Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 18 ความเป็นครูพหุวัฒนธรรมศึกษา - Coggle Diagram
บทที่ 18
ความเป็นครูพหุวัฒนธรรมศึกษา
*บทนำ
ประเทศไทยประกอบด้วยชาวไทยพุทธประมาณ 94.5% ชาวไทยมุสลิม 4.69% และชาวไทยคริสต์เตียน 0.79% (Fund for peace, 2006) โดยเฉพาะในส่วนของภาคใต้ของประเทศก็มีความหลากหลาย ทางด้านวัฒนธรรมและประเพณี สภาพสังคม เศรษฐกิจ วิถีชีวิตของผู้คนโดยเฉพาะในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้
รากฐานของพหุวัฒนธรรมศึกษา
การจัดการศึกษาในสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ แนวคิดสรีระร่างกาย โครโมโซม ฮอร์โมน การจัดการศึกษาดังกล่าวได้รับการเผยแพร่ อภิปราย และนำเสนอจากเวทีวิชาการไปสู่สถาบันและสถานศึกษาต่าง ๆ ในพื้นที่
พหุวัฒนธรรมศึกษา
มีแนวคิดพื้นฐานทางประชาธิปไตยจากตะวันตก
ความอิสระ
ความยุติธรรม
ในสังคม
โรงเรียน
ความเท่าเทียมกัน
อิทธิพลของลัทธิ
เข้าใจความแต่กต่าง
ผู้หญิง
ผู้ชาย
ความชำนาญพหุวัฒนธรรมศึกษาสำหรับครู
มีอุปนิสัยใจคอเปิดกว้าง
ไม่ทอดทิ้งผู้เรียน
ผู้เรียนที่มีรายได้ต่ำ
ผู้เรียนพิการ
ตามมาตรฐานของรัฐ
อนาคตพหุวัฒนธรรมศึกษาเป็นที่ยอมรับมากขึ้น
เพื่อช่วยให้ผู้เรียนเกิดแนวคิดและสะท้อนความใส่ใจ
ต่อมนุษยชาติ
สร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่มคนต่างวัฒนธรรมและชาติพันธุ์
กำลังหลักของชาติในอนาคต
วัฒนธรรม
เป็นพิมพ์เขียวที่กำหนดบุคลิกต่าง ๆ ของบุคลในสังคม
เรียนรู้วัฒนธรรมจากสังคมที่เขาอยู่
ปฏิบัติสืบต่อกันมาจึงเกิดเป็นวัฒนธรรม
ระดับห้องเรียน
รูปแบบการศึกษา
ประวัติศาสตร์
คุณค่า
ความเชื่อ
การรับรู้ของผู้เรียนที่มีภูมิหลังที่มีความหลากหลาย
เชื้อชาติและชาติพันธุ์ (Ethnicity and race)
ชาติพันธุ์ (Ethnicity) เป็นกลุ่มประชากรที่เป็นสมาชิกของกลุ่มชนแต่ละคนระบุโดยอาศัยสัญชาติสามัญ
ทางภาษาศาสตร์
ทางศาสนา ชาติพันธุ์
การอพยพ
ในอเมริกาทำให้เกิดความแตกต่างทางสังคม
แบ่งแยกระหว่างเชื้อชาติ
การแบ่งชั้นวรรณะ
แบ่งแยกเชื้อชาติในอเมริกาทำเพื่อแบ่งแยกกลุ่มคนที่สูงกว่ากับกลุ่มคนที่ต้อยกว่า
ความหลากหลายทางชาติพันธุ์และเชื้อชาติ
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีความหลากหลายทางเชื้อชาติ ประกอบด้วยประชาชนกว่า 300 เชื้อชาติในสหรัฐอเมริกาประกอบไปด้วยบุคคลที่เกิดในแอฟริกา
เอเชีย
