Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
มารดาอายุ 32 ปี คลอดบุตรคนที่ 4, สถานการณ์ที่ 3, นางสาวปภาวี สุขชาติ…
มารดาอายุ 32 ปี คลอดบุตรคนที่ 4
ปวดแผลฝีเย็บ
Pain score 7 คะแนน
กิจกรรมการพยาบาล :
ประคบด้วยความเย็นใน 24 ชม แรก เพื่อลดปวดและบวมบริเวณฝีเย็บเนื่องจากความเย็น ทำให้หลอดเลือดหดรัดตัว ลดการไหลเวียนเลือด ความเย็นทำให้การเผาผลาญอาหาร และความต้องการออกซิเจนภายในเซลล์ลดลง ทำให้การส่งผ่านอาหารในเลือดที่ไหลผ่าน หลอดเลือดฝอยลดลง เป็นผลให้การบวมลดลง
แนะนำให้มารดานอนตะแคงซ้ายตรงข้ามกับ ด้านที่มีแผลฝีเย็บ เพื่อช่วยลดการกดทับ บริเวณฝีเย็บ ช่วยทำให้อาการปวดลดลง
แนะนำให้หลีกเลี่ยงการนั่งขัดสมาธิ เนื่องจากจะทำให้ มีเจ็บมากขึ้นเพราะมีการดึงรั้ง ของแผล
REEDA scale 2คะแนน
คะแนนเต็ม 15 คะแนน และจากสถานการณ์ คือ edema 2 คะแนน จะมีลักษณะ บวมข้างใดข้างหน่งหรือทั้งสองข้าง 10 - 20 mm ซึ่งปกติ เพราะถ้าคะแนนรวม >=3 มารดาจะมีโอกาสติดเชื้อสูง และแผลแยก
กิจกรรมการพยาบาล :
ประเมิน v/s โดยเฉพาะอุณหภูมิเพื่อประเมินการติดเชื้อ
ทำความสะอาดอวัยวะสืบพันธุ์ และแผลฝีเย็บให้มารดาหลังคลอด พร้อมทั้งสอนการทำความสะอาดบริเวณ อวัยวะสืบพันธุ์ที่ถูกวิธีหลังขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ
สังเกตและแนะนำให้มารดาหลังคลอดสังเกต
ลักษณะสี กลิ่น ของน้ำคาวปลา
2วัน หลังคลอด
กระตุ้น Pituitary gland
หลั่ง Oxytocin
กระตุ้น myoepithelial cell
เกิดการหดตัวบีบน้ำนมจาก alveoli
หลั่งน้ำนมผ่านท่อ
น้ำนมไหล
เรียก Let down reflex
พบว่าทารกดูดนมข้างซ้าย แล้วน้ำนมข้างขวาไหลด้วย
ตรวจร่างกาย
คลำพบมดลูกแข็ง ต่ำกว่าระดับสะดือ 1 นิ้ว
เป็นภาวะปกติ มดลูกที่มีการยืดขยายมากขณะตั้งครรภ์ (ประมาณ 11 เท่าของก่อนตั้งครรภ์ ) จะลดขนาดลงในทันทีที่เด็ก และรกคลอดแล้ว มดลูกจะมีน้ำหนักประมาณ 1,000 กรัมกว้าง 12 ซม. ยาว 5 ซม. หนา 8 -10 ชม. สามารถคลำไปทางหน้าท้อง มีลักษณะเป็นก้อนแข็งจากการหดรัดตัว ของกล้ามเนื้อมดลูก ระดับของมดลูกจะอยู่ที่ระดับสะดือ หรือต่ำกว่าเล็กน้อย ทั้งนี้เนื่องจากการหย่อนของช่องคลอด ผนังมดลูกส่วนล่าง และกล้ามเนื้อของพื้น เชิงกราน ( Pelvic floor ) แต่ภายหลัง 24 ชั่วโมงไปแล้วระดับของมดลูกจะลอยสูงขึ้นมาอยู่เหนือสะดือเล็กน้อย
น้ำคาวปลาสีแดงจางๆ
เป็นปกติ ตามลักษณะของ Lochia rubra น้ำคาวปลาที่ออกมาในระยะ 2-3 วันแรกหลังคลอดเนื่องจากในระยะนี้แผลภายในโพรงมดลูกยังใหม่อยู่การซ่อมแซมยังเกิดขึ้นน้อย สิ่งที่ขับออกมามีลักษณะสีแดงคล้ำประกอบด้วย เลือดเป็นส่วนใหญ่น้ำคร่ำเศษเยื่อหุ้มเด็กเยื่อบุมดลูก และขี้เทา ลักษณะเลือดไม่เป็นก้อน
