Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ระบบสุริยะ, นายอินทราวุธ ทันที ม.6/1 เลขที่ 1 - Coggle Diagram
ระบบสุริยะ
กำเนิดระบบสุริยะและการแบ่งเขตบริวารรอบดวงอาทิตย์
ดวงอาทิตย์เกิดจากกลุ่มแก๊สยุบตัวลง และหมุนรอบตัวเอง ทำให้ความดันเพิ่มขึ้น บริเวณตรงกลางมีอุณหภูมิสูงมาก จนเกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ หรือนิวเคลียร์ฟิวชัน โดยไฮโดรเจนรวมกันเป็นฮีเลียมได้พลังงานของดาวฤกษ์ดวงใหม่ คือ ดวงอาทิตย์ ฝุ่นและแก๊สที่เหลือรอบนอก เคลื่อนที่หมุนวนเป็นแผ่นกลมแบนรอบดวงอาทิตย์
บริเวณใกล้ดวงอาทิตย์มีอุณหภูมิสูง สารบางส่วนระเหยเป็นแก๊ส บางส่วนเกิดจากเศษโลหะ เศษหิน รวมตัวกันจนมีขนาดใหญ่ขึ้น กลายเป็นดาวเคราะห์ชั้นในที่มีขนาดเล็ก ส่วนบริเวณที่ไกลออกไป มีอุณหภูมิต่ำกว่า จึงรวมตัวกันเป็นดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ ในแถบกลุ่มดาวเคราะห์แก๊สที่อยู่รอบนอก
ของแข็งที่เหลือจากการรวมตัวเป็นดาวเคราะห์ ในช่องว่างระหว่างวงโคจรดาวอังคาร กับวงโคจรดาวพฤหัสบดี ยังคงโคจรรอบดวงอาทิตย์ กลายเป็นดาวเคราะห์น้อย สสารที่กระจายตัวอยู่รอบนอก ไกลกว่าดาวเคราะห์ กลายเป็นแหล่งกำเนิดของดาวหาง
ระบบสุริยะ ประกอบด้วยดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของระบบ นักดาราศาสตร์แบ่งเขตพื้นที่รอบดวงอาทิตย์ ตามลักษณะของการเกิด และลักษณะขององค์ประกอบ ออกเป็น 4 เขตคือ
เขตดาวเคราะห์ชั้นใน
อยู่ระหว่างดวงอาทิตย์กับแถบดาวเคราะห์น้อย ได้แก่ ดาวพุธ ดาวศุกร์ โลก และดาวอังคาร มีแก่นเป็นโลหะ จึงเรียกว่า ดาวเคราะห์หิน
แถบดาวเคราะห์น้อย
อยู่ระหว่างวงโคจรของดาวอังคาร และดาวพฤหัสบดี เป็นเศษของดาวเคราะห์หิน แต่ไม่สามารถจับตัวกันเป็นขนาดใหญ่ได้
เขตดาวเคราะห์ชั้นนอก
อยู่ถัดจากแถบดาวเคราะห์น้อยออกไป ได้แก่ ดาวพฤหัสบดี ดาวเสาร์ ดาวยูเรนัส ดาวเนปจูน มีขนาดใหญ่ มีองค์ประกอบหลักเป็นไฮโดรเจนกับฮีเลียม จึงเรียกว่า ดาวเคราะห์แก๊ส
เขตดาวหาง
อยู่ตั้งแต่วงโคจรของดาวเนปจูนไกลออกไป เช่น ดาวเคราะห์แคระ ดาวพลูโต ดาวอีริส ดาวหาง สะเก็ดดาว
โครงสร้างและปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์
โครงสร้างภายในของดวงอาทิตย์มี 3 ส่วนคือ
1.