ออสเตรเลีย
แคนาดา
อเมริกากลางยุโรป
เม็กซิโก
อเมริกาใต้
การอพยพ
จากการสำรวจพบว่าในช่วงปี 1961-2000 อัตราการอพยพเพิ่มมากขึ้น เชื้อชาติที่อพยพเข้ามา
อเมริกากลาง
อเมริกาใต้
แอฟริกา
แคริบเบียน
เม็กซิโก
เอเชีย
การศึกษาของพวกอพยพ
ระดับการศึกษาของชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามาสหรัฐอเมริกาแตกต่างจากชาวพื้นเมือง ชาวต่างชาติที่อพยพเข้ามามีระดับการศึกษาปริญญาตรีเทียบเท่าคนพื้นเมืองเพียง 17%
(1) ต้นกำเนิดและการเข้าเมือง
(2) วัฒนธรรมที่ใช้ร่วมกันค่านิยมและสัญลักษณ์
(3) อัตลักษณ์ทางชาติพันธุ์และความรู้สึกของคน
(7)ความไม่ยุติธรรมการเลือกปฏิบัติ และการแบ่งแยกเชื้อชาติ
(8) ความหลากหลายของวัฒนธรรม
(4) มุมมองโลกทัศน์และกรอบอ้างอิง
(9) การกระตุ้นและการรับวัฒนธรรม
(6) สถานะทางประชากรศาสตร์ สังคมการเมือง และเศรษฐกิจ
(10) การปฏิวัติ
(5) สถาบันชาติพันธุ์และะการตัดสินใจด้วยตนเอง
(11) การสร้างองค์ความรู้
ความหลากหลายทางเชื้อชาติในอนาคต สองสามทศวรรษข้างหน้า
คนผิวขาวในสหรัฐอเมริกาจะน้อยลง
หนึ่งในสามของประเทศกำลังจะเป็นชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกา
โดยแบ่งลำดับขั้นออกเป็นชั้นสูง ขั้นกลาง และขั้นต่ำ โดยอาศัยอำนาจ บารมีและเกียรติยศศักดิ์ศรีของคนเป็นเกณฑ์แบ่ง
เกณฑ์ที่ใช้ในการแยกชั้นทางสังคมของบุคคล
(1) สัญลักษณ์ทางสถานภาพ (Status Symbol)
เครื่องแต่งกาย
สิ่งของที่ใช้
การพูดการสนทนา
(2) สถานภาพทางสังคม (Social status)
ตำแหน่งทางสังคมของคนในกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
(3) สถานภาพทางสังคม-เศรษฐกิจ (Socioeconomic status)
รายได้ (Income)
การศึกษา (Education)
อำนาจ (Power)
ความมั่งคั่ง (Wealth)
อาชีพ (Occupation)
ความแตกต่างของชนชั้น (Class difference)
(1) Upper class เป็นกลุ่มชั้นผู้นำ นามสกุลดัง ร่ำรวยระดับโลก มีรายได้ไม่ต่ำกว่าปีละ 600,000เหรียญสหรัฐ การศึกษาระดับปริญญาโท ขึ้นไป
ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ระดับรายได้ปีละ 450,000 เหรียญสหรัฐ
(2) Middle class เป็นกลุ่มผู้จบปริญญาตรี
เป็นมนุษย์เงินเดือน
อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ยปีละ 28,000 เหรียญสหรัฐ
(3) Working class เป็นกลุ่มคนทำงานที่ต้องใช้แรงงานตามโรงงาน
การศึกษาระดับมัธยม
หรือ ปวช.
