Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การดูแลผู้คลอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอด - Coggle Diagram
การดูแลผู้คลอดเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอด
แนวคิดและทฤษฎีเกี่ยวข้องกับความเจ็บปวดในระยะคลอด
การคลอดเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยา
การเจ็บครรภ์คลอดเกิดจากการหดรัดตัวของมดลูก และการถ่างขยายของปากมดลูกชั่วขณะ
การดูแลผู้คลอดอย่ามีประสิทธิภาพ พยาบาลผดุงครรภ์ต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับอาการเจ็บครรภ์
กลไกอาการเจ็บครรภ์สามารถอธิบายได้จากทฤษฎี
ทฤษฎีการยึดขยายของมดลูก
ทฤษฎีการเปลี่ยนแปลงอัตราส่วนระหว่าง Estrogen และ Progesterrone
ทฤษฎีกระตุ้นฮอร์โมน Oxytocin
ทฤษฎีการหลั่งฮอร์โมน Prostaglandin
ปฏิกิริยาการตอบสนองต่อความเจ็บปวด
ปฏิกิริยาเฉพาะที่ มดลูกหดรัดตัวปล่อย Prostaglandin กระตุ้นปลายประสาทรับความรู้สึก
ระดับไขสันหลัง มีreflex ทำให้กล้ามเนื้อลายและหลอดเลือดหดตัว
ระดับเหนือไขสันหลัง มีการกระตุ้น autonomic center ในไฮโปธาลามัส
การยับยั้งการส่งพลังประสาทความเจ็บปวดไปยังสมอง
การทำงานของใยประสาทการรับรู้
การส่งสัญญาณจากเรติคูลาร์ฟอร์เมชั่นในก้านสอง
การส่งสัญญาณจากเปลือกสมองและธาลามัส
พลังประสาททำงานเกี่ยวกับกระบวนการสติปัญญา และความรู้สึกหรืออารมณ์
ความรู้สึกนึกคิดของแต่ละคนมีอิทธิพลต่อการส่งผ่านของพลังประสาทความเจ็บปวด
แนวทางการบรรเทาการเจ็บครรภ์คลอดจากหลักฐานเชิงประจักษ์
ด้านจริยธรรมและสิทธิผู้คลอด
ผู้คลอดทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการประเมินอาการปวดที่เหมาะสม
ผู้คลอดทุกคนมีสิทธิที่จะได้รับการจัดการอาการปวดที่เหมาะสม
ผู้คลอดและครอบครัวมีสิทธิที่จะได้รับความรู้เกี่ยวกับการเจ็บครรภ์คลอด
ด้านการประเมินความเจ็บปวด
ประเมินอาการเจ็บครรภ์ตั้งแต่แรกรับผู้คลอด
ใช้เครื่องมือประเมินการเจ็บครรภ์
แนวปฎิบัติในการบรรเทาการเจ็บครรภ์คลอดจากหลักฐานเชิงประจักษ์
วิธีการไม่ใช้ยา/ใช้ร่วมกับการใช้ยา
การเตรียมความรู้ก่อนคลอด
ให้ความรู้ลักศณะปวด ความรุนแรง
ให้ความรู้เครื่องมือที่ใช้ประเมินการเจ็บครรภ์
การมีส่วนร่วมของครอบครัว
การพยาบาลเพื่อบรรเทาการเจ็บครรภ์
โปรแกรมการให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ในทีมสุขภาพ
ประเมินการเจ็บครรภ์
ผลข้างเคียงจากการบรรเทาความทุกข์ทรมาน
การให้ความรู้เรื่องการเจ็บครรภ์
ประเด็นจริยธรรมในการบรรเทาความทุกข์
การดูแลอย่างต่อเนื่อง
การดูแลโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการคลอด
ผู้ดูแลต้องมีส่วนในการช่วยเหลือทั้งด้านร่างกาย และจิตใจ
การปรับท่าทางและการเคลื่อนไหวในระยะคลอด
