Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การตั้งครรภ์ในสตรีสูงวัย (Elderly gravida or advanced age pregnant women)…
การตั้งครรภ์ในสตรีสูงวัย
(Elderly gravida or advanced age pregnant women)
ความหมาย
การตั้งครรภ์ในสตรีที่มีอายุมากกว่า
35 ปีขึ้นไปนับจากวันเกิดของสตรีจนถึงวันกำหนดคลอด ถ้าเป็นการตั้งครรภครั้งแรกเรียกว่า elderly primigravida
ปัจจัยส่งเสริม
มีวิธีการคุมกำเนิดที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพ
มีการศึกษาสูงขึ้นมีความเจริญเติบโตในตำแหน่งหน้าที่การงานและมีการทำงานเทียบเคียงได้กับผู้ชายทำให้แต่งงานช้า
คู่สมรสต้องการมีความมั่นคงทางการเงินก่อนจึงชะลอการมีบุตรออกไป
ความเจริญและความสำเร็จของการใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์ทำให้สตรีที่แต่งงานเมื่ออายุมากสามารถมีบุตรตามความต้องการได้
ผลกระทบต่อภาวะสุขภาพ
สตรีมีครรภ์
ด้านร่างกาย
1.อัตราการตายของมารดาสูงขึ้นพบว่าสตรีที่ตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 35-39 ปีมีอัตราการตายสูงกว่าสตรีตั้งครรภ์ในช่วงอายุ 20-24 ปีประมาณ 4 เท่า
เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆในขณะตั้งครรภ์ระยะคลอดและหลังคลอดเนื่องจากสตรีที่อายุมากมักมีปัญหาของระบบไหลเวียนโลหิตและเนื้อเยื่อตามส่วนต่าง ๆ ของร่างกายมักจะยืดหยุ่นไม่ดีภาวะแทรกซ้อนดังกล่าว ได้แก่
2.1 ภาวะความดันโลหิตสูงร่วมกับการตั้งครรภ์ซึ่งจะพบในครรภ์แรกมากกว่าครรภ์หลัง
2.2 ภาวะเบาหวานร่วมกับการตั้งครรภ์
2.3 การแท้งการตั้งครรภ์นอกมดลูก
2.5 ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนดภาวะน้ำคร่ำน้อย
2.4 รกเกาะต่ำรกลอกตัวก่อนกำหนด
2.6 หลอดเลือดดำขอดพองริดสีดวงทวารการอักเสบของหลอดเลือดดำ
2.7 ระยะการคลอดยาวนานเสี่ยงต่อการใช้สูติศาสตร์หัตถการในการช่วยคลอด
2.8 ความผิดปกติของรกการตกเลือดในระยะหลังคลอด
สตรีที่อายุมากมักมีโรคประจำตัวเรื้อรังเช่นความดันโลหิตสูงเบาหวานเป็นต้นทำให้โรคดังกล่าวมีอาการมากขึ้นหรือควบคุมได้ยากขึ้น
ถ้าใช้เทคโนโลยีช่วยเจริญพันธุ์มีโอกาสที่จะเกิดการตั้งครรภ์แฝดสูงขึ้นซึ่งอาจทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนเช่นเดียวกับการตั้งครรภ์แฝด
ทารก
1.ความพิการแต่กำเนิดของทารกโดยเฉพาะ Down's syndrome ซึ่งอัตราเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติทางโครโมโซมจะเพิ่มตามอายุของสตรีมีครรภ์
2.ทารกเจริญเติบโตช้าในครรภ์
3.การคลอดก่อนกำหนด หรือเกินกำหนด
4.ทารกตัวโต และคลอดไหล่ยาก
5.อัตราทุพพลภาพและอัตราตายปริกำเนิดสูงขึ้น
แนวทางการดูแลรักษา
1.ประเมิน โรคทางอายุรกรรมที่มีอยู่ (underlying medical disease)
2.ประเมินภาวะเสี่ยงหรือความผิดปกติที่อาจพบร่วมกับการตั้งครรภ์ในสตรีที่มีอายุมากกว่า 35 ปี