รายได้อยู่ในเกณฑ์เฉลี่ย) คือ 15,000 เหรียญสหรัฐต่อปี
(4) Lower Class เป็นกลุ่มที่ศึกษาต่ำกว่าระดับมัธยมปลาย
กรรมกรคนกวาดถนน รายได้ประมาณ 9,000 เหรียญสหรัฐต่อปี
ความเสมอภาคทางการศึกษาของชนชั้นและสถานภาพทางสังคม-เศรษฐกิจ
เรื่องถิ่นกำเนิด เชื้อชาติ ภาษา เพศ อายุ สภาพทางกาย สถานะบุคคลทางเศรษฐกิจหรือสังคม ความเชื่อทางศาสนา ฯลฯ
ความไม่เสมอภาคทางการศึกษามี 2 ประการ
ประการแรกไม่ใช่การใช้วิธีปฏิบัติที่เหมือนกัน
เด็กปกติ
พิการ
ประการที่สอง ไม่ใช่การให้ทุกคนไปสู่จุดหมายเดียวกัน
เพศและสถานะภาพทางเพศ (Gender and sexual orientation)
ความแตกต่าง
เพศหญิง/เพศชาย
สรีระร่างกาย โครโมโซม ฮอร์โมน
เอกลักษณ์ทางเพศและบทบาททางเพศ
เอกลักษณ์ทางเพศหมายถึง ความรู้ความรู้สึกที่มีต่อตนเองว่าเป็นหญิงหรือเป็นชาย
บทบาททางเพศ
ทุกๆสิ่งที่เรารู้สึก
สถานะภาพทางเพศ
รูปแบบพื้นฐานของอารมณ์
สถานะภาพทางเพศ
รสนิยมทางเพศ
1.รักเพศตรงข้าม
มีความสัมพันธ์กับเพศเดียวกัน
อยากมีความสัมพันธ์ทั้งเพศชาย และเพศหญิง
เพศที่3
ความพิเศษ
การศึของผู้พิการ
เป็นส่วนหนึ่งของสังคม
เข้าร่วมเรียนปกติ
ความรุนแรงของภาวะบกพร่องทางสติปัญญา
1.ภาวะบกพร่องทางสติปัญญาระดับน้อย
ระดับชาวปัญญา 50-55 ถึง70
2.สติปัญญาระดับกลาง 35-40 ถึง50-55
3.สติปัญญาระดับรุนแรง 20-25ถึง 35-40
4.สติปัญญาระดับรุนแรงมาก20-25
หลักการสอนผู้เรียนที่มีความพกพร่องทางสติปัญญา
1.ใช้สื่อการสอนให้เหมาะสม
2.สอนในช่วงระยะสั้นๆ
3.สอนตามลำดับ จากว่ายไปสู่ยาก
4.สอนเนื้อวิชาให้น้อย
5.เรียนให้เหมาะสม
6.สอนซ้ำๆ
7.ใช้คำพูดที่ชัดเจน
8.เสริมแรง
9.สังเกต บันทึก
ศาสนา
เป็นคำสั่งสอน
เครื่องมือเหนียวจิตใจ
บ่อเกิดความสามัคคี
3.เครื่องมือในการอบรมสั่งสอน
4.การปฎิบัติตนของสมาชิกในสังคม
5.ขนมธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม
6.เป็นสัญลักษณ์ของสังคม
7.เป็นมรดกของสังคม
กลุ่มศาสนาใหญ่ในอเมริกา ศาสนาคริสต์
1.นิกายโรมันคาทอลิก
นิกายออร์ทอด็อก
3.นิกายโปรเตสแตนต์
ศาสนาพุทธ
ศาสนาแห่งความรู้
ใช้ปัญญาเหนือศรัทธา
ศาสนาอิสลาม
หลักคำสั่งสอน
1.ปฏิญาณตน
2.การถือศีลอด
3.การละหมาด
4.การบริกาคซะกาด
5.การประกอบพิธีฮัจญ์
ข้อแนะนำสำหรับการจัดการเรียนการสอน
1.โรงเรียนแสดงมุมมองในทุกมุมมองของแต่ละศาสนา
2.การเรียนเป็นสิ่งหนึ่งที่จะใช้เข้าถึงศาสนา
3.โรงเรียนมีหน้าที่ให้ความรู้เกี่ยวกับทุกศาสนา
4.ควรจะสอนว่า ผู้คนมีความเชื่อในอะไร ไม่ใช่ นักเรียนควรเชื่ออะไร
5.แสวงหาความเชื่อของตนเอง
ความหลากหลายของภาษา (Language diversity)ค้นหาชีวิตที่ดีขึ้นการอพยพย้ายถิ่นฐานเข้าไป ค้นหาชีวิตที่ดีขึ้น
ภาษาเฉพาะกลุ่ม (Co-Culture) เป็นคำและวลีของกลุ่มวัฒนธรรมที่มีความหมายอยู่บนสมมติฐานต่างกันของกลุ่มคน
ชีวิตของชาวสหรัฐที่อพยพมามีสไตล์การพูดภาษาอังกฤษที่แตกต่าง และมีความหลากทางภาษา
