Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
สถานการณ์ที่1, หลักการบำบัดทรวงอก, ข้อวินิจฉัยเเละกิจกรรมทางการพยาบาล -…
สถานการณ์ที่1
เด็กหญิงไทยอายุ 10 เดือนมาด้วยไข้ไอ 5 วัน
ข้อมูลเพิ่มเติมที่สำคัญ
ซักประวัติทางเดินหายใจ
เสมหะ
ลักษณะของเสมหะ
ปริมาณของเสมหะ
เริ่มมีเสมะเมื่อใด
อาการหายใจลำบาก
ช่วงเวลาที่เกิดอาการ
ลักษณะของการหายใจลำบาก
เริ่มมีอาการเมื่อใด
อาการไอ
ลักษณะของการไอ เช่น ไอเเห้งๆ ไอมีเสมหะ เป็นต้น
ความถี่ของการไอ เช่น ไอบ่อย ไอนาน
ช่วงเวลาที่ไอ เช่นไอเฉพาะช่วงตื่นนอน หรือไอทั้งวัน
ปัจจัยกระตุ้น เช่น ฝุ่น อุณหภูมิ ความชื้น
เริ่มไอเมื่อใด ไอเเบบเฉียบพลัยหรือเรื้อรัง
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
ประวัติการบาดเจ็บที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ
ประวัติการผ่าตัดที่เกี่ยวกับทางเดินหายใจ
ประวัติโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจ
ประวัติการเจ็บป่วยเรื้อรัง
ซักประวัติการคลอด
สิ่งเเวดล้อมภายในบ้าน เช่นฝุ่น ควัน
ประวัติการเดินทาง
ประวัติสุขภาพของคนในครอบครัว
พยาธิสภาพของโรค
แนวทางการวินิจฉัยโรคและการรักษา
เชื้อเเบคทีเรีย
มีไข้สูง ซึมลง หายใจหอบ หายใจลำบาก
พบเสียง Crepitation
WBC มากกว่า 15,000ลบ.มม
การรักษา
การล้างมือก่อนเเละหลังการสัมผัสผู้ป่วยเพื่อป้องกันการเเพร่กระจายของเชื้อ
ในรายที่มีอาการหอบมาก พิจารณาให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
การให้ยาปฏิชีวนะตามเเผนการรักษาในรายที่มีการติดเชื้อ
ให้ยาลดไข้ตามเเผยการรักษาเเละเช็ดตัว เพื่อลดไข้
การรักษาทั่วไปให้ออกซิเจนในรายที่มีการหายใจเร็ว หอบ เขียว
ยาที่ได้รับ
5%DN/3 v drip 30 cc/hr
เพียงพอ : จากน้ำหนัก 8.4kg จะได้ 35cc/hr
Ceftriaxone 400mg v OD (50mg/kg/day)
ยากลุ่ม: Cephalosporin เป็นยาปฏิชีวนะ
กลไกการออกฤทธิ์: จับกับ penicillin-binding protein (PBP) ที่จะยับยั้งกระบวนการทรานส์เปปทิเดชั้นในขั้นตอนสุดท้ายของการสังเคราะห์เปปทิโดไกลแคนของผนังเซลล์ของแบคทีเรียเป็นผลให้ยับยั้งสารชีวสังเคราะห์ของผนังเซลล์แบคทีเรียและหยุดการประกอบโครงสร้างของผนังเซลล์
ผลข้างเคียง: มีอาการบวมแดงเจ็บปวดในบริเวณที่ถูกฉีดยาท้องร่วงหรือคลื่นไส้อาเจียนเล็กน้อยปวดศีรษะมึนงง
การพยาบาล
ให้ยา Ceftriaxone 400 mg vOD ตามแผนการรักษา
ติดตามและประเมินผลข้างเคียงของยา
เพียงพอ : 50*8.4 ~400mg.
