Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 10 การส่งเสริมการขับถ่ายอุจจาระ - Coggle Diagram
บทที่ 10 การส่งเสริมการขับถ่ายอุจจาระ
ความสำคัญของการขับถ่ายอุจจาระ
การขับถ่ายอุจจาระเป็นสิ่งสำคัญเพราะเป็นการขับของเสียออกจากร่างกายหากร่างกายไม่ขับถ่ายอาจทำให้เกิดสารพิษและของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ ยิ่งถ้าร่างกายมีการสะสมของเสียตกค้างเป็นเวลานานนั้นย่อมมีโอกาสในการได้รับสารพิษกลับเข้าไปในร่างกาย และเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งลำไส้มากขึ้น
การขับถ่ายอุจจาระจึงถือได้ว่าเป็นทั้งการนำสารพิษและของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ออกไปและเป็นการสร้างระบบขับถ่ายที่ดีต่อร่างกายและดีต่อสุขภาพของร่างกายเรา
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการขับถ่ายอุจจาระ
อายุ
ในเด็กเล็ก ความสามารถในการควบคุมการขับถ่ายได้เมื่ออายุตั้งแต่24-30เดือนขึ้นไป ในเด็กเล็กอาจมีการถ่ายอุจจาระวันละหลายๆ ครั้ง เมื่ออายุมากขึ้นเซลล์กล้ามเนื้อจะลดขนาดลง และกำลังกล้ามเนื้อก็จะลดลง จึงลดจำนวนครั้งของการขับถ่ายอุจจาระ
ชนิดของอาหารที่รับประทาน
อาหารจำพวกพืชผักผลไม้ ที่มีกากใยมาก เช่นคะน้า กระเฉดมะละกอ ลูกพรุน เป็นต้น จะช่วยทำให้อุจจาระสามารถขับเคลื่อนได้ดีกว่าอาหารที่กากใยน้อย
ปริมาณน้ำที่ร่างกายได้รับ
น้ าจะเป็นตัวสำคัญที่ทำให้อุจจาระมีลักษณะนุ่มพอดี ไม่แห้งแข็งเกินไป ทำให้อุจจาระอ่อนตัว และยังช่วยกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวของลำไส้ใหญ่ได้ดี ทำให้มีการถ่ายอุจจาระได้ง่ายขึ้น
การเคลื่อนไหวของร่างกาย
การเคลื่อนไหวของร่างกาย จะช่วยทำให้การทำงานของล าไส้เป็นไปอย่างปกติส่งผลให้มีถ่ายอุจจาระได้ปกติ
อารมณ์
เมื่ออารมณ์มีการเปลี่ยนแปลงเช่น หงุดหงิด หรือวิตกกังวลเป็นต้นจะทำให้ต่อมหมวกไตหลั่งฮอร์โมน และการทำงานของระบบประสาทSympatheticมีการเปลี่ยนแปลง ทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
ความสม่ำเสมอในการขับถ่าย
การเปลี่ยนแปลงเกี่ยวกับกิจวัตรประจำวัน การรับประทานอาหาร น้ำ รวมทั้งการออกกำลังกาย และการพักผ่อน อาจจะส่งผลให้เกิดปัญหาเกี่ยวกับการขับถ่ายอุจจาระได้
ความเหมาะสม
สิ่งแวดล้อมมีส่วนช่วยในการขับถ่าย สถานที่ไม่เป็นส่วนตัว หรือห้องน้ำไม่สะอาดส่งผลให้บุคคลไม่อยากถ่ายอุจจาระจึงกลั้นอุจจาระ และทำให้เกิดอาการท้องผูกได้
ยา
อาการข้างเคียงของยาบางชนิดมีผลต่อระบบทางเดินอาหารอาจทำให้ลำไส้เคลื่อนไหวเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้
การตั้งครรภ์