(Non-verbal communication เป็นการสื่อสารโดยปราศจากคำพูดใด ๆ ออกมา แต่จะแสดงออก
ทางท่าทางหรือองค์ประกอบอื่น ๆ มากมาย
ข้อแนะนำในการจัดการเรียนการสอนเชิงภาษาในสังคมพหุวัฒนธรรม
ครูควรดูพฤติกรรมนักเรียน สังเกตสีหน้า ท่าทางระหว่างเรียนใช้การเรียนในรูปแบบสองภาษา ส่งเสริมให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่สอง โดยที่ไม่ได้เป็นภาษาที่มาแทนที่ภาษาเดิมของนักเรีย
ภูมิศาสตร์ (Geography)
ภูมิประเทศ
สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มี วงใหญ่ไพศาล มีพื้นที่รวมทั้งหมดประมาณ 9,629,091 ตาราง กิโลเมตร ตั้งอยู่ในทวีปอเมริกาทิศเหนือมีอาณาเขตติดกับประเทศแคนาดา ทิศใต้ติดกับประเทศเม็กซิโก และอ่าวเม็กซิโก ทิศตะวันออกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติค และทิศตะวันตกติดกับชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิศ สหรัฐอเมริกาประกอบด้วยรัฐต่าง ๆ 50 รัฐ และ 1 เขตการปกครอง โดยรัฐเหล่านี้จะมีอาณาเขตติดต่อถึงกันทั้งหมด 48 รัฐ มีเพียง 2 รัฐเท่านั้น
รัฐ Alaska ซึ่งอยู่ทางตอนตะวันตก เฉียงเหนือของประเทศแคนาดา
สภาพภูมิอากาศ
สหรัฐอเมริกามีสภาพภูมิอากาศที่ค่อนข้างหลากหลายและแตกต่างกันไปแต่ละเขต
สหรัฐอเมริกาจะมีสภาพอากาศค่อนข้างเย็นกว่าประเทศไทย
ข้อแนะนำในการจัดการเรียนการสอนเชิงภูมิศาสตร์ในสังคมพหุวัฒนธรรม
การดำเนินการจัดการเรียนการสอนในสหรัฐอเมริกามีอาณาเขตของประเทศกว้างมากด้วยลักษณะของภูมิประเทศที่มีความแตกต่างกับบากถึงบ่เป็นรัฐ ซึ่งจะช่วยในการจำแนกผู้คนในแต่ละเขตต่าง ๆ ได้ดีขึ้น เนื่องจากความแตกต่างของภูมิประเทศ จำนวนประชากร แล้วยังจะส่งผลต่อวัฒนธรรม การศึกษาจำนวนนักเรียน และเงินเดือนของครูอีกด้วยซึ่งในแต่ละรัฐจะประกอบด้วยบริเวณต่าง ๆ เช่น ในเมือง ชานเมือง ชนบท
มีลักษณะของครอบครัวแต่ละครอบครัว และสภาพชีวิตที่แตกต่างกัน โรงเรียนในชนบทส่วนมากมักจะมีนักเรียนน้อย และมีอัตราส่วนครูต่อนักเรียนน้อย ในขณะที่โรงเรียนในเมืองมักจะมีขนาดใหญ่ มีจำนวนนักเรียนเยอะ นักเรียนมาจากครอบครัวที่มีรายได้ตำ ส่วนโรงเรียนแถบชานเมืองมักจะมีนักเรียนที่มีสภาพครอบครัวที่มีเศรษฐกิจและสังคมอยู่ในระดับดีกว่า
วัยเด็ก (Childhood) อายุประมาณ 0-12 ปี
(1) เด็กน้ำหนักต่ำกว่าเกณฑ์
(2) การตายของทารกแรกเกิด
(3) อัตราการเสียชีวิตของเด็ก
(4) วัยรุ่นจะเสียชีวิตโดยอุบัติเหตุ การฆาตกรรมและฆ่าตัวตาย
(5) วัยรุ่นไม่ได้เรียนและไม่ได้ทำงาน
การละเมิดต่อเด็ก
เป็นกระทำความรุนแรงต่อเด็กหรือการทารุณกรรมหรือการทำร้ายร่างกายเด็ก
(1) การกระทำให้เกิดอาการบาดเจ็บทางกาย
(2) การล่วงละเมิดทางเพศ
(3) การกระทำที่เป็นการละเมิดต่อจิตใจ
(4) การปล่อยให้เด็กถูกทอดทิ้ง
วัยรุ่น (Adolescence) อายุประมาณ 13-18 ปี
