Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
ภาวะน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์ (Premature of membrane: PROM) - Coggle Diagram
ภาวะน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์ (Premature of membrane: PROM)
ความหมาย
ภาวะน้ำคร่ำแตกก่อนเจ็บครรภ์ (Premature ofmembrane:PROM) หมายถึง ภาวะที่ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนการเจ็บครรภ์พบได้ทั้งในอายุครรภ์ครบกำหนด คือ ถุงน้ำคร่ำแตกเมื่ออายุครรภ์ 37 สัปดาห์ (term PROM) หรือในครรภก่อนกำหนดคือ อายุครรภ์ <37 สัปดาห์ (preterm PROM: PPROM)
สำหรับ Prolonged ROM หมายถึง ภาวะถุงน้ำคร่ำแตกที่มี latency period คือ ระยะเวลาตั้งแต่ถุงน้ำคร่ำแตกจนถึงเริ่มเจ็บครรภ์คลอดนานเกิน 24 ชั่วโมง แต่ปัจจุบันพิจารณาจากระยะเวลาที่ถุงน้ำคร่ำแตกนานกว่า 18-24 ชั่วโมงโดยมีหรือไม่มีอาการเจ็บครรภ์ก็ได้
สาเหตุ
1.ประวัติเคยเกิดภาวะ PPROM มีความเสี่ยงสูงถึง 3 เท่าที่จะเกิดซ้ำอีก
การอักเสบติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำ (chorioamnionitis)
การติดเชื้อในระบบอวัยวะสืบพันธ์ส่วนล่างการติดเชื้อโรคทางเพศสัมพันธ์
4.การติดเชื้อเรืองของระบบทางเดินปัสสาวะที่ให้มดลุกมีการหดรัดตัวเพิ่มขึ้น
การตั้งครรภ์แฝด (multifetal gestation) ครรภ์แฝดน้ำที่ให้มดลูกถูกยืดขยายภายในโพรงมดลกเพิ่มขึ้น
ความผิดปกติของปากมดลูก เช่น ปากมดลูกปิดไม่สนิท
การที่หัตถการบางอย่าง เช่น การเจาะถุงน่ำคร่ำ (amniocentesis) การ cervical CerCalge การเจาะตรวจเนื้อรก
ภาวะรกเกาะต่ำ (placenta previa) รกลอกตัวก่อนกำหนด (abruption placenta)
ทารกในครรภ์อยู่ในท่าผิดปกติ เช่น ท่าก้น ท่าขวาง ที่ให้ส่วนนำปิดส่วนล่างของเชิงกรานไม่สนิทดี แรงดันในโพรงมดลูกจะดันมาที่ถุงน้ำคร่ำโดยตรงที่ให้ถุงน้ำคร่ำแตกได้ง่าย
ปัจจัยส่วนบุคคลของหญิงมีครรภ์ เช่น การสูบบุหรี่ เศรษฐานะต่ำ ภาวะทุพโภชนาการมีอาการขาดวิตามินซีเป็นโรคของเยื่อเกี่ยวพัน(SLE) ได้รับยาสเตอร์รอยด์เป็นเวลานาน เป็นต้น
เคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ก่อนหรือมีประวัติ PPROM ในครรภ์ก่อนจะเพิ่มความเสี่ยงของการเกิดซ้ำได้สูง
อาการเเละอาการเเสดง
สตรีมีครรภ์รู้สึกมีน้ำใส ๆ หรือน้ำใสเหลืองจาง ๆ ไหลออกทางช่องคลอดทันทีจนเปียกผ้านุ่งโดยไม่มีอาการเจ็บครรภ์หรือก่อนที่จะมีอาการเจ็บครรภ์ แต่บางรายอาจไหลซึมเล็กน้อยตลอดเวลาหรือไหลแล้วหยุดไป
ภาวะเเทรกซ้อน
มารดา
1.การติดเชื้อในถุงน้ำคร่ำ (chorioamnionitis)
มีโอกาสเกิดการติดเชื้อ
รกลอกตัวก่อนกำหนด (placental abruption)
มีอัตราการผ่าตัดคลอดเพิ่มขึ้น
ทารก
1.ภาวะสายสะดือพลัด (prolapsed cord) โดยเฉพาะเมื่อทารกมีอายครรภ์น้อยและส่วนนำยังไม่ได้เคลื่อนเข้ามาในซ่องเชิงกรานสายสะดือจึงมีโอกาสพลัดต่ำได้