เมื่ออายุครรภ์มากขึ้น ทารกในครรภ์โตขึ้นมดลงก็ขยายตัวโตด้วย ทำให้จะไปเบียดกดลำไส้ส่วนปลาย ในการเบ่งถ่ายอุจจาระจึงต้องใช้แรงเพิ่มขึ้นส่งผลให้เกิดอาการท้องผูกเป็นประจำ
อาการปวด
โรคริดสีดวงทวาร การผ่าตัดส่วนลำไส้ตรง และการผ่าตัดหน้าท้อง เมื่อมีอาการปวดถ่ายอุจจาระผู้ป่วยจะไม่ยอมเบ่งถ่ายอุจจาระเพราะกลัวเจ็บทำให้อั้นอุจจาระไว้
การผ่าตัดและการดมยาสลบ
การดมยาสลบชนิดทั่วไป (General anesthesia: GA) เป็นสาเหตุของการเกิดPeristalsisลดลง และขณะทำการผ่าตัดจะไปกระทบกระเทือนการทำงานของลำไส้ทำให้เกิดPeristalsisลดลงชั่วคราว
การตรวจวินิจฉัยโรค
การตรวจวินิจฉัยโรคของระบบทางเดินอาหารส่งผลรบกวนการทำงานของลำไส้ชั่วคราว ซึ่งมีความจำเป็นต้องทำให้ลำไส้สะอาด ผู้ป่วยต้องได้รับ
ลักษณะของอุจจาระปกติและสาเหตุของอุจจาระที่ผิดปกติ
Type 1
ลักษณะแข็งคล้ายเมล็ดถั่วคนไทยเรียกว่า “ขี้แพะ”
Type 2
(ลักษณะยาวแต่เป็นก้อน)
Type 3
(ลักษณะยาวหรือขดม้วน แต่พื้นผิวบนนุ่มๆ)
Type 4
(ลักษณะยาวหรือขดม้วน เรียบ และนุ่ม)
Type 5
(ลักษณะเป็นก้อนนุ่มๆ แยกออกจากันชัดเจน)
Type 6
(ลักษณะเป็นก้อนนุ่มปุยมีขอบขยักไม่เรียบ)
Type 7
(ลักษณะเป็นนheไม่มีเนื้ออุจจาระปน)
ลักษณะของอุจจาระปกติทั่วไปจะอ่อนนุ่มมีสีอยู่ระหว่าง เหลือง น้ำตาลอ่อนไปจนถึงน้ำตาลเข้มขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทาน
สาเหตุและการพยาบาลผู้ป่วยที่มีปัญหาการขับถ่ายอุจจาระ
ภาวะท้องผูก
สาเหตุภาวะท้องผูกแบ่งออกเป็น2 ประเภท
ภาวะท้องผูกแบบปฐมภูมิโดยภาวะท้องผูกปฐมภูมินี้มีความสัมพันธ์กับการรับประทานอาหารที่มีกากใยน้อยภาวะขาดน้ำ
ภาวะท้องผูกแบบทุติยภูมิอาจเกิดจากความเจ็บป่วยหรือการรักษาด้วยยามีปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่
ฝิ่น
การอุดกั้นของระบบทางเดินอาหาร
ความผิดปกติในการทำหน้าที่ของไขสันหลัง
ภาวะท้องผูกจากการลดลงของการเคลื่อนไหวของลำไส้
การทำหน้าที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อพื้นเชิงกราน
ภาวะผิดปกติของลำไส้
ผลที่เกิดจากภาวะท้องผูก
เกิดอาการแน่นท้องท้องอืด ปวดท้อง ไม่สุขสบายเบื่ออาหาร
เกิดอาการปากแตก ลิ้นแตก ลมหายใจเหม็น อ่อนเพลีย ไม่มีแรง
เป็นโรคริดสีดวงทวาร
แบคทีเรียในลำไส้
ถ้าทิ้งไว้นานอุจจาระอาจอัดกันเป็นก้อนแข็ง
การกลั้นอุจจาระไม่ได้
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะท้องผูก
แนะนำและกระตุ้นให้ผู้ปุวยรับประทานอาหารให้มากเพียงพอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารที่มีเส้นใยและกากมาก ๆ
แนะนำกระตุ้น และช่วยให้ผู้ป่วยได้รับน้ำให้เพียงพอควรดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 2,000–2,500cc.
