Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 2 ลักษณะเฉพาะทางพฤกษศาสตร์, นางสาวพิชญาภา น้อยเงิน เลขที่ 58…
บทที่ 2 ลักษณะเฉพาะทางพฤกษศาสตร์
วิธีปรุงยา
คือการบริหารยาเข้าด้วยกัน
วิธีการปรุงยาในปัจจุบันมี 28 วิธี
1.ยาสับเป็นชิ้นเป็นท่อน ใส่ในหม้อเติมน้ำต้ม แล้วรินแต่น้ำกิน
2.ยาดองแช่ด้วยน้ำท่าหรือสุรา แล้วรินแต่น้ำกิน
3.ยากัดด้วยเหล้าหรือแอลกอฮอล์ หยดลงน้ำกิน
4.ยาเผาเป็นด่าง เอาด่างนั้นแช่น้ำ แล้วรินแต่น้ำกิน
5.ยากลั่นเอาน้ำเหงื่อ เช่นกลั่นสุรา เอาน้ำเหงื่อกิน
6.ยาหุงด้วยน้ำมัน เอาน้ำมันเป่าใส่กล้องและเป่าบาดแผลและฐานฝี
7.ยาประสมแล้ว ต้มแล้วเอาน้ำบ้วนปาก
8.ยาประสมแล้ว ต้มแล้วเอาน้ำอาบ
9.ยาประสมแล้ว ต้มแล้วเอาน้ำแช่
10.ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำชะ
11.ยาประสมแล้ว ต้มเอาน้ำสวน
12.ยาตำเป็นผงแล้ว บดให้ละเอียด ละลายน้ำกระสายต่าง ๆ กิน
14.ยาประสมแล้ว ตำเป็นผงกวนให้ละเอียด ใส่กล้องเป่าทางจมูกและคอ
13.ยาเผาหรือเผาให้ไหม้ ตำเป็นผงบดให้ละเอียด ละลายน้ำกระสายต่าง ๆ กิน
15.ยาประสมแล้ว มวนบุหรี่สูบเอาควัน เช่น บุหรี่
16.ยาประสมแล้ว ใช้เป็นยาทา
17.ยาประสมแล้ว ใช้เป็นลูกประคบ
18.ยาประสมแล้ว ทำเป็นยาพอก
19.ยาประสมแล้ว บดละเอียดเป็นผงแล้ว ปั้นเป็นเม็ดหรือลูกกลอนกลืน กิน
20.ยาประสมแล้ว บดเป็นผงปั้นเป็นแท่งหรือเป็นแผ่น แล้วใช้เหน็บ
21.ยาประสมแล้ว บดเป็นผง ตอกอัดเม็ด
ยาประสมแล้ว บดเป็นผง ปั้นเม็ดแล้วเคลือบ
23.ยาประสมแล้ว ทำเป็นเม็ดแคปซูล
24.ยาประสมแล้ว ห่อผ้าบรรจุลงในกลักเอาไว้ใช้ดม
25.ยาประสมแล้ว ใส่กล้องติดไฟใช้ควันเป่าบาดแผลและฐานฝี
26.ยาประสมแล้ว เผาไฟหรือโรยบนถ่านไฟ ใช้ควันรม
27.ยาประสมแล้ว ต้มเอาไอรมหรืออบ
28.ยาประสมแล้ว กวนเป็นยาขี้ผึ้งปิดแผล ซึ่งเรียกว่ายากวน
การแปรรูปพืชสมุนไพร
การให้มีขนาดเล็กลง
เป็นการนำเอาสมุนไพรมาทำให้ขนาดเล็กลง และนำไปตากแห้ง เพื่อให้ปริมาณน้ำของ สมุนไพรลดลง
นิยมใช้กับ ราก เปลือก ลำต้น
การบดปั่นให้เป็นผง
เป็นวิธีที่สะดวกในการใช้งานมาก สมัยโบราณนิยมนำมาตากแห้งแล้วใช้ครกโขลกให้ละเอียด
