Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
แนวทางการพัฒนาตนเองของครู - Coggle Diagram
แนวทางการพัฒนาตนเองของครู
บุคลิกภาพของครู
ความหมายของบุคลิกภาพ
ลักษณะโดยรวมของแต่ละบุคคล ได้แก่ ของพฤติกรรม สติปัญญา ลักษณะทางอารมณ์ ที่ทาให้บุคคลเหล่านั้นมีความแตกต่างไปจากบุคคลอื่นๆ ซึ่งมีพื้นฐานมาจากปัจจัยทางพันธุกรรมและสิ่งแวดล้อม สามารถเปลี่ยนแปลงได้
ปัจจัยที่มีผลต่อบุคลิกภาพ
1.ด้านพันธุกรรม หมายถึง ลักษณะต่างๆ ที่บุคคลได้รับถ่ายทอดมา จากบรรพบุรุษ เช่น รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ นัยน์ตา สีผม ชนิดของ โลหิต เชาว์ปัญญา รวมทั้งโรคบางอย่างอีก ด้วย
2.ด้านสิ่งแวดล้อม หมายถึง สิ่งต่างๆ ที่อยู่รอบตัวบุคคลตั้งแต่สภาพ ครอบครัว การอบรมเลี้ยงดู สภาพสังคมอื่นๆ ขนบธรรมเนียมประเพณีซึ่งมี อิทธิพลต่อพัฒนาการทางด้านสติปัญญา อุดมคติ เจตคติ ค่านิยม อารมณ์ กริยามารยาท
บุคลิกภาพภายนอก เป็นสิ่งที่สังเกตเห็นได้หรือสัมผัสได้ด้วย
ประสาททั้ง 5 คือ ตา หูจมูก ลิ้น และกาย
บุคลิกภาพภายใน เป็นสิ่งที่มองไม่เห็น สัมผัสได้ยาก ต้องทางาน ร่วมกันมานาน จึงจะสังเกตเห็นการแก้ไขเปลี่ยนแปลง ต้องใช้ระยะเวลานาน พอสมควร
ความสาคัญของบุคลิกภาพ
ช่วยในการสร้างปฏิสัมพันธ์ทางสังคม
ช่วยทาให้เกิดความมั่นใจในตนเอง
ช่วยสร้างเสริมสุขภาพจิต
ช่วยให้ประสบความสาเร็จในการประกอบวิชาชีพครู
ช่วยให้เป็นแบบอย่างที่ดีแก่ศิษย์ เพื่อนร่วมงาน และบุคคล
ทั่วไป
บุคลิกภาพที่สาคัญของครู
ลักษณะการมีอานาจอิทธิพล
ลักษณะความรับผิดชอบ
ลักษณะความมั่นคงทางอารมณ์
ลักษณะการเข้าสังคม บุคลิกภาพที่สาคัญของครู
กระบวนการพัฒนาบุคลิกภาพ
การวิเคราะห์ตนเอง
(Self analysis)
การประเมินผลตนเอง
(Self evaluation)
การฝึกฝนตนเอง
(Self training)
การปรับปรุงตนเอง
(Self improvement)
การเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
ความหมายของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
บุคคลที่มีนิสัยใฝ่ เรียนใฝ่ รู้ รักการเรียนรู้ มีกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบ จนบรรลุเป้ าหมายของการเรียนรู้ มีเจตคติที่ดีต่อตนเอง ผู้อื่น สังคมและสิ่งแวดล้อม มีแนวทางในการเพิ่มพูนทักษะความรู้และประสบการณ์ให้กับตนเอง สามารถ ประยุกต์ความร้ไู ปสู่การปฏิบัติจนกลายเป็นวิถีชีวิตของตน ตลอดจนใช้พัฒนาตนเอง พัฒนางาน และพัฒนาสังคมและทา งานร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข เพื่อ สร้างสรรค์ความเจริญต่อชุมชนและประเทศชาติ
คุณลักษณะของบุคคลแห่งการเรียนรู้
การแสวงหาความรู้ด้วยตนเอง
ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์
คุณธรรมจริยธรรม
การพัฒนาตน
หัวใจสาคัญของการเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
การคิดเป็นระบบ (System Thinking)
2 บุคคลที่มีความรอบรู้หรือความเชี่ยวชาญในการ
สร้างพลังงานแห่งตน (Personal Mastery)
3 รูปแบบความคิดหรือแบบจาลองความคิด
(Mental Model)
วิสัยทัศน์ร่วม (Shared Vision)
การเรียนรู้เป็นทีม (Team Learning)
วิธีการพัฒนาตนเองให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้
พัฒนาบุคลิกภาพของตนเอง ให้เป็นคนกระฉับกระเฉง กระตือรือร้น รับรู้ต่อความ เปลี่ยนแปลงของสังคมโลก
พัฒนาทักษะพื้นฐานในการ