แนะนำและช่วยเหลือเกี่ยวกับการถ่ายอุจจาระ และควรฝึกระบบขับถ่ายอุจจาระให้เป็นเวลา
แนะนำให้ออกกำลังกาย การเคลื่อนไหวของร่างกายจะมีผลต่อการบีบตัวของลำไส้ช่วยให้การถ่ายอุจจาระเป็นปกติ
การอัดแน่นของอุจจาระ
สาเหตุ อาการเริ่มแรกคือ ไม่ได้ถ่ายอุจจาระติดต่อกันนานแล้ว พบอุจจาระเป็นน้ำเหลวไหวซึมทางทวารหนักทีละเล็กละน้อยอย่างควบคุมไม่ได้
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีการอัดแน่นของอุจจาระ
การช่วยเหลือเอาก้อนอุจจาระออกจากร่างกายโดยการล้วงอุจจาระ (Evacuation) และอาจใช้ยาระบายเพื่อทำให้ก้อนอุจจาระอ่อนนุ่มและหล่อลื่นหรือการสวนอุจจาระในกรณีที่ใช้ยาไม่ได้ผล
การล้วงอุจจาระ (Evacuation)คือการล้วงอุจจาระออกโดยตรง เป็นการช่วยเหลือผู้ป่วยในกรณีที่ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระออกเองไม่ได้
อุปกรณ์เครื่องใช้
ถุงมือสะอาด 2คู่และหน้ากากอนามัย (Mask)
สารหล่อเลื่อน เจล หล่อลื่น ถ้าไม่มีใช้วาสลินหรือสบู่เหลว
ผ้ายางรองก้นและกระดาษชำระ
หม้อนอนหรือ ถุงพลาสติกสำหรับใช่อุจจาระ
วิธีปฏิบัติ
แนะนำตัว และบอกวัตถุประสงค์ให้ผู้ป่วยทราบ
ให้ผู้ป่วยนอนตะแคงซ้ายกึ่งคว่ำขาขวา งอเล็กน้อย
ปูผ้ายางรองให้ผู้ป่วย และวางหม้อนอนหรือถุงพลาสติกไว้ใกล้ ๆ
พยาบาลสวมถุงมือ 2ชั้น แล้วใช้นิ้วชี้หล่อลื่นด้วยเจลหล่อลื่น
ล้วงเอาก้อนอุจจาระออกใส่ในหม้อนอนหรือถุงพลาสติกที่เตรียมไว้
เช็ดทำความสะอาดจัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย และเก็บเครื่องใช้
ทำความสะอาดเครื่องใช้และเก็บเข้าที่ให้เรียบร้อย
ภาวะท้องอืด
สาเหตุ
มีแก๊สในกระเพาะอาหารหรือลำไส้ปริมาณมาก
มีการสะสมของอุจจาระมาก เนื่องจากไม่ได้ขับถ่ายออกตามปกติ
มีการสะสมของอาหารหรือน้ำมาก อาหารไม่ย่อย
การพยาบาลผู้ป่วยที่มีภาวะท้องอืด
จัดท่านอน ให้นอนศีรษะสูง 45-60องศาเพื่อให้กระบังลมหย่อยตัว
อธิบายสาเหตุและวิธีการปฏิบัติตัวเมื่อเกิดอาการท้องอืด
ค้นหาสาเหตุของอาการท้องอืดและให้การช่วยเหลือตามสาเหตุ
สาเหตุจากการถูกจำกัดการเคลื่อนไหวหรือความสามารถในการขยับตัวได้ลดลงหรือหลังการผ่าตัดไม่ยอมขยับตัวเนื่องจากมีความกลัวต่าง ๆ
สาเหตุจากได้รับยาระงับปวดที่มีอาการข้างเคียงทำให้ลดการเคลื่อนไหวของลำไส้ เช่น มอร์ฟีน เป็นต้น
สาเหตุจากอาหารไม่ย่อย
การกลั้นอุจจาระไม่ได้
ผลของการกลั้นอุจจาระไม่ได้
ผลด้านร่างกาย
เนื่องด้วยการขับถ่ายอุจจาระที่ควบคุมไม่ได้ จึงทำให้มีอุจจาระไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จึงเกิดการระคายเคืองต่อผิวหนังและอาจเกิดแผลจากการระคายเคืองเสียดสีของผิวหนังบริเวณรอบรูทวารซึ่งผิวหนังมีลักษณะอ่อน และเกิดความสกปรกเปรอะเปื้อนของเสื้อผ้าและเครื่องใช้
ผลด้านจิตใจ
เนื่องด้วยอุจจาระเป็นเรื่องของความไม่สะอาดทั้งกลิ่นและสิ่งขับถ่าย อุจจาระจึงทำให้เกิดการสูญเสียความรู้สึกมีคุณค่าและความนับถือต่อตนเอง
ผลด้านสังคม
เนื่องด้วยการถ่ายอุจจาระ เป็นเรื่องส่วนตัวที่ต้องควรระมัดระวัง เมื่อการกลั้นอุจจาระไม่ได้ เป็นเรื่องน่าอับอายส่งผลให้ไม่ต้องการออกสังคม หรือพบปะผู้คนโดยไม่มีเหตุจำเป็น