(2) ช่วงต่อระหว่างวัยเด็กกับผู้ใหญ่เพียง 6 ปี
(3) ต้องการความอิสระ หรือพยายามเป็นอิสระ
(4) เป็นช่วงเวลาที่ยากสำหรับรับผิดชอบเท่ากับผู้ใหญ่
(6) เป็นช่วงที่เสี่ยง
1) เป็นช่วงเวลาที่สำคัญที่สุดในชีวิต ส่วนบุคคลและครอบครัว
5) ไม่ค่อยมีความสัมพันธ์กับผู้ปกครอง จะเห็นเพื่อนสำคัญกว่า
พฤติกรรมที่มีความเสี่ยงสูง
สารเสพติดสาเหตุใหญ่ของการเริ่มเข้าไปใช้สารเสพติดของวัยรุ่นเป็นเรื่องของความ “อยากลอง”
สภาพแวดล้อม มีส่วนเอื้อให้มีปัญหายาเสพติดขึ้น
ความใกล้ชิดในครอบครัวนี่แหละคือภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุดในเรื่องนี้เรื่องปัญหายาเสพติด
พฤติกรรมทางเพศของวัยรุ่น
ปัจจัยและสถานการณ์เสี่ยงต่อการมีเพศสัมพันธ์
วัยรุ่นเป็นวัยที่เริ่มมีความรู้สึกทางเพศ มีความสนใจในเพศตรงข้ามและมีการแสดงออกทางเพศ ซึ่งได้รับอิทธิพลมาจากทั้งภายในร่างกาย
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ฆ่าตัวตายสำเร็จ
ปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้ฆ่าตัวตายสำเร็จ
1) พยายามฆ่าตัวตายมาก่อน
(2) ความผิดปกติทางจิตและการดื่มแอลกอฮอล์หรือใช้สารเสพติด
(3) ประวัติครอบครัวเคยฆ่าตัวตาย
(4) เครียดจากเหตุการณ์บางอย่างหรือสูญเสียสิ่งสำคัญในชีวิต
(5) มีปืนในครอบครอง
(6) สัมผัสกับพฤติกรรมการฆ่าตัวตายของผู้อื่น
(7) การจำคุก
หยุดวัยรุ่นคิดฆ่าตัวตาย
(1) พูดคุยด้วยความสนใจ
2) สนับสนุนให้เขาได้พูด ได้ระบาย รับฟัง
และพยายามเข้าใจมุมมองของเขา
3) ไม่ตัดสินว่าสิ่งนั้นผิดหรือถูก ไม่ดูถูกเขา
(4) ไม่ขัดจังหวะให้เขาพูดจนจบ แม้ว่าคุณจะไม่เห็นด้วย
5) สนับสนุนให้เขาแสดงความรู้สึก แม้ว่าจะต้องร้องไห้
(6) ไม่แนะนำแต่ช่วยกันหาทางออก
(7) ให้เวลาและโอกาสกับเขา ไม่เร่งเร้า
(8) ถามคำถามปลายเปิด คือ ไม่ถามว่าใช่หรือไม่เพื่อเขาจะได้หาทางออกได้
ความรุนแรงของวัยรุ่น (Youth Violence)
จงใจใช้แรงกายหรืออำนาจข่มขู่ ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะเกิดการบาดเจ็บเสียชีวิตและเป็นอันตรายต่อจิตใจ
ความรุนแรงเยาวชนมักจะเกี่ยวข้องกับเด็กวัยรุ่นและเยาวชนอายุระหว่าง 10 และ 24 ปี คนหนุ่มสาวจะตกเป็นเหยื่อของผู้กระทำผิดรวมทั้งพฤติกรรมก้าวร้าว
ขอบเขตของพหุวัฒนธรรมศึกษา
เป็นพหุวัฒนธรรมที่ตะหนักถึงคุณค่าของความหลากหลายในเชิงบวก ซึ่งแสดงผลให้เป็น องค์รวมขององค์ความรู้ในวัฒนธรรมที่แตกต่างในตัวผู้เรียน ประกอบด้วย เพศ อายุ เชื้อชาติ ชาติพันธุ์ ภาษา ภูมิศาสตร์ ศาสนา ชนชั้น รุ่นของกลุ่มคน ความพิเศษ (การบกพร่องทางสติปัญญา การพิการ) ซึ่งไม่อาจจำกัดทางเลือกด้านการศึกษาและอาชีพ นักการศึกษาทุกคนควรแสดงความรับผิดชอบร่วมในการช่วยเหลือและสนับสนุนให้ผู้เรียนได้รับผลประโยชน์จากสังคมประชาธิปไตย
(1) การบูรณาการเนื้อหา
