Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การตรวจท้อง (Abdomem) - Coggle Diagram
การตรวจท้อง (Abdomem)
4. การคลำ :star:
การคลำตื้น
การเกร็ง (spasm) ต้องแยกว่าเป็นแบบจงใจ (voluntary spasm) หรือแบบไม่จงใจ(involuntary spasmหรือguarding)
สังเกตบริเวณที่กดเจ็บ (tenderness) ต้องระบุว่าเป็นเฉพาะที่ (localized) หรือทั่วทั้งท้อง (generalized)
4.1 การคลำท้อง :<3:
ภาวะปกติ
ท้องนุ่ม ไม่มีตำแหน่งกดเจ็บ ไม่มีท้องตึงแข็ง(guarding abdomen) ไม่มีกดเจ็บ (tenderness abdomen) ไม่มีตึงแข็งและกดเจ็บ (guarding andtenderness) ไม่มีการแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อตลอดเวลา (rigidity) ไม่มี rebound tenderness คลำไม่พบก้อน คลำไม่พบการขยายโตของอวัยวะ
ภาวะผิดปกติ
ท้องตึงแข็ง (guarding abdomen) กดเจ็บ (tenderness abdomen) ตึงแข็งและกดเจ็บ (guarding and tenderness) การแข็งเกร็งของกล้ามเนื้อตลอดเวลา (rigidity) มี rebound tenderness เจ็บบริเวณเอว (frank pain) พบก้อนในช่องท้อง คลำพบอวัยวะในช่องท้องขนาดผิดปกติ
-
4.2 การคลำตับ :<3:
ภาวะปกติ
ปกติจะคลำขอบตับไม่พบหรือประมาณ 1-2 เซนติเมตร จากใต้ชายโครงขวา ขอบตับที่คล่าได้ ผิวจะเรียบ ขอบเรียบ บาง นุ่ม ไม่ขรุขระและกดไม่เจ็บ
ภาวะผิดปกติ
ตับมีขนาดโตเกินขอบชายโครงมาก ตับแน่น (firm) แข็ง (hard)หรือแข็ง มากเหมือนหิน (stony hard) ผิวขรุขระ (nodular) และกดเจ็บ(tenderness)
4.3 การคลำม้าม :<3:
การคลำม้าม ในผู้ที่ม้ามโตชัดเจน ต้องเริ่มที่ระดับที่ต่ำกว่าขอบม้ามได้ เช่น อาจเริ่มที่ left inguinal regionใกล้ขาหนีบไล่เรื่อยขึ้นไปจนจรดชายโครงซ้าย
-
-
-
การคลำลึก
การคลำลึกหรือคลำสองมือ (deeppalpable หรือ bimanual palpable) เป็นการคลำลึกลงไปในช่องท้อง เพื่อหาความผิดปกติของอวัยวะภายใน เช่น ก้อนในช่องท้อง
4.5 การคลำขาหนีบ :<3:
-
-
ภาวะผิดปกติ
ต่อมน้ำเหลืองต่อ อักเสบเป็นฝี หรือมีการบวมนูนขึ้นผิดปกติ ซึ่งอาจเป็นไส้เลื่อน และต้องการการตรวจละเอียด
1.การดู :star:
ดูรูปร่างลักษณะท้องว่าปกติ สมมาตรกันหรือไม่หรือท้องโตหรือท้องแฟบ โดยอาจมองจากด้านปลายเท้าของผู้รับบริการ
-
-
-
-
ภาวะผิดปกติ
ท้องโตกว่าปกติ (abdominal distention) ไม่สมมาตรกัน ด้านใดด้านหนึ่งโตกว่าปกติ ท้องโตกว่าปกติ อาจเกิดจาก ลม น้่าในช่องท้อง หรือมีก้อนในช่องท้อง