ผลด้านจิตวิญญาณ
สืบเนื่องด้วยผลกระทบด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม ส่งผลให้ด้านจิตวิญญาณคือ ความรู้สึกเสียคุณค่าในตนเองลดลง และขาดการแสดงออกถึงความต้องการการมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางศาสนากลัวสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับตนเองในอนาคต
การพยาบาลผู้ป่วยที่กลั้นอุจจาระไม่ได้
ด้านร่างกาย
การควบคุมการขับถ่ายอุจจาระโดยใช้วิธีการฝึกถ่ายอุจจาระเป็นเวลาเลือกเป็นเวลาที่สะดวก เช่น ตอนเช้าตรู่ เป็นต้น
รักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการเกิดโรคหวัด ซึ่งจะทำให้มีอาการไอ จาม อาจทำให้มีอุจจาระเล็ดออกมาขณะไอและจามได้ ส่งผลให้ขาดความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน
ด้านจิตใจสังคม และจิตวิญญาณ
การดูแลเรื่องจิตใจเป็นสิ่งสำคัญ เพราะอาจส่งผลให้เกิดภาวะเก็บกด (Depression) พยายามหลีกเลี่ยงการเข้าสังคม และเก็บตัวไม่ยอมรับสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป
ภาวะท้องเสีย
สาเหตุของภาวะท้องเสีย
จากอาหารที่ปนเปื้อนเชื้อโรค เช่น อาหารที่มีแมลงวันตอม เป็นต้น
จากการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ จนทำให้เกิดการเจ็บป่วยที่แสดงออกทางร่างกาย เรียกว่า “Psychosomatic disorder”
การได้รับการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะและมีอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์
ผลที่เกิดจากภาวะท้องเสีย
กิดภาวะเสียสมดุลน้ำและเกลือแร่ในร่างกาย (Electrolyte imbalance) สูญเสียทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย น้ำหนักลด
เกิดความไม่สุขสบาย ปวดท้อง เนื่องจากการบีบตัวของลำไส้และการถ่ายอุจจาระหลาย ๆ ครั้ง เป็นการรบกวนการใช้ชีวิตประจำวันและการพักผ่อน
การถ่ายอุจจาระทางหน้าท้อง
การผ่าตัดเอาลำไส้มาเปิดออกทางหน้าท้องเพื่อให้เป็นทางออกของอุจจาระมักทำในผู้ปุวยที่มีพยาธิสภาพที่ลำไส้เช่นมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักการติดเชื้อที่ทำให้ลำไส้เกิดเนื้อตาย
การผ่าตัดเปิดลำไส้ใหญ่ทางหน้าท้อง เรียกว่า “Colostomy”การผ่าตัดเปิดลำไส้เล็กทางหน้าท้องเรียกว่า “Ileostomy”เพื่อให้อุจจาระออกแทนทวารหนักเดิม บริเวณรูเปิดลำไส้ส่วนที่โผล่พ้นผิวหนังเรียกว่า “Stoma”หรือทวารเทียม และจะมีอุจจาระออกมาทางทวารเทียม
การสวนอุจจาระ
วัตถุประสงค์
ลดปัญหาอาการท้องผูก
เตรียมตรวจทางรังสี
เตรียมผ่าตัดในรายที่ผู้ป่วยจะต้องดมยาสลบ
เตรียมคลอด
เพื่อการรักษาเช่น การระบายพิษจากแอมโมเนียคั่งในกระแสเลือดในผู้ป่วยโรคตับเป็นต้น
ชนิดของการสวนอุจจาระแบ่งเป็น 2ชนิด คือ
Cleansing enemaเป็นการสวนน้ำหรือน้ำยาเข้าไปในลำไส้ใหญ่เพื่อกระตุ้นให้มีการเคลื่อนไหวของลำไส้
Retention enemaการสวนเก็บเป็นการสวนน้ำยาเข้าไปเก็บไว้ในลำไส้ใหญ่ในผู้ใหญ่ไม่เกิน 200 ml.