การตากแห้ง
เป็นการเก็บรักษาสมุนไพรให้ได้ประสิทธิภาพที่ดีทีสุด
ทั้งในแง่ของคุณภาพ ปริมาณและน้ำหนัก
การสะกัดน้ำมันหอมระเหย
สมุนไพรที่มีกลิ่นหอม นำมาต้มสกัดน้ำมันจากสมุนไพร มาปรุงเป็นยาดม ยาหอมยาทา
การเก็บรักษาสมุนไพร
ภาชนะในการจัดเก็บ
ป้องกันความชื้น ป้องกันเชื้อรา
สถานที่ในการจัดเก็บ
ป้องกันแมลงและโรค
ไม่เป็นแหล่งเพาะเชื้อ
อากาศปลอดโปร่ง ไม่โดนแสงแดดจัด พื้นที่แห้งและเย็น
เตรียมยาสมุนไพร
ทำยาปั้นลูกกลอน
การเตรียม
หั้นสมุนไพรสดให้เป็นแว่นบางๆผึ่งแดดให้แห้ง
บดเป็นผงในขณะที่ยายังร้อนแดดอยู่ เพราะจะกรอบและบดได้ง่าย
การปั้นยา
ใช้ผงยาสมุนไพร ๒ ส่วน ผสมกับน้ำผึ้ง หรือน้ำเชื่อม ๑ ส่วน ตั้งทิ้งไว้ ๒-๓ ชั่วโมง เพื่อให้ยาปั้นได้ง่าย ไม่ติดมือ
.
ปั้นยาเป็น ลูกกลมๆ เล็กๆ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ ๑ เซนติเมตร
เสร็จแล้วผึ่งแดดจนแห้ง จากนั้นอีก ๒ สัปดาห์ ให้นำมาผึ่งแดดซ้ำอีกทีเพื่อป้องกันไม่ให้เชื้อราขึ้นยา
ยาต้ม
การเตรียม
ปริมาณที่ใช้โดยทั่วไป คือ ๑ กำมือ เอาสมุนไพรมาขดมัดรวมกันเป็นท่อนกลม ยาวขนาด ๑ ฝ่ามือ กว้างขนาดใช้มือกำได้โดยรอบพอดี ถ้าสมุนไพรนั้นแข็ง นำมาขดมัดไม่ได้ ให้หั่นเป็นท่อนยาว ๕-๖ นิ้วฟุต
กว้าง ๑/๒ นิ้ว ฟุต แล้วเอามารวมกันให้ได้ขนาด ๑ กำมือ
การต้ม
เทน้ำลงไปพอให้น้ำท่วมยาเล็กน้อย (ประมาณ ๓-๔ แก้ว) ถ้าปริมาณยาที่ระบุไว้น้อยมาก เช่น ใช้เพียง ๑ หยิบมือ ให้เทน้ำลงไป ๑ แก้ว (ประมาณ ๒๕๐ มิลลิลิตร) ต้มให้เดือดนาน ๑๐-๓๐ นาที แล้วแต่ว่าต้องการให้น้ำยาเข้มข้น หรือเจือจาง ยาต้มนี้ต้องกินในขณะที่ยายังอุ่นๆ
เฉลว
คือ เครื่องหมายทำด้วยเส้นดอกไม้ไผ่หรือหวายเส้น
การแพทย์แผนไทยเชื่อว่า การปักเฉลวจะทำให้รู้ว่าเป็นหม้อยา ไม่ใช่หม้อข้าวหรือแกง ช่วยใก้ฤทธิ์ยาไม่เสื่อมสภาพและป้องกันคุณไสย ป้องกันการเติมอย่างอื่นลงในยา
ยาชง
การเตรียม
ปกติใช้สมุนไพรแห้งชงโดยหั่นต้นสมุนไพรสดให้เป็นชิ้นเล็กๆ บางๆ แล้วผึ่งแดดให้แห้ง ถ้าต้องการให้ไม่มีกลิ่นเหม็นเขียว ให้เอาไปคั่ว เสียก่อนจนมีกลิ่นหอม
การชง