ในรายที่ปากมดลูกเปืดน้อย และไม่มีข้อห้าม ควรส่งเสริทให้ผู้คลอดเดินยืน
ในขณะรอคลอดควรปรับให้ผู้คลอดอยู่ในท่า Upright
การนั่งขัดสมาธิกับพื้น สามารถทำได้ถ้าทำให้สบายมากขึ้น
ในรายที่ปากมดลูกเปิด 6-8 ซม.8ควรปรับให้ผู้คลอดอยู่ในท่านั่งดีกว่าท่านอน
การนวดและการสัมผัส
นวดที่บริเวณศีรษะ หลัง มือ เท้า ตามบริเวณที่ผู้คลอดชอบ
นวดแบบกดเน้นบริเวณกระดูกกระเบนเหน็บ
การสัมผัสโดยพยาบาลหรือผู้ดูแล
การบำบัดด้วยน้ำ
การประคบร้อน ประคบบริเวณท้องส่วนล่าง
การประคบเย็น เป็นการใช้ผ้าเย็นเช็ดใบหน้า ลำตัว ช่วยให้สุขสบาย
การผ่อนคลายหรือการหายใจ
ใช้เทคนิคหายใจ Breathing ช่วยเบี่ยงเบนความกลัว วิตกกังวล เครียด
เมื่อมดลูกหดรัดตัวหายใจล้างปอด 1 ครั้ง
หายใจทางจมูกออกทางปาก ในลักษณะห่อปสก
การใช้เทคนิคผ่อนคลาย
ทำให้รับรู้ความเจ็บปวดลดลง ความทนต่อความเจ็บปวดดีขึ้น
ลดความตึงเครียด
มีหลักการคือการเกร็งและคลายกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกาย
การดูแลเพื่อบรรเทาความเจ็บปวดในระยะคลอดโดยไม่ใช้ยา
การลดตัวกระตุ้นความปวด
การเคลื่อนไหว
การนั่งเก้าอี้โยก
การนั่งเอียงไปมาบนลูกบอล
การเต้นรำช้าๆ
การเคลื่อนไหวจะช่วยให้ผู้คลอดรู้สึกสบายและลดปวด
ท่่า
ท่าศัรษะและลำตัวสูง ทำให้แนวลำตัวของผู้คลอดส่วนบนสูงกว่าส่วนล่าง ช่วยให้คลอดเร็วกว่าการอยู่ในท่านอนราบ
ท่าคุกเข่า ช่วยลดอาการปวดหลังกรณีที่ทารกมีท้ายทอยอยู่หลังช่องเชิงกรานของมารดา
ท่าพีเอสยูแคท พบว่าใช้เวลาในระยะปากมดลูกเปิดเร็วน้อยที่สุดเมื่อเทียบกับกลุ่มที่นอนหัวสูง
ท่าคุกเข่าโน้มตัวไปข้างหน้าโอบแขนและพักบนลูกบอลที่มีความสูงระดับไหล่
ท่านี้ช่วยให้ทารกที่มีท้ายทอยอยู่ด้สนหลังช่องเชิงกรานมารดา ก้มมากขึ้นและเคลื่อนสู่ช่องเข้าของเชิงกรานมารดา
ผลพบว่าใช้เวลาใช้เวลาในระยะปากมดลูกเปิดเร็วน้อยกว่ากลุ่มที่ได้รับการจัดให้นอนศีรษะสูง
ท่านั่งยอง
เป็นท่าที่ศีรษะและลำตัวอยู่ในแนวดิ่ง
นั่งยองๆแล้วแยกขาออกจากกันประมาณช่วงไหล่ ก้นลอยกับพื้น ทิ้งน้ำหนักตัวบนฝ่าเท้าทั้ง 2 ข้าง
เดิมใช้ท่านี้เป็นท่าบริหารในระยะตั้งครรภ์
ข้อดี ช่วยเพิ่มแรงดันภายในมดลูกขณะมีการหดรัดตัวของกล้ามเนื้อมดลูก
ข้อจำกัด คือทำให้ทรงตัวยาก เนื่องจากขารับน้ำหนักมากทำให้ปวดเมื่อย ปากมดลูกบวมง่าย
การเคลื่อนไหวอย่างอิสระ
มีผลช่วยลดเวลาในระยะที่ 1 ของการคลอดเมื่อเทียบกับท่านอนราบ
การส่งเสริมให้ผู้คลอดเคลื่อนไหวอย่างอิสระทำให้มดลูกหดรัดตัวดีขึ้น ใช้เวลาในการคลอดสั้นลง
การกระตุ้นประสาทส่วนปลาย
การประคบร้อนและเย็น
ประคบความร้อนบริเวณท้องส่วนล่าง ขาหนีบ และฝีเย็บ
ช่วยเพิ่มความทนต่อความเจ็บปวดมากขึ้นเนื่องความร้อนจะเพิ่มการไหลเวียนเลือด
ประคบเย็นทำบริเวณหลัง ก้น และฝีเย็บ อุณหภูมิที่ใช้ไม่ต้องสูงหรือต่ำมาก