อุปกรณ์เครื่องใช้
หม้อสวน
หัวสวนอุจจาระ
สารหล่อลื่น เช่น KY jellyเป็นต้น
ชามรูปไต
กระดาษชำระ
กระโถนนอน (Bed pan)
ผ้าปิดกระโถนนอน (Bed pad)
ผ้ายางกันเปื้อน
สารละลายที่ใช้ในการสวนอุจจาระ
เหยือกน้ำ
เสาน้ำเกลือ
ถุงมือสะอาด1คู่ และMask
วิธีปฏิบัติ
การเตรียมอุปกรณ์เครื่องใช้ให้ครบถ้วนสะดวกในการปฏิบัติ
นำเครื่องใช้มาที่เตียง บอกผู้ป่วยให้ทราบถึงเหตุผลการสวน
ปูผ้ายางรองก้นบริเวณก้นของผู้ป่วย ป้องกันไม่ให้ที่นอนเปรอะเปื้อนและเปียกน้ำ
จัดท่านอนให้ถูกต้องคือนอนตะแคงซ้าย งอเข่าขวาไปข้างหน้า เลื่อนผู้ป่วยมาชิดขอบเตียง
คลุมผ้าเปิดเฉพาะบริเวณทวารหนักไม่เปิดเผย
ล้างมือ สวมถุงมือและต่อหัวสวนกับสายสวนให้แน่น ป้องกันหัวสวนหลุดเข้าช่องทวารหนักขณะสวน
ปิด Clampหัวสวนไว้เทน้ำยาใส่หม้อสวนแขวนหม้อสวนสูงกว่าระดับทวารหนักของผู้ป่วย 1ฟุต (12 นิ้ว)เหนือจากระดับที่นอนเพื่อควบคุมแรงดันน้ำ
เปิด Clampเพื่อไล่อากาศในสายสวน และหัวสวนปิด Clamp หัวสวนหล่อลื่นหัวสวนด้วย KY jellyไล่อากาศเพื่อทดสอบว่าหัวสวนไม่อุดตัน
บอกให้ผู้ป่วยทราบว่าจะทำการสวนอุจจาระโดยการแตะหัวสวนที่ทวารหนักอย่างนุ่มนวลเบาๆ
สอดหัวสวนเข้าทวารหนักให้ปลายหัวสวนมุ่งไปทิศทางสะดือลึกประมาณ3นิ้ว แล้วเบนปลายกลับให้ขนานกับแนวกระดูกสันหลังตามลักษณะโค้งของลำไส้
จับหัวสวนให้แน่กระชับมือเปิด Clamp ให้น้ำไหลช้าๆ ใช้เวลาประมาณ5-10 นาทีระหว่างท าการสวนให้ผู้ป่วยอ้าปากหายใจยาวๆสังเกตระดับน้ำในหม้อสวนปล่อยน้ำไปเรื่อยๆ
ค่อยๆ ดึงสายสวนออกเบาๆปลดหัวสวนออกห่อด้วยกระดาษชำระวางใน ชามรูปไตบอกให้ผู้ป่วยนอนท่าเดิมพยายามเก็บน้ำไว้ในลำไส้ 5-10 นาที
สอดBed panกั้นม่านให้มิดชิด หลังถ่ายเสร็จใช้ Bed padปิดคลุม Bed panหรือในรายที่เดินได้ให้ผู้ป่วยลุกเดินไปห้องนำเอง
เก็บเครื่องใช้ทำความสะอาดให้เรียบร้อยถอดถุงมือล้างมือให้สะอาด
ลงบันทึกทางการพยาบาล
ข้อควรคำนึงในการสวนอุจจาระ
อุณหภูมิของสารน้ำอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ105 ̊F (40.5 ̊C)
ปริมาณสารละลายใช้สวนอุจจาระขึ้นอยู่กับอายุและขนาดร่างกาย
เด็กเล็กใช้ในปริมาณ150–250 ml.
