Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
กรณีศึกษาที่ 1 การพยาบาลในระยะตั้งครรภ์ - Coggle Diagram
กรณีศึกษาที่ 1
การพยาบาลในระยะตั้งครรภ์
ซักประวัติ ตรวจครรภ์ ตรวจร่างกาย
ตรวจทางห้องปฎิบัติ เพิ่มเติม
การซักประวัติ
1) ประวัติส่วนตัวและครอบครัว
-ความเชื่อ
-การใช้ยาและสิ่งเสพติด
-ระดับการศึกษา
-ฐานะทางเศรษฐกิจและรายได้
2) ประวัติความเจ็บป่วยในอดีต
-ระบบอวัยวะสืบพันธุ์สตรีเชิงกราน
-ประวัติโรคธาลัสซีเมีย
-โรคอื่น ๆ
3) ประวัติประจำเดือนที่เคยผิดปกติ
4) ประวัติการคุมกำเนิด
5) ความผิดปกติในครรภ์ปัจจุบัน
การตรวจครรภ์
1) การดู (Inspection)
-ขนาดหน้าท้องลักษณะทั่วไปของท้อง
-แนวของมดลูกดูการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์
-สังเกตบริเวณเหนือหัวหน่าวราบหรือปุ่มลงไป
2) การคลำ (Palpation) มี4 ขั้นตอน
First Leopold Handgrip (Fundal grip)
Second Leopold Handgrip (Umbilical grip)
Third Leopold Handgrip (Pawlick's grip)
Fourth Leopold Handgrip (Bilateral inguinal grip)
การตรวจร่างกาย
ลักษณะทั่วไปท่าเดินเช่นเดินขากระเผลกอาจมีความพิการหรือความผิดปกติของกระดูกเชิงกรานซึ่งอาจทำให้คลอดยาก
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
1) การตรวจปัสสาวะต้องตรวจดูโปรตีนและน้ำตาลในปัสสาวะ (urine protein- urine glucose)
2) การส่งตรวจ VDRL reactive เพิ่มเติมการตรวจแบบจำเพาะ ได้แก่
-TPHA (Treponema Pallidum Hemagglutination test)
-FTA-ABS (Fluorescent Treponemal Antibody Absorption Test)
3) การส่งตรวจ OF positive เพิ่มเติม
-ตรวจชนิดของฮีโมโกลบิน (hemoglobintyping)
-การตรวจพีบีซีบีอาร์ (PolymeraseChainReaction; PCR)
4) การตรวจคัดกรองอื่น ๆ เช่น การตรวจหาโรคไวรัสตับอักเสบบีหรือ HBsAg เพื่อป้องกันไม่ให้ทารกติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีจากมารดา
การวินิจฉัยแยกโรค
อาการเหนื่อย ตัวเย็น หน้ามืด ตาลาย อาจเกิดจากความดันต่ำจากการเปลี่ยนอิริยาบถ น้ำตาลต่ำ การเคลื่อนไหวที่เร็วเกินไป
Physiologic anemia ธาลัสซีเมีย
การบวมเกิดจากการคั่งของน้ำ เนื่องจากส่วนปลายไหลกลับไม่ดี
ปัสสาวะบ่อยเนื่องจากมดลูกขยายใหญ่
อาการเหนื่อย อาจเกิดจากการพักผ่อนน้อย การคลื่นไส้ อาเจียน ลุกไปปัสสาวะบ่อย
การพยาบาลสตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการไม่สุขสบายในระยะตั้งครรภ์
อาการบวม
ในระยะสุดท้ายของการตั้งครรภ์ พบอาการบวมที่ข้อเท้า และเท้าเกิดได้จากการที่ขนาดของมดลูกโตขึ้นไปกดเส้นเลือดทำให้เลือดจากบริเวณสวนปลายมีการไหลเวียนกลับไม่ได้จึงเกิดการคั่งของน้ำและเลือดที่บริเวณข้อเท้าและเท้า
การพยาบาล
1) ให้นอนตะแคงซ้าย
2) นั่งพักยกเท้าสูงประมาณ 30 นาทีในช่วงเวลาบ่ายและเวลาเย็น
3) บริหารปลายเท้าโดยการกระดกปลายเท้าขึ้นลงและหมุนปลายเท้าเข้าออก
4) หลีกเลี่ยงการสวมใส่เสื้อผ้าที่รัดแน่นเกินไปหรือสวมถุงน่องที่ยาวระดับหัวเข่า
5) ควรปรึกษาแพทย์ถ้าพบอาการบวมที่เท้าร่วมกับพบโปรตีนในปัสสาวะความดันสูง
อาการปัสสาวะบ่อย
ระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอร์โรนที่สูงขึ้นและฮอร์โมนในร่างกายเปลี่ยนแปลงเลยทำให้มีเลือดมาเลี้ยงบริเวณกระดูกเชิงกรานเพิ่มขึ้นมดลูกขยายตัวและกดทับกระเพาะปัสสาวะจึงส่งผลให้เข้าห้องน้ำบ่อยอีกทั้งไตของตัวอ่อนก็เริ่มทำงานเลยขับของเสียออกมาสู่ร่างกายแม่ร่างกายเราเลยขับออกมาในรูปแบบของปัสสาวะนั่นเอง
การพยาบาล
1) อธิบายให้สตรีตั้งครรภ์เข้าใจถึงสาเหตุของการปัสสาวะบ่อย
2) หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มที่มีคาเฟอื่นเช่นกาแฟชาน้ำอัดลม
3) ไม่ควรกลั้นปัสสาวะเพื่อป้องกันการติดเชื้อระบบปัสสาวะ
4) ควรดื่มน้ำให้น้อยลงในช่วงกลางคืนก่อนเข้านอน แต่ไม่ควรงดดื่มน้ำควรดื่มน้ำ 8 แก้ว
5) ควรแนะนำการบริหารช่องคลอดโดยการขมิบกล้ามเนื้อรอบช่องคลอด (Kegel exercise) เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ Pubococcygeus
อาการเส้นเลือดขอดบริเวณขา
เกิดได้จากหลายสาเหตุจนก่อให้เกิดการเกร็งของกล้ามเนื้ออย่างรุนแรงกล้ามเนื้อขามดลูกที่ขยายใหญ่ขึ้นกดทับเส้นเลือดดำใหญ่ของขา
การพยาบาล
1) หลีกเลี่ยงการนั่งหรือยืนนาน ๆ และการนั่งไขว้ขา
2) เพิ่มการไหลเวียนของเลือดที่ปลายเท้าโดยการสวมใส่ถุงน่องป้องกันเส้นเลือดขอด
3) ยกปลายเท้าให้สูงกว่าระดับสะโพกให้กระดกปลายเท้าขึ้น 2-3 ครั้งทุกๆ 2-3 นาที
4) ควรลุกเดินขึ้นทุก 2 ชั่วโมงเพื่อเพิ่มการไหลเวียนเลือดเป็นระยะ
5) ควรสวมใส่เสื้อผ้าที่หลวมสบายไม่รัดแน่นและหลีกเลี่ยงการสวมถุงน่องที่ยาวสวมสูงกว่าเลือดขอด
6) ในกรณีที่เป็นเส้นเลือดขอดที่อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกให้นอนตะแคงเป็นเวลา 15- 20 นาทีวันละ 2 ครั้ง
อาการปวดหลัง
การพยาบาล
1) ฝึกท่าที่ถูกต้องในการยืนนั่งให้ไหล่คอและหลังอยู่ในแนวตรง
2) ไม่ควรก้มเก็บของ แต่ควรย่อเข่าลงก่อนและไม่ควรยกของหนัก
3) หลีกเลี่ยงการใส่รองเท้าส้นสูง
4) นอนตะแคงใช้หมอนหรือผ้าหนุนหลังและข้อพับเข่า
5) ฝึกการหายใจแบบลึกและออกกำลังกายเพื่อผ่อนคลาย
6) ผ่อนคลายกล้ามเนื้อโดยการใช้ความร้อนความเย็นประคบหรืออาบน้ำด้วยน้ำอุ่น
7) ออกกาลังกายท่า Pelvic rocking เพื่อบรรเทาอาการปวดหลัง
8) ใช้การแพทย์ทางเลือกเช่นการกดจุด
9) อาจใช้ยาแก้ปวดเช่น Tylenol ลดการปวดได้
10) ไม่ควรซื้อยาคลายกล้ามเนื้อหรือยาลดการอักเสบมารับประทานเองควรปรึกษาแพทย์
อาการเรอเปรี้ยว
การพยาบาล
1) รับประทานอาหารให้ตรงเวลารับประทานอาหารที่ละน้อย แต่บ่อยครั้ง 5-6 มื้อต่อวันหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและอาหารรสจัด
2) หลีกเลี่ยงการดื่มน้ำมาก ๆ ในระหว่างมื้ออาหารและควรแบ่งการดื่มน้ำทีละน้อย
3) หลังรับประทานอาหารไม่ควรนอนทันทีควรนั่งอย่างน้อย 30 นาที
4) ควรนอนตะแคงข้างขวาและใช้หมอน 2 ใบหนุนศีรษะและลำตัวให้สูงขึ้น
5) เคี้ยวหมากฝรั่งเพื่อให้กรดมีฤทธิ์เป็นกลาง
6) ถ้ามีอาการแสบร้อนยอดอกให้หายใจยาว ๆ ลึก ๆ และจิบน้ำที่ละนิด
7) หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่
8) หลีกเลี่ยงชากาแฟน้ำอัดลมและเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
9) หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารก่อนเข้านอนเป็นเวลา 1-3 ชั่วโมง
10) ถ้ารับประทานยาลดกรดเช่น Alum milk, Cimethidine uğa Ranitidine แล้วอาการไม่ดีขึ้นควรพบแพทย์
11) ถ้ามีอาการบวมมือหน้าพบโปรตีนในปัสสาวะและมีความดันโลหิตสูงปรึกษาแพทย์