(2) กระบวนการสร้างความรู้กระบวนการสร้างความรู้
(3) การลดอคติ
(4) การจัดการเรียนการสอนอย่างเท่าเทียมและเสมอภาค
(5) การเสริมสร้างศักยภาพของพหุวัฒนธรรมศึกษาและโครงสร้างทางสังคมในโรงเรียน
โรงเรียนแนวพหุวัฒนธรรมศึกษา มีคุณลักษณะ 8 ประการ (Banks, 2002)
(1) เจตคติ มุมมอง ความเชื่อ และการปฏิบัติของบุคลากรในโรงเรียน ครูและผู้บริหารโรงเรียน
(2) แบบแผนของหลักสูตรและวิชาที่สอน หลักสูตรที่ใช้ควรสะท้อนถึงประสบการณ์
3) การเรียนการสอนและรูปแบบวัฒนธรรมของโรงเรียน รูปแบบการจัดการเรียนการสอน
(4) ภาษากลางและภาษาท้องถิ่นของโรงเรียน ผู้เรียนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม
(5) สื่อและวัสดุการสอน สื่อการเรียนการสอนที่ใช้ในโรงเรียนควรแสดงถึงเหตุการณ์
(6) การประเมินและวิธีการทดสอบ โรงเรียนควรมีกระบวนการประเมินและทดสอบ
(7) วัฒนธรรมโรงเรียนและหลักสูตรเพิ่มเติม วัฒนธรรมโรงเรียนและหลักสูตรที่สอดแทรก
(8) โปรแกรมให้คำปรึกษา ที่ปรึกษาของโรงเรียนควรมีความคาดหวังต่อผู้เรียน
การจัดการเรียนการสอนแนวพหุวัฒนธรรม
การเรียนการสอนแบบพหุวัฒนธรรม
การเริ่มต้นการเรียนการสอนแบบพหุวัฒนธรรม ไม่มีกฎตายตัวในวิธีสอนแบบพหุวัฒนธรรมในระหว่างการสอนครูจะต้องใช้วิธีการสังเกต
การสร้างบรรยากาศของห้องเรียนที่เป็นพหุวัฒนธรรม
1) ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางในกระบวนการเรียนการสอน
(2) สนับสนุนสิทธิเสรีภาพและความแตกต่างด้านวัฒนธรรม
(3) ตระหนักเสมอว่าผู้เรียนทุกคนสามารถเรียนรู้ได้
4) ทราบถึงประวัติความเป็นมาและประสบการณ์ของผู้เรียน
5) พยายามทำความเข้าใจเรื่องการเหยียดชนชาติ เหยียดเพศ
6) ให้ความสนใจในความยุติธรรม และความเท่าเทียมกันในสังคม
7) เข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ เพื่อให้เข้าใจถึงสังคมที่ยุติธรรม
การสอนโดยคำนึงถึงวัฒนธรรม
ประวัติ ประสบการณ์ ประเพณีและวัฒนธรรมของผู้เรียนที่ต่างกันในห้องเรียน รวมทั้งการเรียนการสอนด้วย
การมีเจตคติที่ดีต่อความหลากหลายในสังคมพหุวัฒนธรรม ปัจเจกคนได้รับการปฏิบัติที่แตกต่างกัน
การตั้งความคาดหวังให้สูงไว้ ครูไม่ควรมีเจตคติที่ไม่ดีต่อผู้เรียนที่มีความแตกต่างจากคนหมู่มาก
การเรียนรู้ของผู้เรียน
การดูแลเอาใจใส่ เป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้ครูรู้จักผู้เรียนและบริบทความเป็นอยู่ของผู้เรียนได้มากขึ้นส่งผลให้ครูเข้าถึงตัวผู้เรียนได้ดีขึ้น
การให้ความสนใจแก่ผู้เรียน
1) อุทิศตนให้กับสื่อการสอนและงานการสอน
2) รู้ถึงความสนใจของผู้เรียนภายนอกโรงเรียน
3) ให้ทางเลือกแก่ผู้เรียน
4) ให้นักเรียนเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ในสังคม
(5) แน่ใจว่าผู้เรียนเข้าใจ
6) ตอบอย่างสนใจหากผู้เรียนให้ความสนใจ
7) สนใจผู้เรียนและการพัฒนาของผู้เรียน