เด็กอายุ 10 เดือน ถึง 10ปีใช้ในปริมาณ250–500 ml.
เด็กอายุ 10–14ปีใช้ในปริมาณ500–750 ml.
ผู้ใหญ่ใช้ในปริมาณ750–1,000 ml.
ท่านอนของผู้ป่วยท่านอนตะแคงซ้ายกึ่งคว่ำให้เข่าขวา งอขึ้นมากๆ
แรงดันของสารน้ำที่สวนให้แก่ผู้ป่วย ควรแขวนหม้อสวนให้สูงไม่เกิน 1 ฟุตเหนือระดับที่นอนในเด็กเล็กไม่ควรเกิน 3 นิ้ว
การปล่อยน้ำเปิดClamp ให้น้ำไหลช้าๆ ใช้เวลาประมาณ 5-10 นาที ถ้าสารละลายปริมาณมากอาจใช้เวลานาน10-15 นาทีเพื่อให้ผู้ป่วยเก็บน้ำได้หมด
ความลึกของสายสวนที่สอดเข้าไปในล าไส้และลักษณะของสายสวนอุจจาระ การสอดสายสวนเข้าทวารหนัก สอดลึก 2-4 นิ้ว สายยางที่ใช้ควรเป็นชนิดที่อ่อนนุ่ม โค้งงอได้ง่าย
การหล่อลื่นหัวสวนด้วยสารหล่อลื่น เช่นKY jellyเป็นต้น หล่อลื่นให้ยาวประมาณ 2-3 นิ้วในผู้ใหญ่ และ 1นิ้วในเด็ก
ทิศทางการสอดหัวสวนให้ปลายหัวสวนมุ่งไปทิศทางสะดือลึกประมาณ 2 นิ้วแล้วเบนปลายกลับให้ขนานกับแนวกระดูกสันหลังตามลักษณะโค้งของลำไส้
ระยะเวลาที่สารน้ำกักเก็บอยู่ในลำไส้ใหญ่หลังจากที่ปล่อยสารน้ำเข้าไปในลำไส้ใหญ่จนผู้ป่วยรู้สึกทนต่อไปไม่ได้ ควรให้ผู้ป่วยหายใจทางปากยาวๆ เพื่อผ่อนคลายและกลั้นอุจจาระต่อไปอีก 5–10นาที
การแก้ไขเมื่อสารละลายในหม้อสวนไม่ไหลเป็นปกติจากสาเหตุที่ผู้ป่วยเบ่งควรบอกให้ผู้ป่วยอ้าปากหายใจเข้ายาวๆ
อาการแทรกซ้อนจากการสวนอุจจาระในการสวนอุจจาระให้แก่ผู้ป่วยมีอาการแทรกซ้อนที่ควรต้องสังเกตและติดตาม ดังนี้
การระคายเคืองต่อเยื่อบุลำไส้
ผนังลำไส้ถลอก หรือทะลุ
ภาวะเป็นพิษจากน้ำ
การติดเชื้อเช่นลำไส้อักเสบ ตับอักเสบ
การคั่งของโซเดียม เพราะปกติลำไส้จะดูดซึมโซเดียมได้ดีมาก
ข้อห้ามในการสวนอุจจาระการสวนอุจจาระมีข้อห้ามที่ไม่ควรทำในผู้ป่วยต่อไปนี้
ลำไส้อุดตัน
มีการอักเสบของลำไส้ เช่นไส้ติ่งอักเสบ
มีการติดเชื้อในช่องท้อง
ผู้ป่วยภายหลังผ่าตัดลำไส้ส่วนปลาย
การเก็บอุจจาระส่งตรวจ
ชนิดการเก็บอุจจาระส่งตรวจ
การตรวจอุจจาระหาความผิดปกติ
การตรวจอุจจาระหาเลือดแฝง
การตรวจอุจจาระโดยการเพาะเชื้อ
อุปกรณ์เครื่องใช้
ภาชนะมีฝาปิดมิดชิด
ใบส่งตรวจ
ไม้แบน สำหรับเขี่ยอุจจาระ
กระดาษชำระ
หม้อนอน
วิธีปฏิบัติ
การเก็บอุจจาระส่งตรวจหาความผิดปกติและส่งตรวจหาเลือดแฝง มีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
อธิบายให้ผู้ป่วยทราบ และเข้าใจถึงวัตถุประสงค์ในการเก็บอุจจาระส่งตรวจ รวมทั้งวิธีการเก็บตัวอย่าง ให้ระวังการปนเปื้อนปัสสาวะ น้ำ และสิ่งปนเปื้อนอื่น