กิจกรรมการพยาบาล :
แนะนำให้มารดาใส่ผ้าอนามัย ประเมินลักษณะของน้ำคาวปลา โดยเฉพาะ สี ปริมาณ และกลิ่นของน้ำคาวปลา
ประเมินลักษณะของน้ำคาวปลาในช่วง 1-2 วันแรกไม่ควรเกิน 1 แผ่นผ้าอนามัย ใน 1 ชั่วโมง ประเมินทุก 30 นาที่เพื่อประเมิน การสูญเสียเลือด และภาวะมดลูกหดรัดตัวไม่ดี
แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์สังเกตลักษณะของน้ำคาวปลา โดยปกิจะมีสีจางลงและมีบริมาณลดลงเรื่อยจนแห้งสนิท
แนะนำให้สตรีตั้งครรภ์เปลี่ยนผ้าอนามัยสม่ำเสมอ ไม่หมักหมมนานจนเกินไป
ทารกขาดหลัก 4 ด
ดูดเร็ว
ดูดเกลี้ยงเต้า
นมค้างในเต้า
ยับยั้ง
Prolactin
การสร้างนมลดลง
พบมารดาน้ำนมไหล 1-2 หยด
6 wksต่อมา
มารดาให้ลูกกินนมแม่
สลับกับนมผสม
1 more item...
ท่อน้ำนมเกิดการอุดตัน
เต้านมอักเสบ
ข้อวินิจฉัย : สตรีตั้งครรภ์มีภาวะเต้านมอักเสบ
ข้อมูลสนับสนุน :
SD : 2 วันหลังคลอด มารดาบอกว่า ‘ ไม่อยากให้ลูกดูดนม’,’เมื่อทารกดูดนมข้างซ้าย จะมีน้ำนมไหลจากเต้านมข้างขวาด้วย’
OD : 3 วันหลังคลอด สังเกตเห็นตุ่มน้ำบริเวณหัวนมข้างขวา มีรอยแตก เลือดซึม
เกณฑ์ :
มารดาสามารถให้ทารกดูดนมได้
ไม่พบตุ่มน้ำ รอยแตก และเลือดซึมบริเวณหัวนมข้างขวา
มารดารู้สึกเจ็บขณะทารกดูดนม
ไม่พบก้อน และการอักเสบบริเวณเต้านมข้างขวา
กิจกรรมการพยาบาล :
อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้เต้านมคัดตึง คือการให้ลูกดูดนมไม่ถูกวิธีลูกอมหัวนมไม่ลึกถึงลานนม เพื่อให้มารดา เข้าใจในการให้นมทารกที่ถูกวิธี
ดูแลบีบน้ำนมออกจากเต้าด้วยมือจนกระทั่งลานนมนิ่มลูกสามารถ คาบลานนมได้ติด เพื่อให้ทารกดูดนมได้ง่ายขึ้น
ดูแลให้ยาแก้ปวด ตามแผนการรักษา เพื่อบรรเทาอาการปวด
ฝึกมารดาหลังคลอดประคบเต้านมและบีบน้ำนมด้วยตนเอง เพื่อให้มารดาประคบเต้านมและบีบน้ำนมได้ ถูกวิธี
แนะนำมารดาให้ทารกดูดนมบ่อยขึ้นอย่างน้อยทุก 1-2 ชั่วโมง ให้เวลาทารกดูดอย่างน้อย 15 - 20 นาที่เพื่อ ลดการคัดตึงของเต้านมและกระตุ้นการหลั่งน้ำนม
ให้กำลังใจโดยให้ญาติและสามีเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลเต้านมคัดตึง เช่นฝึกให้ช่วยประคบและบีบน้ำนม ออกจากเต้านมมารดาหลังคลอด
ดูดถูกวิธี
ดูดบ่อย
ลำไส้ไม่มีการขับขี้เทา
ไม่ขับ Billirubin
ตรวจร่างกาย
ทารกมีนัยย์ตา สีผิวบริเวณใบหน้า
และอกมีสีเหลือง
เกิดภาวะหัวนมแตก
ข้อมูลสนับสนุน :
OD : 3 วันหลังคลอด สังเกตเห็นตุ่มน้ำบริเวณหัวนมข้างขวา มีรอยแตก เลือดซึม