ทำให้การส่งกระแสประสาทล่าช้า ความปวดจึงลดลงเพราะความเย็นช่วยลดการไหลเวียนของเลือด
การบำบัดโดยใช้น้ำหรือวารีบำบัด
ทำได้โดยให้ผู้คลอดแช่ในน้ำธรรมดาหรืออุ่น
ทำให้ความปวดลดลง การไหลเวียนเลือดดีขึ้น
น้ำอุ่นจะกระตุ้นเส้นประสาทขนากใหญ่ทำให้ประตูความปวดที่ไขสันหลังปิด
พยาบาลสามารถใช้วารีบำบัดแก่ผู้คลอดได้ในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว
การสัมผัส การนวด และการกดจุด
การลูบ เป็นการนวดเพียงเบาๆ ใช้ปลายนิ้วมือลูบเป็นวงกลมด้วยจังหวะสม่ำเสมอไม่ออกแรงกดกล้ามเนื้อ
การนวด
ช่วยกระตุ้นต่อมใต้สมองให้หลั่งสารเคมีมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟินเพิ่มขึ้นในร่างกายซึ่งสารเคมีจะออกฤทธิ์ควบคุมความเจ็บปวด
การนวดในระยะคลอดให้เน้นบริเวณไหล่ หลัง กระเบนเหน็บ และต้นขา
ผลการศึกษาพบว่าผู้คลอดกลุ่มที่ได้รับการนวดจะปวดน้อยกว่ากลุ่มที่ไม่ได้รับการนวด
ผู้คลอดที่ได้รับการนวดแผนไทย ใช้ระยะเวลาในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว และระยะที่ 2 ของการคลอด ไม่แตกต่างกับกลุ่มที่ไม่ได้รับการนวดแผนไทย
การกดจุด
เป็นการกระตุ้นปลายประสาทขนาดใหญ่
กดนาน 10 นาที ปล่อย 2 วินาที รวมเวลา 20-30 นาที จะช่วยบรรเทาปวดได้
3.การส่งเสริมการยับยั้งการส่งกระแสประสาทจากไขสันหลังในระดับสมอง
การใช้ดนตรี
ดนตรีบรรเลงช่วยให้ผู้ฟังผ่อนคลายมากกว่าเพลงที่มีเนื้อร้อง
เสยงดนตรีผ่อนคลาย ควรมีระดับเสียง 45-50 เดซิเบล
การเพ่งและเบี่ยงเบนความสนใจ
มีผลให้ระดับการรับรู้ต่อความรู้สึกเจ็บปวดลดลง
ระดับความทนทานต่อความรู้สึกเจ็บปวดจะเพิ่มขึ้นเพราะสองถูกระงับการส่งข้อมูลความปวดจากไขสันหลัง
สุคนธบำบัด
เป็นการใช้น้ำมันหอมระเหยจากพืชหอม
กลิ่นจะถูกส่งผ่านทางเส้นประสาทรับกลิ่น
สารในน้ำมันหอมระเหย มีผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงการรับรู้ต่อความปวด
น้ำมันหอมระเหยช่วยให้ถุงน้ำคร่ำแตกเองตามธรรมชาติ
ลดการใช้ยากระตุ้นคลอด และลดอัตราตัดฝีเย็บ
การใช้เทคนิคการหายใจ
วิธีการหายใจในระยะปากมดลูกเปิดช้า แนะนำการหายใจแบบช้า
เมื่อมดลูกเริ่มหดรัดตัวให้ผู้คลอดหายใจยาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้ง ทุกครั้งที่มดลูกหดรัดตัวให้หายใจนาวและลึกเพื่อล้างปอด 1 ครั้ง
วิธีหายใจในระยะมดลูกเปิดเร็ว
หายใจแบบเร็วตื้นและเบา ใช้ในระยะปากมดลูกเปิด 4-7 เซนติเมตร
หายใจแบบหอบสลับเป่าปาก ปากมดลูกเปิก 8-10 เซนติเมตร ระยะนี้มดลูกหดรัดตัวรุนแรงมาก
เมื่อมดลูกหดรัดตัวหายใจล้างปอด 1 ครั้ง จากนั้นหายใจเข้าและออกทางปากตื้นๆเร็วๆ เบาๆ ติดต่อกัน 3 ครั้ง
การเบ่งคลอด
ให้ผู้คลอดเบ่งเองตามความรู้สึกอยากเบ่ง หรือเบ่งภายใต้การสอนและควบคุมโดยพบาบาลผดุงครรภ์