2 เกิดการคลอดก่อนกำหนด (premature labour)
อัตราการเสียชีวิตของทารกหลังคลอดสูงขึ้น (neonatal death) อายุครรภ์ยังน้อยความเสี่ยงจะสูงมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่ออายุครรภ์น้อยกว่า 25 สัปดาห์
เมื่อถุงน้ำคร่ำมีการแตกเป็นเวลานานก่อให้เกิดภาวะน้ำคร่ำน้อย (Oligohydrainios) ส่งผลให้การพัฒนากระดูกและกล้ามเนื้อมีความผิดปกติ
การรักษา
1.ยืนยันการแตกของถุงน้ำคร่ำว่ามีการแตกจริงจากการซักประวัติการตรวจร่างกายหรือการตรวจทางห้องปฏิบัติการต่าง ๆ
หากพบภาวะรกลอกตัวก่อนกำหนดหรือทารกมีภาวะคับขันจากภาวะสายสะดือถูกกดดูแลให้คลอดอย่างรีบด่วนโดยไม่คำนึงถึงอายุครรภ์
ประเมินอายุครรภ์ที่แน่นอนและหากทารกไม่มีภาวะแทรกซ้อนรีบด่วนให้พิจารณารูปแบบ
-ถ้าอายุครรภ์อยู่ระหว่าง 34-36 สัปดาห์แนะนำให้ปล่อยคลอดร่วมกับการได้รับยา
-ถ้าอายุครรภ์อยู่ระหว่าง 32-33 สัปดาห์ตรวจสอบภาวะใน ng maturity โดยวิธีการต่างๆ ได้แก่ shake test หรือ foam test จะให้ผลบวกตั้งแต่ 3 หลอดใน 5 หลอดขึ้นไป
-ถ้าอายุครรภ์อยู่ระหว่าง 24-31 สัปดาห์ให้การดูแลแบบประคับประคองไปจนอายุครรภ์ถึง 33 สัปดาห์เพื่อหลีกเลี่ยงการเกิดปัญหาระบบทางเดินหายใจแก่ทารกพิจารณาการให้ยากลุ่ม Corticosteroid 1 Course เพื่อช่วยการทำงานของปอด แต่ไม่แนะนำยายับยั้งการหดรัดตัวของมดลูก (tocolytics) และดูแลให้ผู้คลอดได้รับยาปฏิชีวนะเพื่อยืดอายุครรภ์
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
Fern test เป็นการทดสอบน้ำคร่ำที่ได้โดยนำน้ำคร่ำที่พบในหนทางคลอดหรือบริเวณ posterior fornix ป้ายบนสไลด์ส่องด้วยกล้องพบผลึกเป็นรูปใบเฟิร์น
Nitrazine paper test เป็นการทดสอบความเป็นกรดด่างของน้ำคร่ำเนื่องจากน้ำคร่ำมีค่าpH อยู่ระหว่าง 7.1-73ส่วนสารคัดหลั่งอื่นในช่องคลอดจะมีค่า pH อยู่ที่ 4.5-5.5 ดังนั้นเมื่อฝ่าน้ำคร่ำมาป้ายหืรอแตะน้ำคร่ำจะทำให้กระดาษทดสอบมีการเปลี่ยนสีเป็นสีน้ำเงินหรือกรมท่า
Nile blue test เป็นการตรวจเซลล์ไขมันของทารกเมื่อทารกอายุครรภ์มากกว่า 32 สัปดาห์จะสามารถตรวจพบเซลล์จากต่อมไขมันของทารกที่ปนออกมากับน้ำคร่ำได้
4 .ชุดอุปกรณ์สำเร็จรูป เช่น ArmniSure, Amnitest วิธีการ คือ ใช้ไม้พันสำลีขนาดยาว 5-7 เซนติเมตร ภายในช่องคลอดไปมาประมาณ 1นาทีที่นำมาละลายในหลอดที่มีสารละสายประมาณ 1 นาที จากนั้นนำแถบทดสอบมาจมในหลอดที่มีสารละลายอ่านผลใน 5-10 นาที ถ้าผลตรวจขึ้น 2 แถบแสดงว่าน้ำที่ได้จากช่องคลอดเป็นน่ำคร่ำจริง
5.การตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงวิธีนี้จะมีประโยชน์เมื่อน้ำคร่ำมีปริมาณน้อย (oligo-hydramios) และไม่พบความผิดปกติของระบบทางเดินปัสสาวะของทารกหรือภาวะที่ทารกมีการเจริญเติบโตช้าในครรภ์อาจบอกได้คร่าวๆว่ามีภาวะถุงน้ำคร่ำแตกจริง แต่จะไม่ช่วยวินิจฉัยหากปริมาณน้ำคร่ำไม่ได้ลดลงมาก