Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Pneumonia with Acute kidney injury, นางสาวกัลยรัตน์ กลิ่นจำปา เลขที่ 5…
Pneumonia with Acute kidney injury
ผู้ป่วยชายไทย อายุ 77 ปี วัยผู้สูงอายุ
U/D = Diabetes mellitus (DM)
CC : Refer จากโรงพยาบาลบางใหญ่ด้วยอาการเหนื่อย ซึมลง 1 ชั่วโมงก่อนมาโรงพยาบาล
Dx : Pneumonia with Acute kidney injury
ความหมาย ปอดบวมร่วมกับไตวายเฉียบพลัน
PI : 2 วันก่อนมาโรงพยาบาล ผู้ป่วยหายใจเหนื่อยหอบ ซึมลง ไป Admit ที่โรงพยาบาลบางใหญ่ CXR Lung มี Infiltration พบปอดติดเชื้อ หายใจเหนื่อยหอบมากขึ้น On E-T tube no.7.5 #20 อาการไม่ดีขึ้น โรงพยาบาลบางใหญ่ จึงขอ Refer มาโรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
ความหมาย
ปอดบวมหรือปอดอักเสบ(Pneumonia,Pneumoninitis)เป็นกระบวนการอักเสบของถุงลมปอดทำให้เนื้อ ปอดแข็งและมีหนองในถุงลมปอด มักพบในคนที่ไม่แข็งแรง(มีภูมิต้านทานโรคต่ำ ) เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ ผู่ที่เป็น โรคพิษสุราเรื้อรัง ผู้ที่เป็นโรคทางปอดเรื้อรัง(เช่น หืด หลอดลมอักเสบ ถุงลมพอง) หรือผู้ที่กินสเตอรอยด์เป็นประจำ ผู้ป่วยเบาหวาน ผู้ป่วยเอดส์เป็นต้น อาจพบเป็นโรคแทรกซ้อนของไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทอนซิล อักเสบ หัด อีสุกอีไส ไอกรน ฯลฯ
พยาธิสภาพ
การเปลี่ยนแปลงทางสรีระเกิดขึ้นจากกระบวนการอักเสบ คือ ปัญหาการระบายอากาศหายใจ พยาธิสรีรวทิยาของปอดอักเสบแบ่งออกเป็น 3 ระยะ
1.ระยะบวมคั่ง (Stage of Congestion or Edema) เมื่อเชื้อโรคเข้าสู่ปอดจะแบ่งตัวอย่างรวดเร็วร่างกายจะมีปฏิกิริยา ตอบสนอง มีโลหิตมาคั่งในบริเวณที่มีการอักเสบ หลอดโลหิตขยายตัวมีแบคทีเรีย เม็ดโลหิตแดง ไฟบริน และเม็ดโลหิตขาว(เป็นพวกนิวโตรฟิลและโฟลิมอร์ฟ)ออกมากินแบคทีเรียระยะนี้ กินเวลา 24-46ชั่วโมง หลังจากเชื้อโรคเข้าสู่ปอด
2.ระยะเนื้อปอดแข็ง(Stage 0f Consolidation) ระยะแรกจะพบว่ามีเม็ดโลหิตแดงและไฟบรินอยู่ในถุงลมเป็นส่วนใหญ่ หลอดโลหิตฝอยท่อผนังถุงลมปอดขยายตัวมากขึ้น ทำให้เนื้อปอดสีแดงจัดคล้ายตับสด(Red heptization) ในรายที่มีการอักเสบรุนแรงจะมีการอักเสบลุกลามไปถึงเนื้อปอดดว้ย ในเวลาต่อมาจะมีจำนวน เม็ดโลหิตขาวเข้ามาแทนที่เม็ดโลหิตแดงในถุงลมมากขึ้นเพื่อกินเชื้อโรค ระยะนี้ถ้าตัดเนื้อปอดมาดูจะเป็นสีเทา ปนดำ(grey heptatization) เนื่องจากมีหนอง(Exudate) เซลล์โพลีมอร์โฟและไฟบริน หลอดโลหิตฝอยที่ผนัง