Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
มารดาอายุ 32 ปี G2P0 อายุครรภ์ 40 สัปดาห์ - Coggle Diagram
มารดาอายุ 32 ปี G2P0 อายุครรภ์ 40 สัปดาห์
แรกรับเวลา 02.00 น. ตรวจครรภ์พบว่า HF = ¾ > ระดับสะดือ น้ำหนักตัวทารกในครรภ์ประมาณ 3,300 กรัม FHR 142 ครั้ง/นาที ฟังได้ยินบริเวณหน้าท้องด้านขวา มดลูกหดรัดตัวทุก 7-8 นาที PV ปากมดลูกเปิด 2 cm, effacement 70%, station -1, membrane intact
เวลา 08.00 น. ประเมิน contraction ได้ interval 3 นาที 30 วินาที duration 30 วินาที, severity ++, FHR 148 ครั้ง/นาที มารดาบ่นปวดหลังมาก สูติแพทย์ PV ปากมดลูกเปิด 3 cm, effacement 75%, station 0, membrane intact, ทำ ARM ได้ clear AF ประมาณ 30 cc
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
มีโอกาสเกิดการคลอดยาวนาน เนื่องจากมดลูกหดรัดตัวไม่ประสานกัน
Subjective data
เวลา 8.00 น. มารดาบ่นว่า “ปวดหลัง มาก”
Objective data
-แรกรับเวลา 02.00 น. มดลูกหดรัดตัวทุก 7-8 นาที
เวลา 08.00 น. ประเมิน contraction ได้ interval 3 นาที 30 วินาที duration 30 วินาที, severity ++
กิจกรรมทางการพยาบาล
อธิบายให้ผู้คลอดเข้าใจเกี่ยวกับการคลอดยาวนานแผนการรักษาและการปฏิบัติตัว พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ซักถามข้อสงสัยและระบายความรู้สึก
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูกและเสียงหัวใจของทารก โดยประเมินทุก 1 ชั่วโมงในระยะปากมดลูกเปิดช้าและทุก 30 นาที่ในระยะปากมดลูกเปิดเร็ว
3.ดูแลให้ได้รับยาระงับความเจ็บปวดหรือยานอนหลับตามแผนการรักษา โดยจัดให้นอนท่าตะแคงศีรษะสูง พร้อมทั้งจัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบลดแสงและเสียงรบกวน
ดูแลให้สารละลายทางหลอดเลือดดำ
ดูแลให้กระเพาะปัสสาวะว่างโดยกระตุ้นให้ถ่าย
ปัสสาวะทุก 2-4 ชั่วโมง และหากผู้คลอดถ่ายปัสสาวะเองไม่ได้ ดูแลสวนปัสสาวะให้
ติดตามและประเมินเสียงหัวใจทารกอย่างต่อเนื่องหากพบเสียงหัวใจทารกผิดปกติ หรือขี้เทาในน้ำคร่ำจัดให้นอนตะแคงซ้าย ดูแลให้ได้ออกซิเจนและรายงานแพทย์
เตรียมผู้คลอดและอุปกรณ์ต่างๆให้พร้อมสำหรับการช่วยคลอดทางสูติศาสตร์หรือหัตถการหรือการผ่าตัดคลอดทารกทางหน้าท้องในกรณีฉุกเฉิน
ผู้คลอดที่มีมดลูกหดรัดตัวไม่ประสานกัน ภายหลังจากที่ผู้คลอดได้พักผ่อนอย่างเพียงพอแล้ว แต่การหดรัดตัวของมดลูกยังผิดปกติเหมือนเดิม ในรายที่ไม่มีข้อห้ามอาจรายงานแพทย์พิจารณาให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก และประเมินกรหดรัดตัวอย่างใกล้ชิดและถ้าให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกแล้วยังไม่ได้ผลแพทย์อาจพิจารณาผ่าตัดคลอดทารกทางหน้าท้อง
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
มารดาและทารกมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนจากการใช้คีมช่วยคลอด เช่น ทารกบาดเจ็บจากการคลอด มารดาเกิดการฉีกขาดของช่องทางคลอดระดับรุนแรง
Subjective data
มารดาบอกว่า “ไม่มีแรงเบ่ง”
Objective data
-มารดาได้รับการช่วยคลอดโดยใช้คีมช่วยคลอด
-แผลฝีเย็บฉีกขาดระดับ 4
-บริเวณใบหน้าทั้ง 2 ข้างของทารกตรวจพบรอยกดของคีมช่วยคลอด
กิจกรรมทางการพยาบาล
ประเมินการบาดเจ็บของทารกแรกเกิด เช่น
บาดแผลบริเวณใบหน้า อัมพาตบริเวณใบหน้า เป็นต้น
ประเมินการบาดเจ็บของมารดา เช่น การฉีกขาดของช่องทางคลอด การมีก้อนเลือดคั่งบริเวณแผลฝีเย็บ การถ่ายปัสสาวะไม่ออก (urineretention) เป็นต้น
ดูแลมารดาในระยะ 2 ชั่วโมงแรกหลังคลอด
ประเมินการหดรัดตัวของมดลูก และให้ยากระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูกตามแผนการรักษา ประเมินสัญญาณชีพ ดูแลให้ผู้คลอดสุขสบาย เช่น เช็ดตัวเปลี่ยน เสื้อผ้า ใส่ผ้าอนามัย ห่มผ้าและให้พักผ่อนเป็นต้น
แนะนำการรักษาความสะอาดของแผลฝีเย็บ ทำความสะอาดทุกครั้งหลังการถ่ายอุจจาระและปัสสาวะการเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 4 ชั่วโมง
แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีสารอาหารครบ 5 หมู่ โดยเน้นอาหารโปรตีนสูง
ดูแลร่างกายทารกให้อบอุ่นอยู่เสมอ โดยสวม
เสื้อผ้า ผ้าอ้อมและห่อตัวทารกด้วยผ้าขนหนู นำทารกไปทำให้ร่างกายอบอุ่นใต้เครื่องให้ความอบอุ่น (Radiant warmer) หรือนำทารกไปอุ้มดูดนม กอดรัดสัมผัสกับมารดาทันทีหลังคลอด