-
-
-
การตรวจท้อง นิยมแบ่งออกเป็น 9 ส่วน เพื่อเป็นประโยชน์ในการวินิจฉัยอวัยวะภายในช่องท้องและบรรยายสภาพที่ตรวจพบ การแบ่งท้องออกเป็น 9 ส่วน เกิดจากการลากเส้นสมมติ 4 เส้น
-
-
-
-
การแบ่งท้องเป็น 9 ส่วน
-
-
-
-
-
-
- Hypogastrium หรือ Suprapubic region
-
-
3.การเคาะ :star:
3.1 การเคาะท้อง :<3:
-
-
-
-
ภาวะผิดปกติ
-
ถ้าหากมีสารน้ำหรือก้อน เคาะเสียงโปร่งน้อยลง (hypotvmpany) หรือทึบ(dull) (การแยกว่าเป็นสารน่าหรือก้อน ใช้การตรวจหาสารน้ำในช่องท้อง)
-
3.2 การเคาะตับ :<3:
-
-
ภาวะปกติ
เคาะได้เสียงทึบของตับตามแนว mid clavicular line ระหว่างช่องซี่โครงที่ 6 ถึงใต้ชายโครงประมาณ 1 นิ้ว หรือกว้างประมาณ 10-12 เซนติเมตร
-
3.3 การเคาะม้าม :<3:
การเคาะม้าม ให้ผู้รับบริการนอนตะแคงขวา มือทั้ง
สองยกขึ้นหนุนไข ทรวงอกด้านซ้ายจากบนลงล่างจากช่องซี่โครงที่ 7 ถึง 11 แต่ละช่องซี่โครงเคาะไล่ anterior axillary line ไป posterior axillary line สังเกตลักษณะเสียงที่เคาะได้ทั้งอยู่ และหายใจออก
ภาวะปกติ
พบเสียงทึบของม้าม (Splenic dullness) ได้ที่ช่องซี่โครงที่ 9-10 หรือ mid axillary line ส่วนช่องซี่โครงที่ 11 จะโปร่ง
ภาวะผิดปกติ
พบเสียงทึบของม้ามมากกว่าปกติ เช่น ทึบในแนว anterior axillary line ซ้าย จนถึงช่องซี่โครงที่ต่่าสุดในช่วงหายใจเข้า อาจถือว่ามีม้ามโตหรือการตรวจ splenic percussion ได้ผลบวก
การเคาะจะช่วยบ่งบอกลักษณะอวัยวะที่อยู่ในช่องท้อง และเป็นการช่วยตรวจสอบว่าท้องโตที่เห็นได้จากการดูนั้นเกิดจากมีอากาศ สารน้่า หรือก้อนในช่องท้อง
2. การฟัง :star:
การฟัง ใช้หูฟังด้านกระดิ่ง (bell piece) วางบนหน้าท้องบริเวณ umbilical area เพื่อฟังเสียงที่เกิดจากการบีบตัวของลำไส้ ซึ่งเรียกว่า bowel sound
สังเกตลักษณะเสียงและนับจำนวนครั้งต่อนาที
การที่จะสรุปว่าไม่ได้ยินเสียงการเคลื่อนไหวของลำไส้ ควรใช้เวลาฟังอย่างน้อย 3 นาทีก่อนที่จะบอกว่าไม่ได้ยินเสียง
ภาวะปกติ
จะได้ยินเสียงการเคลื่อนไหว (peristalsis) เป็นเสียง กร๊อก กร็อก คล้ายเทน้ำแแกจากขวด ได้ยินทุก 2-10 วินาที เสียงดังพอสมควร หรือได้ยินเสียงท้องร้อง (borborigmi)
ภาวะผิดปกติ
เสียงการเคลื่อนไหวหรือการบีบตัวของลำไส้จะดังและบ่อยมากขึ้น ซึ่งพบในราที่มีการอักเสบหรืออุดตัน เสียงกรุ๋งกริ๋ง (thnkling sound)
-