SD : มารดาเจ็บขณะทารกดูดนม
เป้าหมาย : สตรีตั้งครรภ์ไม่มีภาวะหัวนมแตก
เกณฑ์ :
มารดาสามารถให้ทารกดูดนมได้
ไม่พบตุ่มน้ำ รอยแตก และเลือดซึม
มารดาไม่รู้สึกเจ็บขณะทารกดูดนม
กิจกรรมการพยาบาล :
อธิบายถึงสาเหตุที่ทำให้หัวนมแตกคือการอุ้มทารกดูดนมไม่ถูกวิธี ลูกอมหัวนมไม่ลึกถึงลานนม เพื่อให้มารดา เข้าใจในการให้นมทารกที่ถูกวิธี
แนะนำให้บีบน้ำนมทาบริเวณหัวนมที่แตกแล้วปล่อยให้แห้งเอง แล้วค่อยใส่ยกทรงโดยใช้แผ่นซับน้ำนม หรือกี่ระดาษนุ่มรองในยกทรง เพื่อป้องกันการแตกของหัวนมเพิ่มขึ้น และช่วยในการสมานรอยแตกบนหัวนม
ฝึกให้แม่อุ้มทารกในท่าที่ถนัด และสบายก่อนให้ทารกดูดนม เพื่อลดความเจ็บปวดจากหัวนมแตก
สอนและช่วยจัดทำอุ้มให้ทารกดูดนมแม่ โดยการสอนท่าฟุตบอล เพราะจะทำให้ทารกอมหัวนมได้ลึกขึ้น
ให้ญาติและสามีเข้ามามีส่วนร่วมในการให้นมบุตร เช่นการบีบน้ำนมทาบริเวณที่หัวนมแตก
ข้อวินิจฉัย : เกิดภาวะหัวนมแตก
เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกาย
10 วันหลังคลอด มารดามีภาวะ postpartum blue
กิจกรรมการพยาบาล :
พยาบาลควรรับฟังปัญหาต่าง ๆ ของมารดาหลังคลอด (emotional support) พร้อมทั้งให้คำแนะนำ แก่ มารดาหลังคลอดและครอบครัว เพิ่มเติมหากพบว่ายังไม่สามารถดูแลตนเองได้
พยาบาลช่วยดูแลทารก (instrumental support) เมื่อมารดายังไม่พร้อมในการดูแลบัตรหรือพบว่ามี อารมณ์เศร้า (postpartum blues)
แนะนำกิจกรรมกลุ่มเพื่อให้มารดาที่เคยซึมเศร้าหลังคลอด มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ (informational support)
พยาบาลมีการวางแผนจำหน่าย (discharge plan) เพื่อการดูแลต่อเนื่อง
กิจกรรมส่งเสริมบทบาทบิดา :
สนับสนุนให้สามี หรือญาติมีส่วนร่วมในการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ขณะที่มารดาหลังคลอดพักอยู่ที่หน่วยงานหลังคลอด เพื่อที่จะสามารถดูแลมารดาหลังคลอดอย่างต่อเนื่องเมื่อกลับบ้าน
เน้นครอบครัวเป็นศูนย์กลางในการกำหนดแนวทางการวางแผน ก่อนจำหน่ายโดยให้สามีหรือญาติที่อยู่ใน ครอบครัวเดี่ยวกับมารดาหรือญาติ เข้าร่วมฟังการให้ความรู้ และสนับสนุนการเลี้ยงลูก
คุณพ่อควรพูดคุยกับลูกเบา ๆ ร้องเพลงหรือเล่านิทานให้ลูกฟัง จะเป็นการส่งเสริมพัฒนาการของลูก
ขณะแม่ให้นมลูก คุณพ่อควรดูแลให้คุณแม่อยู่ในท่าที่สบาย บางครั้งอาจช่วยนวดบริเวณไหล่หรือเสริมเครื่อง ดื่มให้คุณแม่บ้าง เพื่อให้แม่มีกำลังใจน้ำนมจะไหลมากขึ้น
เข้ารับฟังคำแนะนำการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ การปฏิบัติตัวหลังคลอด ร่วมกับแม่
