Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
End Stage Renal Disease(ESRD) with R/O CA Ovary เตียง 51 - Coggle Diagram
End Stage Renal Disease(ESRD) with
R/O CA Ovary เตียง 51
กรณีศึกษา เพศหญิง อายุ 84 ปี โรคประจำตัว ESRD,DM,HT
CC : แพทย์นัดฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม
PI : - 10 ก่อนตรวจพบไตวายเรื้อรังระยะที่ 5 รับการรักษาที่โรงพยาบาลพรนั่งเกล้า
-9 ปีก่อนเริ่มการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม รับการรักษาที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า
-5 วันก่อนมีเลือดออกทางช่องคลอดมาโรงพยาบาล
-วันนัด ตรวจพบ Hct 12% จึง admit ที่โรงพยาบาล
แรกรับ 24/08/63 ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี
v/s BP=149/55 mmHg T= 36.6 องศาเซลเซียส
R=20 ครั้ง/นาที P=88 ครั้ง/นาที
End Stage Renal Disease(ESRD)
เป็นภาวะที่มีการเสื่อมการทำงานของไตอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลานานเป็นเดือนหรือเป็นปี
พยาธิสรีรวิทยา
โรคไตเรื้อรังมีลักษณะที่มีการเสื่อมลงช้าๆ และมีการทำลายของหน่วยไต ร่วมกับมีการสูญเสียหน้าที่ของไตในขณะที่อัตราการกรองผ่านที่โกลเมอรูลาร์ทั้งหมดลดลง BUN, Creatinine เพิ่มขึ้น หน่วยไตทำหน้าที่ในการกรอง ของเสียหนัก ผลที่ตามมาคือไตจะเสียความสามารถในการทำให้ปัสสาวะเข้มข้นอย่างเพียงพอ ซึ่งเป็นอาการแรกที่บ่งบอกถึงภาวะ ไตเสียหน้าที่
สาเหตุ
1.เกิดจากพันธุกรรม 2.พิการแต่กำเนิด
โรคนิ่วในทางเดินปัสสาวะ 4. ต่อมลูกหมากโต
5.กลุ่มอาการเนโฟรติก
6.เกิดจากโรคความดันโลหิตสูง 7.เกิดจากโรคเบาหวาน
10.ติดเชื้อระบบทางเดินปัสสาวะหลายๆครั้ง
11.อายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป
8.ยาแก้ปวดหรือสารพิษบางชนิด 9.โรคหัวใจและหลอดเลือด
อาการ
การเปลี่ยนแปลงของการขับปัสสาวะ
แสบร้อนขณะปัสสาวะ หรือมีนิ่วปนออกมา
ปัสสาวะมีเลือดปน
บวมบริเวณหน้า ท้อง เท้า
ปวดบั้นเอวหรือด้านหลัง
ไม่ปัสสาวะ
การรักษา
1.รักษาโรคความดันโลหิตสูง
Madiplot 20 mg. 1 tab oral pc เช้า pc
-Carvedilol 6.25 mg 1 tab oral
2.รักษาโรคเบาหวาน
3.รักษาโรคไขมันเลือดสูง
4.การลดน้ำหนักเพื่อควบคุมความดันโลหิต และโรคเบาหวาน
5.การรักษาภาวะโลหิตจาง
Folic 1 tab oral OD
Transamine 1 tab oral tid
6.การรักษาอื่น เช่น ให้วิตามินดี
MTV 1 tab oral tid
การรักษาโดยวิธีการบำบัดทดแทนการทำงานของไต
การปลูกถ่ายไต (Kidney transplantation)
การฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม(Hemodialysis)
การล้างไตผ่านทางหน้าท้อง(peritoneal dialysis)
ช่อบ่งชี้ ผู้ป่วยไม่สามารถช่วยเหลือตนเองได้และไม่มีผู้ช่วยสำหรับล้างไตที่บ้าน
เป็นการนำของเสียและน้ำออกจากเลือด โดยเลือดจะออกจากตัวผู้ป่วยทางเส้นเลือดดำ แล้วผ่านตัวกรองซึ่งในตัวกรองจะมีเนื้อเยื่อที่จะช่วยกรองของเสียและน้ำออกจากเลือด เมื่อเลือดผ่านตัวกรองแล้วจะกลายเป็นเลือดดี เครื่องจะนำเลือดนั้นกลับสู่ร่างกาย ในการฟอกเลือดแต่ละครั้งต้องใช้เวลาประมาณ 3-4 ชม. หรือมากกว่า และต้องทำการฟอกเลือดอย่างน้อยสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง
ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการ
BUN (ค่าปกติ 7-20)
BUN 34.2
Creatinine (ค่าปกติ 0.55-1.02)
Creatinine 5.41
ระยะที่ 5 eGFR < 15 ml/min/1.73 m^2
eGFR 7 ml/min/1.73 m^2
CA Ovary
อาการสำคัญ
การตรวจพบก้อนในอุ้งเชิงกรานจากการตรวจทางหน้าท้องและตรวจภายใน
คลำพบก้อน และ CT scan พบ Hematoma ใน urinary bladder
ระยะแรกอาการไม่จำเพาะ เช่น ท้องอืด แน่นท้อง ท้องโตขึ้น รับประทานอาหารได้น้อย
มีอาการทางระบบปัสสาวะ เช่นปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะลำบาก ท้องผูก
ไม่ปัสสาวะ
ภาวะเลือดออกผิดปกติจากโพรงมดลูก
ปัจจัยเสี่ยง
อายุ
การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน
ระดูและการตั้งครรภ์
ความอ้วน
โรคเยื่อบุมดลูกเจริญต่างที่
การรักษา
การผ่าตัด
การวินิจฉัยโรค
สารส่อมะเร็ง (Tumor markers)
CA125 สาร glycoprotein
CA19-9 แอนติเจนคาร์โบไฮเดรต
HE4 สาร glycoprotein
การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง Ultrasonography
การตรวจด้วยคลื่นความถี่สูงแบบ color Droppler
Risk of maliganancy index
การถ่ายภาพรังสีส่วนตัดอาศัยคอมพิวเตอร์
การักษา
-Senokot 2 tab oral hs
-Metronidazole 500 mg IV q 8 hr
-Losec 40 mg IV q 12 hr
-Ceftazidime 2 gm IV OD
ข้อวินิจฉัยการพยาบาล
4.เสี่ยงต่อการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะเนื่องจากมีเลือดออกทางกระเพาะปัสสาวะ
2.มีน้ำเกินหรือน้ำคั่งในร่างกายเนื่องจากไตสูญเสียหน้าที่
3.อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนของระบบประสาทเนื่องจากของเสียคั่งในเลือด
1.มีโอกาสเกิดข้อติดแข็งและแผลกดทับเนื่องจากเคลื่อนไหวร่างกายได้น้อยลง