ใช้สมุนไพร ๑ ส่วน เติมน้ำเดือดลง ไป ๑๐ ส่วน ปิดฝาตั้งทิ้งไว้ ๑๕-๒๐ นาที
ยาดอง
การเตรียม
ปกติใช้สมุนไพรแห้งดอง โดยบดต้นไม้ยาให้แตกพอหยาบๆห่อด้วยผ้าขาวบางหลวม ๆ เผื่อยาพองตัวเวลาอมน้ำ
การดอง
เติมเหล้าโรงให้ทั่วห่อยาตั้งทิ้งไว้ 7 วัน
ยาตำคั้นเอาน้ำกิน
การเตรียม
นำสมุนไพรสดๆ มาตำให้ละเอียดหรือจนกระทั่งเหลว ถ้าตัวยาแห้งไป ให้เติมน้ำลงไปจนเหลว
การคั้น
คั้นเอาน้ำยาจากสมุนไพรที่ตำไว้นั้นมารับประทาน
ยาพอก
การเตรียม
ใช้สมุนไพรสด ตำให้แหลกที่สุดให้พอเปียก แต่ไม่ถึงกับเหลวถ้ายาแห้ง ให้เติมน้ำหรือเหล้าโรงลงไป
การพอก
เมื่อพอกยาแล้ว ต้องคอยหยอดน้ำให้ยาเปียกชื้นอยู่เสมอ เปลี่ยนยาวันละ ๓ ครั้ง
อายุของยาสมุนไพร
ยาปั้นเป็นลูกกลอน เป็นเม็ด เป็นแท่ง
ยาเม็ดที่ผสมด้วยแก่นไม้ล้วน 1 ปี เริ่มเสื่อมคุณภาพ 2 ปี อาจหมดคุณภาพ
ยาเม็ดที่ผสมด้วยหัว เหง้า แก่น โกศเทียน แร่ธาตุ 18 เดือน เริ่มเสื่อมคุณภาพ 2 ปี อาจหมดคุณภาพ
ยาเม็ดที่ผสมด้วยใบไม้ล้วน 6-8 เดือน เริ่มเสื่อมคุณภาพ 1 ปี อาจหมดคุณภาพ
ยาเม็ดที่ผสมด้วยใบไม้ หัว โกศเทียน แร่ธาตุ 8 เดือน เริ่มเสื่อมคุณภาพ 2 ปี อาจหมดคุณภาพ
ยาน้ำ น้ำต้ม และยาดอง
ยาต้มผสมด้วยแก่นไม้ เครื่องเทศ โกฐเทียน ถ้าต้มอุ่น เช้า-เย็นทุกวัน มีอายุ 7-10 วัน
ยาต้มผสมด้วยแก่นไม้ เครื่องเทศ โกฐเทียน หัวพืชแห้ง ถ้าต้มอุ่น เช้า-เย็นทุกวัน อายุ 7-15 วัน
ยาต้มผสมด้วยใบไม้ล้วน ต้มกินได้ครั้งเดียว แล้วเททิ้งเสีย
ยาผง
ยาผงที่ผสมด้วยแก่นไม้ โกฐเทียน มีอายุประมาณ 6-8 เดือน
ยาผงที่ผสมด้วยใบไม้และแก่นไม้ อย่างละครึ่ง มีอายุประมาณ 4-6 เดือน
ยาผงที่ผสมด้วยใบไม้ล้วน ๆ มีอายุประมาณ 3-6 เดือน
ยาดองที่เข้าเกลือ หรือ ดีเกลือ
ยาดองที่ผสมด้วยของเค็มมาก ๆ เช่น เกลือ หรือ ดีเกลือ และ ตัวยาแห้งดี ปรุงถูกต้อง มีอายุประมาณ 2 ปี
ยาดองอื่น ๆ ที่ไม่ได้เข้าตัวยาเค็ม ๆ มีอายุประมาณ 1 ปี
ข้อแนะนำ ข้อควรระวัง
ห้ามใช้ยามากเกินไป
หมั่นตรวจสอบสรรพคุณ
เริ่มกินน้อยๆ
ผลที่ได้ไม่แน่นอน
ศึกษาให้ดีก่อนใช้
อย่าใช้ยาเข้มข้นเกินไป
นางสาวพิชญาภา น้อยเงิน เลขที่ 58 รหัสนักศึกษา 622001060 ชั้นปีที่ 2 รุ่น 37