Paracetamol drop 0.8ml oral prn (100 mg/ml)
ผลข้างเคียง: เป็นพิษต่อตับถ้าใช้ยาติดต่อกันเป็นเวลานานหรือใช้มากเกิน
ยากลุ่ม: ยาระงับปวดและลดไข้กลไกการออกฤทธิ์: ยับยั้งการสร้าง Prostaglandin ในระบบประสาทสวนกลาง
ventolin 1ml up to 4 ml NB q 4hrs prn (2.5 mg/ 2.5ml)
ผสมกับ NSS
ใส่ Nefbulizer
Ventolin syr 2ml oral tid. (2mg/5ml)
: ยากลุ่ม Salbutamol: ยาช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อเรียบในระบบทางเดินหายใจทำให้อากาศผ่านเข้าออกปอดได้ง่ายขึ้นรักษาหรือป้องกันปัญหาเกี่ยวกับการหายใจในผู้ป่วยโรคหืดโรคปอดอุดกั้นเรื้อรังและภาวะหลอดลมหดตัว
ผลข้างเคียง หากได้รับยาเกินขนาดจะมีอาการหัวใจเต้นเร็วมือสั่นภาวะโพแทสเซียมต่ำและระดับน้ำตาลในเลือดสูง
หลักการบำบัดทรวงอก
เทคนิคทางกายภาพบำบัดทรวงอก
การเคาะปอดและการสั่นปอด (percussion and vibration) ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางทำเป็นรูปถ้วยและเคาะลงบนผนังทรวงอกต่ำแหน่งที่มีเสมหะ
การดูดเสมหะ
วิธีทำ chest percussion
การเคาะปอดและการสั่นปอด (percussion and vibration) ใช้นิ้วชี้ นิ้วกลางและนิ้วนางทำเป็นรูปถ้วยและเคาะลงบนผนังทรวงอกต่ำแหน่งที่มีเสมหะ
เคาะสลับมืออย่างเร็ว ทั้งนี้ขยับเคลื่อไหวควรเกิดจากการกระกขึ้นลงที่ข้อมือ
แทนการงอเยียดข้อศอก ไม่เคาะบริเวณทรวงอกด้านหน้าของผู้หญิง
จัดท่าเพื่อระบายเสมหะ คือ การจัดท่าที่ทำให้ปอดบริเวณที่มีเสมหะ สะสมอยู่ในตำแหน่งที่คว่ำลง หรือนอนคว่ำเพื่อให้แรงโน้มถ่วงดึงให้เสมหะเคลื่อนตัวลงมาสู่ท่อลมขนาดใหญ่
ข้อบ่งใช้
เสมหะอุดกั้นในปอด /หลอดลม ,ความสามารถในการไอลดลง
เป้าหมาย
เพื่อทำให้เสมหะหรือเมือกในหลอดลมหลุดร่อนออกได้ง่าย
ข้อวินิจฉัยเเละกิจกรรมทางการพยาบาล
ข้อสินิจฉัย: มีความบกพร่องในการแลกปลี่ยนก็าซจากการอักเสบของถุงลมและเนื้อเยื่อรอบ ๆ
เป้าหมาย: เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ
เกณฑ์ประเมินผล:
ลักษณะการหายใจปกติ
-ไม่เหนื่อยหอบ
-ฟังเสียงปอดไม่พบ crepitation
-ไม่มีเสมหะ
-ไม่มีไอ
กิจกรรมการพยาบาล
หลีกเลี่ยงการใช้ไม้กดลิ้นตรวจคอและการดูดเสมหะทางปากในรายที่สงสัยว่าเป็นโรดฝาปิดกล่องเสียงอักเสบ
ในรายที่มีเสมหะมากอาจทำกายภาพบำบัดทรวงอก
แนะนำให้สัเกตการณ์หายใจที่ผิดปกติเช่นหายใจหอบมากขึ้นมีหน้าอกปุ่มหายใจแรงมากขึ้น
ดูแลให้ได้รับการพักผ่อนสิ่งเเวดล้อมให้สงบ
ประเมินภาวะพร่องออกซิเจน
ดูแลให้ได้รับออกซิเจนที่มีความชื้นสูงชนิดที่มีละออกไอน้ำในรายที่มีเสมหะเหนียวขึ้นเช่น oxygen box หรือ cannular หรือ mask ในเด็กโต
ดูแลให้ได้รับยปฏิชีวนะยาขยายหลอดลมหรือหยอดจมูกด้วยน้ำเกลือ normal saline
จัดท่านอนให้อยู่ในทศีรษะสูงประมาณ 30 องศาใช้ผ้าหนุนให้คอแหงนเล็กน้อยในเด็กเล็กหรือในเด็กโตที่เป็นโรคหืดควรจัดท่านอนกึ่งนั่งเพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดีและมีการระบายอากาศที่ดี
ข้อวินิจฉัย: มีโอกาสเกิดภาวะเนื้อเยื่อของร่างกายได้รับออกซิเจนกิจกรรมไม่เพียงพอเนื่องจากมีความบกพร่องในการแลกเปลี่ยนก็ชจากการอักเสบของถุงลมและเนื้อเยื่อให้รอบ ๆ
เป้าหมาย: เนื้อเยื่อของร่างกายได้รับออกซิเจนเพียงพอ
เกณฑ์ประเมินผล: ลักษณะการหายใจปกติไม่มีหอบเหนื่อยไม่ต้องใช้กล้ามเนื้อในการช่วยหายใจไม่มีเสียง strdor ขณะเข้าและออกอัตราการหายใจปกติรวมทั้งสัญญาณชีพปกติค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนมากกว่า 95%
-ค่ากาชในเลือดแดงอยู่ในเกณฑ์ปกติ
-ไม่มีอาการเขียว
กิจกรรมการพยาบาล
พักผ่อนให้เพียงพอสิแวดล้อมให้สงบรบกวนเมื่อจำเป็น
วัดสัญญาณชีพและค่าความอิ่มตัวของออกซิเจนทุก 1-4 ชม.