การเบ่งคลอดแบบวัลซัลวา ให้ผู้คลอดเบ่งหลายๆครั้งขณะมดลูกหดรัดตัวแต่ละครั้ง
การเบ่งคลอดแบบเปิดกล่องเสียง ให้ผู้คลอดออกเสียงเบาๆ หรือมีลมเล็ดลอดขณะเบ่งได้ ใช้เวลาเบ่งแต่ละครั้งนาน 4-8 วินาที
การส่งเสริมความสุขสบายการดูแลสุขอนามัยส่วนตัว การช่วยให้ผู้คลอดเผชิญกับความปวดและความไม่สุขสบาย และการดูแลสิ่งแวดล้อม
การดูแลสุขอนามัยส่วนบุคคล ดูแลทั้งทางร่างกาย และปากฟันให้สะอาดโดยเฉพาะช่วงที่งดน้ำและอาหาร
การดูแลสิ่งแวดล้อม จัดสิ่งแวดล้อมให้มีความเป็นส่วนตัวมากเท่าที่จะทำได้
การช่วยให้ผู้คลอดเผชิญกับความปวดและความไม่สุขสบาย ทำได้ทั้งวิธีใช้ยา และไม่ใช้ยา
การจัดการความปวดในระคลอดโดยการใช้ยา
แนวทางการจัดการยา Pethidine
ผู้ป่วยที่มีประวัติโรคหอบหืด หรือโรคปอด จะไม่ใช้ยา Pethidine
วิธีการให้ยา การ dilute ฉีดช้าๆ dose ที่ใช้คือ pethidine 50 mg IV push ช้าๆ ใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 นาที
ไม่สั่งผสมยาฉีด Pethidine ร่วมกับยาอื่น
ไม่สั่งยา Pethidine เป็น 1:1, 1:2 หรือใช้ตัวย่อ
หลีกเลี่ยงการสั่งยาโดยวาจา แพทย์ควรเขียนคำสั่งด้วยตนเอง
สังเกตซักถามอาการของผู้คลอดขณะให้ยาตลอดเวลา
ติดตามประสิทธิผลของการให้ยา อาการข้างเคียง ได้แก่อาการหน้ามืดใจสั่น เวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
ประเมินอัตราการหายใจ ชีพจรหลังให้ยา 10-15 นาที ถ้า RR <12 ครั้ง/นาที PR < 60 ครั้ง/นาที BP < 90/60 mm/Hg ให้รายงานแพทย์
เนื่องจากมีผลในการกดการหายใจทั้งมารดา และทารกในครรภ์จึงควรเตรียมยา Narcan (Naloxone) ให้พร้อมใช้ทันที ในการพิจารณาการให้ยา ควรให้ยาก่อนคลอดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง
แนวทางการให้ยา Fentanyl
ไม่สั่งผสมยาฉีด Fentanyl ร่วมกับยาอื่น
หลีกเลี่ยงการสั่งยาโดยวาจา แพทย์ควรเขียนคำสั่งด้วยตนเอง
จัดเตรียมยาโดยเจือจาง Sterile water for injection Fentanyl 1 amp มี 2 ml
ซักถามประวัติการแพ้ยามอร์ฟิน ถ้ามีให้ปรึกษาแพทย์ก่อน สามารถให้ได้ในผู้คลอดที่เป็นหอบหืด
ให้คำแนะนำผลข้างเคียงของยา เช่น ภาวะกดการหายใจ กล้ามเนื้อกระตุก อาการหน้ามืด เวียนศีรษะ
ให้ผู้ป่วยหลับตาขณะ push ยา เพื่อลดการเวียนศีรษะ คลื่นไส้ อาเจียน
ให้ยาแบบ IV push ช้าๆ ใช้เวลาอย่างน้อย 3-5 นาที
สังเกต ซักถามอาการของผู้ป่วยขณะให้ยาตลอดเวลา ถ้ามีอาการหายใจฝืด หายใจลำบากให้หยุดยา
ประเมินอัตราการหายใจ ชีพจรหลังให้ยา 10-15 นาที ถ้า RR <12 ครั้ง/นาที PR < 60 ครั้ง/นาที BP < 90/60 mm/Hg ให้รายงานแพทย์
เนื่องจากยามีผลในการกดการหายใจทั้งมารดาและทารกในครรภ์ จึงควรเตรียมยาNarcan (Naloxone) ซึ่งเป็น Antidose ของ Fentanyl ให้พร้อมใช้ทันทีพิจารณาการให้ยา ควรให้ยาก่อนคลอดอย่างน้อย 1 ชั่วโมง