ให้ผู้ป่วยถ่ายอุจจาระลงในหม้อนอนที่สะอาดและแห้งใช้ไม้แบนเขี่ยอุจจาระจำนวนเล็กน้อยใส่ภาชนะ รีบปิดภาชนะทันที และใส่ถุงพลาสติกหุ้มอีกชั้น
ส่งห้องปฏิบัติการทันทีภายใน 30 นาที พร้อมใบส่งตรวจ
ลงบันทึกทางการพยาบาลลักษณะ สี กลิ่น สิ่งเจือปน
การเก็บอุจจาระส่งตรวจเพาะเชื้อมีวิธีการปฏิบัติ ดังนี้
ให้ผู้ป่วยเบ่งถ่ายเล็กน้อย ใช้ไม้พันสำลีใส่เข้าไปในรูทวาร 1-2 นิ้ว แล้วจุ่มไม้พันส าลีลงในอาหารเลี้ยงเชื้อ ปิดฝาทันที
ส่งห้องปฏิบัติการทันทีภายใน 30 นาที พร้อมใบส่งตรวจ
ลงบันทึกทางการพยาบาล ลักษณะ สี กลิ่น สิ่งเจือปน
กระบวนการพยาบาลในการส่งเสริมการขับถ่ายอุจาจาระ
ตัวอย่างหญิงไทยรายหนึ่ง อายุ 35ปี ให้ประวัติว่ามีอาการท้องผูกต้องใช้ยาระบายก่อนนอนเป็นประจำทุกคืนและมีพฤติกรรมไม่ชอบรับประทานผักและผลไม้ ดื่มน้ำน้อยวันละไม่ถึง 1,000ml.
การประเมินภาวะสุขภาพ
S:“ทานยาระบายก่อนนอนเป็นประจ าทุกคืนไม่ชอบอาหารประเภทผัก และผลไม้
”O: จากการตรวจร่างกายพบAbdomen:Distension, Tympanic sound, Decrease bowel sound 1-2 time/min
ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล
ท้องผูกเนื่องจากมีพฤติกรรมใช้ยาระบายเป็นประจำ
การวางแผนการพยาบาล
วัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้ผู้ปุวยมีพฤติกรรมในการรับประทานอาหารที่ถูกต้อง
เกณฑ์การประเมินผล
ถ่ายอุจจาระได้โดยไม่ใช้ยาระบาย
มีพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่มีกากใย เช่น ผัก ผลไม้ และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับถ่ายอุจจาระ
การวางแผน
วางแผนให้ความรู้และเน้นความสำคัญของการดูแลสุขภาพเรื่องการโรคของระบบทางเดินอาหารและลำไส้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภคอาหาร
การปฏิบัติการพยาบาล
แนะนำให้ความรู้และเน้นความสำคัญของการบริโภคอาหารที่มีกากใยได้แก่ ผักต่าง ๆ ผลไม้ประเภท มะละกอ กล้วยน้ำว้า เป็นต้น
ให้ความรู้เกี่ยวกับโรคระบบทางเดินอาหารและลำไส้
อธิบายประโยชน์ของการดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกายควรดื่มน้ำสะอาดอย่างน้อยวันละ 8-10แก้ว
การประเมินผลการพยาบาล
มีการถ่ายอุจจาระได้โดยไม่ใช้ยาระบาย
เลือกรับประทานอาหารที่มีกากใย และดื่มน้ำอย่างน้อยวันละ 8-10 แก้ว
ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการขับถ่ายอุจจาระตรงเวลาทุกวัน