8) ช่วยให้ผู้เรียนทำงานที่ได้รับมอบหมายสำเร็จลุล่วง
9) แสดงความภาคภูมิใจในผลงานของผู้เรียน
10) ยกตัวอย่างบุคคล ตัวอย่างเพื่อสร้างแรงบันดาลใจ
การเรียนการสอนเพื่อความเสมอภาคในสังคม
พัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ ทำให้ผู้เรียนสามารถวิเคราะห์เนื้อหาในหนังสือหรือสิ่งที่ปรากฏในสื่อ
ได้ว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
การพูดถึงความยุติธรรมและเสริมพลัง สอนผู้เรียนให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในสังคม
การสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ ปฏิสัมพันธ์และความเข้าใจกันจะเพิ่มขึ้นได้หากให้ผู้เรียนที่มีความแตกต่างกันทำงานร่วมกัน
บรรยากาศในโรงเรียน
หลักสูตรซ่อนเร้น ไม่ได้เป็นหลักสูตรที่กำหนดขึ้นมาอย่างเป็นทางการ แต่เป็นสิ่งที่แฝงอยู่ในโครงสร้าง
ขององค์กรภายในห้องเรียนหรือโรงเรียน
)
ข้อความที่ส่งถึงผู้เรียน พฤติกรรมการแสดงออกบางอย่างของครูแสดงเจตคติของครูแก่ผู้เรียนโดยไม่ได้ตั้งใจ
ความสัมพันธ์ของผู้เรียนและครู ครูจะแสดงความเคารพ เชื่อใจ และความเท่าเทียมต่อผู้เรียนได้มีดังนี้ (1) ให้ผู้เรียนทราบสิ่งที่ควรคาดหวังจากครู และการเรียน (2) เข้าใจสื่อการสอนเป็นอย่างดี (3) สนับสนุนให้ผู้เรียนทำงานได้เต็มที่ (4) ทำหน้าที่ของตัวเอง (5) แน่ใจว่าทุกคนเข้าใจ (7) ให้คะแนนอย่างเท่าเทียม (8) เข้าใจหากผู้เรียนทำผิด (9) ไม่ลำเอียง (10) เก็บความรู้สึกลำเอียงไว้ (11) ไม่ทำเหมือนผู้เรียนเป็นเด็ก (12) ฟังสิ่งที่ผู้เรียนแสดงความคิดเห็น (13) ให้ความสนใจสิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน และ (14) ไม่ควรบั่นทอนความมั่นใจของผู้เรียน
การสื่อสารของครูและผู้เรียน การมีทักษะในการสื่อสารข้ามวัฒนธรรมสนับสนุนให้เกิดการเรียนรู้ ของผู้เรียนได้ดี
การพัฒนาความชำนาญด้านพหุวัฒนธรรม
รู้จักตนเองและผู้อื่น จะช่วยให้เราสามารถปรับตัวให้เข้ากับผู้อื่นได้ดีขึ้น
นำการฝึกฝนมาใช้ ครูพยายามเรียนรู้ผู้เรียนที่มีวัฒนธรรมหรือประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
การสอนในฐานะกิจกรรมทางสังคม การเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางสังคมได้โดยการสอนแบบพหุวัฒนธรรมนั้น
มุ่งที่ห้องเรียน (Classroom focus) ในห้องเรียนเน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มุ่งเน้นความต้องการ
สรุป
การศึกษาเกี่ยวกับช่วงวัย เป็นสิ่งสำคัญสำหรับการศึกษาด้านพหุวัฒนธรรม ซึ่งจะช่วยให้เข้าใจว่าเด็ก
หรือวัยรุ่น จะเอาชนะการยอมรับจากเพื่อน และความสมดุลกับความต้องการ การยอมรับจากผู้ปกครองจะแปรปรวน เครียดบางเวลา ซึ่งบางคนจะรู้สึกเจ็บปวด ในบางกรณี ความต้องการของเพื่อน ไม่เป็นที่ยอมรับกับที่บ้าน เด็กที่เข้าช่วงวัยรุ่นสังเกตได้ คือ อารมณ์