2.1 ความพิการแต่กำเนิดของทารก โดยการตรวจวินิจฉัยทารกก่อนคลอด (prenatal diagnosis : PND) จากการทำ chorionic villus sampling,amniocentesis,cordocentesis,triple screen (alphafetoprotein,human chorionic gonadotropin,and unconjugated estriol levels) หรือ ultrasonography
2.2 ภาวะเบาหวานร่วมกับการตั้งครรภ์ คัดกรองโดยการทำ glucose challenge test (GCT)
3.ถ้าไม่มีความผิดปกติหรือไม่พบภาวะแทรกซ้อนให้การดูแลในระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอดเหมือนสตรีมีครรภ์ปกติ
4.ถ้าพบความผิดปกติหรือพบภาวะแทรกซ้อนให้การดูแลตามภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
การพยาบาล
เพื่อไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการตั้งครรภ์
1.1 ระยะตั้งครรภ์ให้การดูแลเช่นเดียวกับสตรีมีครรภ์ปกติและให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีการปฏิบัติตัวเรื่องการรับประทานอาหารและน้ำสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังกายการทำงานการรักษาความสะอาดการแต่งกายการมีเพศสัมพันธ์การเดินทางการสังเกตอาการผิดปกติและการมาตรวจตามนัดรวมทั้งอธิบายให้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อส่งเสริมการไหลเวียนโลหิตช่วยลดภาวะหลอดเลือดดำขอดพองและริดสีดวงทวารและส่งเสริมความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อส่วนต่างๆของร่างกายช่วยลดอาการไม่สุขสบายและระยะการคลอดยาวนาน
1.2 ระยะคลอดให้การดูแลเช่นเดียวกับสตรีที่คลอดปกติ แต่เน้นการดูแลเพื่อส่งเสริมความก้าวหน้าของการคลอดและป้องกันระยะการคลอดยาวนานจากการลดลงของ elasticity ภายในเซลล์ทำให้หนทางคลอดมี rigidity เกิดการยืดขยายไม่ดีส่งผลให้เกิด prolonged labor ถ้ามีความจำเป็นต้องใช้สูติศาสตร์หัตถการอธิบายและเตรียมสตรีให้พร้อมเพื่อไม่เกิดภาวะแทรกซ้อนจากการช่วยคลอดดังกล่าว
1.3 ระยะหลังคลอดให้การดูแลเช่นเดียวกับมารดาหลังคลอดปกติ แต่เน้นการเฝ้าระวังไม่ให้เกิดภาวะตกเลือดหลังคลอดจากกล้ามเนื้อมดลูกหดรัดตัวไม่ดี
1.4 ถ้ามีภาวะแทรกซ้อนอื่น ๆ ให้การพยาบาลตามภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้น
เพื่อลดความวิตกกังวลและส่งเสริมการปรับตัวของสตรีมีครรภ์และครอบครัวในระยะระยะคลอดและระยะหลังคลอดให้การดูแลดังนี้
2.1 สร้างสัมพันธภาพกับสตรีมีครรภ์และครอบครัว
2.2 เปิดโอกาสให้สตรีมีครรภ์และครอบครัวพูดคุยระบายความรู้สึก
2.3ให้การดูแลด้านจิตสังคมเหมือนสตรีมีครรภ์ปกติทั้งในระยะตั้งครรภ์ตั้งครรภ์ ระยะคลอดและระยะหลังคลอด ให้การปรึกษาอย่างเหมาะสมในกรณีที่ได้รับการตรวจวินิจฉัยทารกก่อนคลอดถ้าทารกมีความพิการแต่กำเนิดหรือมีความจำเป็นต้องทำให้การตั้งครรภ์สิ้นสุดลง พยาบาลควรดูแลให้สตรีและครอบครัวสามารถปรับตัวเผชิญกับความเศร้าโศกและการสูญเสียได้อย่างเหมาะสม
2.4ส่งเสริมให้สตรีมีครรภ์และครอบครัวได้เรียยนรู้ร่วมกับกลุ่มต่างๆ เช่น childbirth preparation class เป็นต้น เพื่อส่งเสริมการปรับตัวและเป็นการเตรียมพร้อมสำหรับการดูแลตนเองในระยะตั้งครรภ์ ระยะคลอด และระยะหลังคลอด