เรียนรู้ (Basic Skills)
พัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้ และนวัตกรรม (Learning and Innovation Skills)
พัฒนาทักษะด้านสารสนเทศ สื่อ และเทคโนโลยี (Information, Media and Technology Skills)
พัฒนาทักษะด้านชีวิตและ
อาชีพ (Life and Career Skills)
พัฒนาทักษะการสื่อสารทาง
ภาษาโดยเฉพาะภาษาสากลที่ใช้
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ PLC
ความหมายของชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
เป็นนวัตกรรมการพัฒนา คุณภาพการศึกษาผ่านการพัฒนาศักยภาพผู้สอนและนาไปสู่การพัฒนาผู้เรียน เป็นความร่วมมือร่วมใจกันทางวิชาการ ของผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษาที่มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียน มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันช่วยเหลือ สนับสนุน และส่งเสริมซึ่งกันและกัน บนพื้นฐานวัฒนธรรมความสัมพันธ์แบบกัลยาณมิตร ทาให้เกิด การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
การดาเนินการ PLC
มีเป้าหมายร่วมกันในการจัดการเรียนรู้/การพัฒนาผู้เรียนให้พัฒนาอย่างเต็มศักยภาพ
มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้จากหน้างาน/สถานการณ์จริงของชั้นเรียน
ทุกฝ่ายเกี่ยวข้องร่วมเรียนรู้และรวมพลัง/หนุนเสริมให้เกิดการสร้างความเปลี่ยนแปลงตามเป้าหมาย
มีการวิพากย์ สะท้อนผลการทางานพัฒนาผู้เรียน
มีการสร้าง HOPE ให้ทีมงาน
HOPE ประกอบด้วย
H : (Honesty and Humanity)
การมีความชื่อสัตย์และมีคุณรรมกับข้อมูลที่มีอยู่จริงทั้ง ในแง่ของผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ความรู้การพัฒนา ตนที่มีอยู่ รวมทั้งความกล้าที่จะขอความช่วยเหลือและ เรียนรู้จากผู้อื่นที่มีความเชี่ยวชาญมากว่าเพื่อช่วยให้ ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ไห้ดียิ่งขึ้น.
O: (Option and Openness)
การรู้จักเลือกแนวทางที่ดีที่สุด และเปิดเผย ข้อมูลที่มีประโยชน์ให้สมาชิกได้รับทราบ ร่วมกัน
P: (Patience and Persistence)
ความอดทนและความเพียรพยายาม เพื่อคันหา แนวทางหรือคาตอบที่ดีที่สุดที่จะช่วยนให้ผู้เรียได้เกิด การเรียนรู้ได้ดีที่สุด ซึ่งเป็นสิ่งจาเป็นในการสร้างชุมชน การเรียนรู้ทางวิชาชีพ
E: (Efficacy and Enthusiasm)
การมีประสิทธิภาพและความกระตือรือร้นที่จะพัฒนาตนเองของครูให้มีหลักการดังกล่าวมาแล้ว
ชุมชนแห่งการเรียนรู้
ทางวิชาชีพครู
คุณภาพผู้สอน
ความรู้ในสิ่งที่สอน
ความสามารถในการจัดการเรียนการสอน
คุณภาพผู้เรียน
ความรู้ ความคิด ความประพฤติ
ทักษะ และสมรรถนะด้านต่างๆ
ความเชื่อของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
ยอมรับว่าการสอนและการปฏิบัติงานของครู
มีผลต่อการเรียนรู้ของผู้เรียน
ยอมรับหลักการที่ว่า การเรียนรู้ของครู คือ
การเรียนรู้ของผู้เรียน
ยอมรับว่า ครูมีความแตกต่างกัน
ยอมรับว่า การสอนบางครั้งต้องอาศัยความ ร่วมมือ ร่วมใจ และสัมพันธภาพแบบ กัลยาณมิตร
กลยุทธ์ในการจัดการและใช้ชุมชนการเรียนทางรู้วิชาชีพ (PLC) อย่างยั่งยืน
1.เริ่มต้นด้วยขั้นตอนง่ายๆ
(Take a baby steps)
การวางแผนด้วยความร่วมมือ
(Plan Cooperatively)
การกาหนดความคาดหวังใน ระดับสูง (Set high expectations)
เริ่มต้นจากจุดเล็กๆ
(Start small)