ดูแลให้ได้รับออกซิเจนที่มีความชื้นสูงชนิดที่มีละอองไอน้ำในรายที่มีเสมหะเหนียว
ดูแลให้ได้รับสารน้ำเพียงพอ
จัดท่านอนให้อยู่ในท่าศีษะสูงประมาณ 30 องศาใช้ผ้าหนุนให้คอแหงนเล็กน้อยในเด็กเล็กหรือในเด็กโตที่เป็นโรคหืดควรจัดทให้กึ่งนั่งเพื่อให้ปอดขยายตัวได้ดีและมีการระบายอากาศที่ดีขึ้น
ดูแลให้รับยาขยายหลอดลมยาละลายเสมหะและยาขับเสมหะตามการรักษา
ประเมินเสียงหายใจและติดตามภาพถ่ายรังสี
ข้อวินิจฉัย: อุณหภูมิสูง เนื่องจากมีการติดเชื้อ
เกณฑ์การประเมิน
ผู้ป่วยมีสีหน้าสดชื่น และนอนหลับพักผ่อนได้
.ปากแห้งลดลง หน้าตาแดงลดลง
อุณหภูมิร่างกายลดลง
กิจกรรมการพยาบาล
ประเมินสัญญาณชีพ ได้แก่ อุณหภูมิ ชีพจร การหายใจและความดันโลหิตสูง อย่างน้อยทุก 4 ชม.
จัดสิ่งแวดล้อมให้เงียบสงบ มีอากาศถ่ายเทสะดวก เพื่อให้ผู้ป่วยได้พักผ่อนและลดการใช้พลังงาน
ให้ยาParacetamal ลดไข้ตามแผนการรักษาเป็นครั้งคราวห่างกัน4-6ชม. เมื่อมีไข้มากกว่า38 องศาเซลเซียส
การเช็ดตัวลดไข้ โดยใช้น้ำธรรมดาหรือน้ำอุ่นไม่ใช่น้ำเย็น เพราะจะทำให้เส้นเลือดหดรัดตัวและอาจจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการหนาวสั่นได้ ควรใช้ผ้าเช็ดไปในทิศทางเดียวกันเน้นบริเวณที่เป็นซอกต่างๆควรเช็ดตัวครั้งละประมาณ15นาที
เป้าหมาย: ไม่มีไข้จากการติดเชื้อ
ข้อวินิจฉัย: มีภาวะได้รับสารอาหารน้อยกวความต้องการของร่างกาย เนื่องจาก มีการใช้พลังงานมากจากไข้สูง
เกณฑ์การประเมิน
น้ำหนักควรอยู่ที่ 9.5 kg
พลังงานที่ควรได้รับ 950 Kcal/day
กิจกรรมการพยาบาล
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับประทานอาหารครบทุกมื้อและอาหารว่างระหว่างมื้อควรจัดเป็นอาหารอ่อน ย่อยง่าย
กระตุ้นให้ผู้ป่วยดื่มน้ำผลไม้หรือน้ำหวานบ่อยๆเพื่อเพิ่มปริมาณการดื่มน้ำ
ดูแลความสะอาดของช่องปากเพื่อเพิ่มความอยากรับประทานอาหารมากขึ้น
ดูแลให้ผู้ป่วยได้รับสารน้ำ 5%DN3 ทางหลอดเลือดดำในอัตรา 30 ml/hr เพื่อให้ผู้ป่วยได้สารน้ำ และสารอาหารเพียงพอ
ชั่งน้ำหนักตัวผู้ป่วยทุกวันโดยใช้เครื่องชั่งน้ำหนักอันเดิม
แนะนำญาตินำอาหารที่ผู้ป่วยชอบทานเพื่อส่งเสริมให้ผู้ป่วยทานอาหารมากขึ้นและควรเป็นอาหารที่ย่อยง่ายๆ
เป้าหมาย: ได้รับพลังงานที่เพียงพอต่อความต้องกรของร่างกาย