V/S
BP 120/80 mmHg
ความดันของหญิงตั้งครรภ์รายนี้ปกติ โดยภายหลัง 48 ชั่วโมงหลังคลอด ค่าความดัน Systolic เเละ diastolic อาจสูงขึ้นหรือลดลงเล็กน้อย และจะกลับสู่ภาวะปกติประมาณวันที่ 4 หลังคลอด
กิจกรรมการพยาบาล :
ในช่วง 6 ชั่วโมงแรกหลังคลอด แนะนำไม่ให้หญิงตั้งครรภ์ลุกไปไหนมาไหนเอง เช่น ไปเข้าห้องน้ำเนื่องจากอาจจะทำให้ความดันโลหิตต่ำวิงเวียนศีรษะ และเป็นลมได้
แนะนำให้หญิงตั้งครรภ์ในการลุกขึ้นจากเตียงครั้งแรก ๆ หลีกเลี่ยงการลุกขึ้นแบบเปลี่ยนท่าทีันที่เช่น ลุกจากท่านอนหงายเป็นท่านั่งจะทำให้เกิดภาวะ Otthostatic
PR 100 bpm
แปลผล มากกว่าปกติ โดยปกติในช่วง สัปดาห์แรกหลังคลอด ชีพจรจะต่ำกว่าปกติ ค่าปกติคือ 50-60 bpm ที่เกิดจากการที่หลังคลอดรกแล้ว เลือดที่เคยไปเลี้ยงรกจะไหลกลับเข้าสู่หัวใจ ทำให้หัวใจเต้นช้าลงหรือชีพจรช้าลงนั่นเอง หากชีพจรสูงขึ้นบ่งบอก ว่าหญิงตั้งครรภ์รายนี้อาจจะมีภาวะติดเชื้อเสียเลือดีหรือภาวะ Shock
RR 18 bpm
แปลผล อัตรการหายใจของหญิงตั้งครรภ์รายนี้ปกติอยู่ในช่วง 12-20 bpm โดยอัตราการหายใจอาจจะช้าลงเล็กน้อย จากการลดขนาดของมดถูก มีผลทำให้กระบังลมเคลื่อนต่ำลง การขยายตัวของปอดดีขึ้นเรื่อยๆ อัตราการหายใจจะกลับเข้าสู่ ภาวะปกติ เท่ากับก่อนตั้งครรภ์ ในช่วงสัปดาห์ที่6-8หลังคลอด
BT 38 องศาเซลเซียส
แปลผล อุณหภูมิของหญิงตั้งครรภ์รายนี้ ปกติ Reactionary fever ค่าปกติ 3.8-3.9 องศาเซลเชียส ถ้าอุณหภูมิีสูงกว่า 38 องศานานเกิน 24 ชั่วโมง แสดงว่าอาจมีการติดเชื้อ
ไม่ถ่ายปัสสาวะ
Bladder full
ขัดขวางการหดตัวมดลูก
มดลูกหดรัดตัวไม่ดี
คลำพบลอนนิ่มบริเวณสะดือ
ข้อวินิจฉัย : เสี่ยงต่อการตกเลือดหลังคลอด
กิจกรรมการพยาบาล :
จัดให้อยู่ในบริเวณที่เข้าถึงได้ง่าย
วัดและลงบันทึกสัญญาณชีพหลังคลอดรกทุก 15 นาที ใน 1 ชั่วโมงแรก และทุก 30 นาทีในชั่วโมงที่สอง
ประเมิน และบันทึกการหดรัดตัวของมดลูก และเลือดที่ออกทางช่องคลอดในชั่วโมงที่สอง
ตรวจดูลักษณะโป่งนูนของกระเพาะปัสสาวะ
ดูแลให้คลึงมดลูกทุก 15 นาทีนาน 1 นาที เพื่อกระตุ้นการหดรัดตัวของมดลูก
ประเมินแผลฝีเย็บที่ 1 และ2 ชั่วโมงหลังคลอด ถ้าพบปัญหาให้ทำการแก้ไข
ให้ความรู้แก่มารดาหลังคลอดเรื่องการดูแล แผลฝีเย็บการสังเกตน้ำคาวปลา การให้นมบุตร
สังเกตสภาพทั่วไปของผู้คลอดก่อนย้ายไปตึกหลังคลอด และก่อนย้ายพยาบาลห้องคลอด ต้องประสานงานกับพยาบาลตึกหลังคลอด เพื่อส่งต่ออาการของ ผู้คลอดและรายละเอียดข้อมูลอื่น ๆ
สถานการณ์ที่ 3
นางสาวปภาวี สุขชาติ 61105136 Sec1 กลุ่ม2