ศึกษาและใช้ข้อมูล
(Study and use the data)
วางแผนเพื่อความสาเร็จ
(Plan for success)
นาสู่สาธารณะ
(Go public)
ฝึกฝนร่างกายและหล่อเลี้ยง สมอง (Exercise the body & nourish the brain)
เส้นทางความก้าวหน้าในวิชาชีพครู
การเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มสู่การเป็นครูผู้ช่วย
เป็นกระบวนการในการบริหารงานบุคคลที่จะเข้ามาดารงตาแหน่งครู ตาม พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 มาตรา 56 ผู้ใดที่ได้รับการบรรจุและแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งครู ให้ผู้ นั้นเตรียมความพร้อมและพัฒนาอย่างเข้มในตาแหน่งครูผู้ช่วยเป็นเวลา 2 ปี ก่อนแต่งตั้งให้ดารงตาแหน่งครูเพื่อเพิ่มพูนความรู้ ทักษะ และ บุคลิกลักษณะในการปฏิบัติวิชาชีพ ทั้งการปฏิบัติงานและการปฏิบัติตนที่ เหมาะสมกับวิชาชีพครูตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ.กาหนด
การขอมีหรือเลื่อนวิทยฐานะ
ครูชานาญการ
ครูชานาญการพิเศษ
ครูเชี่ยวชาญ
ครูเชี่ยวชาญพิเศษ
การเปลี่ยนตาแหน่งและสายงาน
สายงานบริหารสถานศึกษา
ตาแหน่งรองผู้อานวยการสถานศึกษา
1) มีวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทาง อื่นที่ ก.ค.ศ. กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับ ตาแหน่งนี้
2) ดารงตาแหน่ง หรือ เคยดารงตาแหน่ง อย่างใด อย่างหนึ่ง ต่อไปนี้
3) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารสถานศึกษา
4) ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค. ศ. กาหนด
ตาแหน่งผู้อานวยการสถานศึกษา
1) มีวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นพี่ ก.ค.ศ.
กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนี้
2) ดารงตาแหน่ง หรือ เคยดารงตาแหน่ง อย่างใดอย่าง
หนึ่ง
3) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหาร
การศึกษา
4) ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด
สายงานบริหารการศึกษา
ตาแหน่งรองผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1) มีวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นพี่ ก.ค.ศ.กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนี้
2) ดารงตาแหน่ง หรือ เคยดารงตาแหน่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง
3) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
4) ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด
ตาแหน่งผู้อานวยการสานักงานเขตพื้นที่การศึกษา
1) มีวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนี้
2) ดารงตาแหน่ง หรือ เคยดารงตาแหน่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง
3) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพผู้บริหารการศึกษา
4) ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด
สายงานนิเทศการศึกษา
1) มีวุฒิไม่ต่ากว่าปริญญาตรีทางการศึกษา หรือทางอื่นที่ ก.ค.ศ. กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนี้
2) ดารงตาแหน่ง หรือ เคยดารงตาแหน่ง อย่างใดอย่างหนึ่ง
3) มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพบุคลากรทางการศึกษาอื่น (ศึกษานิเทศก์)
4) ผ่านการพัฒนาตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.ค.ศ. กาหนด