ถุงลมปอดก็จะหดตัวเล็กลงระยะนี้กินเวลา 3-5วัน จากการที่ผนังถุงลมบวม มีหนองในถุงลมทำให้การระบาย อากาศภายในปอดไม่เพียงพอและหลอดลมหดรัดตัวทำ ให้อุดกั้นทางเดินอากาศด้วย ทำให้ความดันออกซิเจน ในถุงลมลดลง โลหิตดา ที่เข้าสู่ปอดในส่วนที่อักเสบและมีการระบายอากาศน้อย กลับ เข้าสู่หัวใจซีกซ้ายโดยไม่มีออกซิเจน ทำให้โลหิตไปเลี้ยงร่างกายขาดออกซิเจน เช่นเดียวกับการมีโลหิตจากหัวใจซีกขวารั่วเข้าสู่หัวใจ ซีกซ้าย
3.ระยะปอดฟื้นตัว(Stage of Resolution) เมื่อร่างกายสามารถต้านทานโรคไว้ได้เม็ดโลหิตขาวสามารถทำลาย แบคทีเรียที่อยู่ในถุงลมปอดได้หมด จะมีเอนไซม์ออกมาละลายไฟบริน เม็ดโลหิตขาวและหนองจะถูกขับออกมาเป็นเสมหะมีลักษณะเป็นสีสนิมเหล็ก เพราะมีโลหิตค้างอยู่ เนื้อปอดมักกลับคืนสู่สภาพปกติได้การ อักเสบที่เยื่อหุ้มปอดจะหายไปหรือมีพังผืดขึ้นแทน ระยะฟื้นตัว ในเด็กและคนหนุ่มสาวเร็วมากแต่ในคนสูงอายุ จะช้า
สาเหตุ
ส่วนใหญ่จะเกิดจากเชื้อไวรัส หรือแบคทีเรีย
ติดเชื้อจากเชื้อรา โดยส่วนมากจะเกิดในผู้ป่วยที่มีสุขภาพร่างกายย่ำแย่ มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ หรือเป็นโรคเรื้อรังเช่น โรคเบาหวาน โรคไตวาย
ผู้ป่วย มีผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ วันที่ 4 กันยายน 2563 ผล Urine culture พบเชื้อ Candida tropicalis
ผู้ป่วยมีโรคประจำตัวเป็นโรคเบาหวาน
ติดเชื้อจากไวรัส เป็นสาเหตุที่พบบ่อยในเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 5 ขวบ แต่จะมีอาการไม่รุนแรงมาก และเชื้อไวรัสบางชนิดที่เป็นสาเหตุของไข้หวัดสามารถทำให้เป็นปอดบวมได้
ติดเชื้อจากแบคทีเรีย โดยส่วนใหญ่ปอดบวมที่มาจากแบคทีเรียจะมาจากเชื้อ สเตรปโตค็อกคัส นิวโมเนียอี
การวินิจฉัย
ตรวจเลือด เพื่อหาว่าผู้ป่วยได้รับเชื้อชนิดใด
เอกซเรย์หน้าอก เพื่อช่วยให้แพทย์ระบุตำแหน่งของการติดเชื้อ
CXR Lung มี Infiltration
วัดออกซิเจนในเลือดและชีพจร เพื่อวัดระดับออกซิเจนในกระแสเลือด ซึ่งช่วยให้สามารถบ่งชี้ระดับการทำงานของปอด
ตรวจเสมหะ ในผู้ป่วยที่มีอาการไอมาก วิธีนี้จะช่วยให้แพทย์วิเคราะห์ และระบุสาเหตุการติดเชื้อได้ โดยการใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องตรวจเสมหะหรือทำการเพาะเชื้อ
อาการและอาการแสดง
มีไข้ ไอ
เจ็บหน้าอก
หอบเหนื่อย
ผู้ป่วยมีอาการหายใจเหนื่อยหอบ
ผู้สูงอายุ อาจมีอาการซึม สับสน และไม่มีไข้
การรักษา
ภาวะแทรกซ้อน
นางสาวกัลยรัตน์ กลิ่นจำปา เลขที่ 5 ห้อง B