แกนกลางดวงอาทิตย์
เป็นส่วนในสุดของดวงอาทิตย์ มีอุณหภูมิไม่น้อยกว่า 15 ล้านเคลวิน ส่งผลให้เกิดปฏิกิริยาเทอร์โมนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานทั้งหมดของดวงอาทิตย์
เขตการแผ่รังสี
อยู่ระหว่างแก่นและเขตการพา การถ่ายโอนพลังงานในเขตนี้ใช้เวลานานมาก
เขตการพาความร้อน
เป็นการพาพลังงานจากเขตการแผ่รังสี ออกสู่ผิวของดวงอาทิตย์ และพลังงานจากผิวของดวงอาทิตย์ ออกสู่อวกาศโดยการแผ่รังสี
ชั้นบรรยากาศที่ห่อหุ้มดวงอาทิตย์ แบ่งออกเป็น 3 ชั้นเช่นกัน ได้แก่
ชั้นโฟโตสเฟียร์
เป็นพื้นผิวของดวงอาทิตย์ที่มีสถานะเป็นแก๊ส เป็นชั้นบรรยากาศชั้นในสุด เป็นบริเวณสว่างที่สามารถมองเห็นได้ เป็นบริเวณที่ส่งคลื่นแสง ทำให้โลกได้รับแสงสว่าง
ชั้นโครโมสเฟียร์
เป็นชั้นบรรยากาศบางๆ อยู่เหนือพื้นผิวของดวงอาทิตย์ มีสถานะเป็นแก๊ส เป็นบริเวณที่ส่งคลื่นแสงสีแดง ที่เราสังเกตเห็นดวงอาทิตย์เป็นสีแดงช่วงเย็น ขอบเขตของชั้นนี้ไม่แน่นอน
คอโรนา
เป็นชั้นบรรยากาศที่เจือจาง และแผ่กระจายจากดวงอาทิตย์ได้ไกลมาก เป็นส่วนนอกสุด มีสถานะเป็นแก๊ส เป็นบริเวณที่ส่งประจุไฟฟ้าออกมาสู่อวกาศ เรียกว่า ลมสุริยะ เราเห็นแสงส่วนนี้ในช่วงที่เกิดสุริยุปราคาเต็มดวง
ตัวอย่างปรากฏการณ์บนดวงอาทิตย์
ลมสุริยะ
คือแก๊สที่ร้อน จนอะตอมแตกตัวเป็นอิเล็กตรอน และไอออน ถูกปลดปล่อยจากบรรยากาศชั้น คอโรนา ของดวงอาทิตย์ ประกอบด้วยอนุภาคโปรตอน และอิเล็กตรอน เช่นเดียวกับแก๊สภายในดวงอาทิตย์
ออโรรา
หรือแสงเหนือ/แสงใต้ เกิดจากลมสุริยะ เคลื่อนที่ผ่านเข้ามาบริเวณสนามแม่เหล็กโลกที่ขั้วโลกเหนือ/ขั้วโลกใต้
จุดมืดบนดวงอาทิตย์
บริเวณโฟโตสเฟียร์มีอุณหภูมิต่ำกว่าบริเวณอื่นๆ และเกิดระเบิดน้อยกว่าบริเวณอื่นๆ ทำให้มีความเข้มแสงน้อยกว่า จึงเกิดจุดมืดบนดวงอาทิตย์ และจุดมืดจะเกิดไม่ซ้ำที่เดิม
พายุสุริยะ
เกิดจากการปล่อยอนุภาคความเร็วสูงจำนวนมหาศาล จากชั้นบรรยากาศคอโรนาของดวงอาทิตย์ โดยอนุภาคดังกล่าว ส่งผลกระทบต่อโครงสร้างของ DNA ภายในร่างกายของสิ่งมีชีวิตได้ เกิดการรบกวนสนามแม่เหล็กของโลก ทำให้ระบบสื่อสารโดยวิทยุคลื่นสั้นทั่วโลก และระบบส่งกำลังไฟฟ้าในประเทศที่อยู่ใกล้ขั้วแม่เหล็กโลกขัดข้อง เป็นต้น
นายอินทราวุธ ทันที ม.6/1 เลขที่ 1