายใจเข้าและออกผ่านทั้งทางปากและจมูกตื้น เร็ว และเบา ให้รู้สึกว่าหายใจแค่คอ ไม่ต้องออกแรง เมื่อมดลูกเริ่มคลายตัว ให้กลับไปหายใจแบบช้า จนมดลูกคลายตัวเต็มที่ ให้หายใจล้างปอดอีกครั้ง
หายใจแบบหอบสลับเป่าปาก (shallow breathing with forced blowing out หรือ pant-blow breathing)
สำหรับระยะเปลี่ยนผ่าน (transitional phase) ปากมดลูกเปิด 8-10เซนติเมตร ระยะนี้มดลูกหดรัดตัวรุนแรงมาก เมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัวให้หายใจยาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้งจากนั้นหายใจเข้าและออกทางปากตื้นๆ เร็วๆ เบาๆติดต่อกัน 3 ครั้ง แล้วเป่าลมออก 1 ครั้ง ต่อเนื่องไป จนมดลูกคลายตัว จึงหายใจล้างปอดอีกครั้ง