Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
เครื่องกลเเละไฟฟ้าอย่างง่าย - Coggle Diagram
เครื่องกลเเละไฟฟ้าอย่างง่าย
เครื่องกล
พื้นเอียง :red_flag:
การยกวัตถุขึ้นในเเนวดิ่งและการลากวัตถุไปตามพื้นเอียงที่ไม่มีเเรงเสียดทานให้ได้ระยะความสูงเท่ากันระยะทางที่ลากวัตถุตามพื้นเอียงจะมากกว่าและเป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรง มีลักษณะเป็นไม้กระดานยาวเรียบ ใช้สำหรับพาดบนที่สูงเพื่อขนย้ายวัตถุขึ้นสู่ที่สูงโดยการลากหรือการผลัก
ล้อเเละเพลา :red_flag:
หลักการทำงานเมื่อเเรงกระทำต่อล้อให้หมุนก็จะทำให้เพลาหมุนพร้อมกันและทำให้วัตถุที่ติดกับเพลาเคลื่อนที่ไปด้วย
ล้อและเพลา เป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงประกอบด้วยวัตถุทรงกระบอก 2 อันติดกัน อันใหญ่เรียกว่าล้อ อันเล็กเรียกว่าเพลา ใช้เชือก 2 เส้น พันรอบล้อเส้นหนึ่ง อีกเส้นหนึ่งพันรอบเพลาโดยพันไปคนละทาง ปลายข้างหนึ่งของเชือกที่พันรอบเพลาผูกติดกับวัตถุ ปลายข้างหนึ่งของเชือกที่พันรอบล้อใช้สำหรับออกแรงดึง
คาน :red_flag:
มีหลักการทำงานโดยออกเเรงที่ปลายด้านหนึ่งเพื่อให้ใวัตถุที่ปลายอีกด้านหนึ่งเคลื่อนที่เเละมีอำนาจอย่างหนึ่งซึ่งสามารถทำให้หรือพยายามทำให้วัตถุเปลี่ยนภาวะจากการหยุดนิ่ง เป็นการเคลื่อนที่ หรือภาวะจากการเคลื่อนที่เป็นการหยุดนิ่ง หน่วยของแรง แรงมีหน่วยเป็นนิวตัน (N)
รอก :red_flag:
หลักการทำงานเมื่อดึงเชืแกให้เคลื่อนที่ลงด้วยระยะทางค่าหนึ่ง วัตถุจะเคลื่อนที่ขึ้นด้วยระยะทางที่เท่ากันเเรงที่กระทำต่อวัตถุจะเท่ากับน้ำหนักของวัตถุเเละรอกเป็นเครื่องกลที่ใช้สำหรับยกของขึ้นที่สูงหรือหย่อนลงไปในที่ต่ำ รอกมีลักษณะเป็นล้อมหมุนได้คล่องรอบตัว และมีเชือกพาดล้อสำหรับยกตัวและดึงวัตถุ ละทำให้วัตถุที่ติดกับเพลาเคลื่อนที่ไปด้วย
ลิ่ม :red_flag:
ลิ่มมีลักษณะเป็นสามเหลี่ยมใช้สำหรับเเยกวัตถุออกจากกันโดยออกเเรงที่ฐานสามเหลี่ยม ให้ลิ่มเข้าไปในเนื้อวัตถุเเล้วทำให้วัตถุเเยกออกจากันเเละลิ่มเป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงรูปร่างคล้ายขวาน ใช้สำหรับตอกลงในเนื้อวัตถุเพื่อให้เนื้อวัตถุแยกออกจากกัน
สกูล :red_flag:
สกูรเป็นเครื่องกลที่ออกเเรงปลายคานเพื่อทำให้เกลียวหมุน เมื่แหมุนครบ1รอบจำทำให้เกลียวหมุนได้1รอบเป็นเครื่องกลที่ช่วยผ่อนแรงมีรูปร่างคล้ายบันไดเวียนวนรอบแกนอันหนึ่ง สกรูใช้สำหรับยกวัตถุหนักๆ ขึ้นสูงๆ โดยแรงความพยายามเคลื่อนที่เป็นวงกลมขณะที่แรงความต้านทานเคลื่อนที่ขึ้นลงในแนวดิ่ง
มอเตอร์ :red_flag:
การทำงานปกติของมอเตอร์ไฟฟ้าส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานร่วมกันระหว่างสนามแม่เหล็กของแม่เหล็กในตัวมอเตอร์ และสนามแม่เหล็กที่เกิดจากกระแสในขดลวดทำให้เกิดแรงดูดและแรงผลักของสนามแม่เหล็กทั้งสอง ในการใช้งานตัวอย่างเช่น ในอุตสาหกรรมการขนส่งใช้มอเตอร์ฉุดลาก เป็นต้น นอกจากนั้นแล้ว มอเตอร์ไฟฟ้ายังสามารถทำงานได้ถึงสองแบบ ได้แก่ การสร้างพลังงานกล และ การผลิตพลังงานไฟฟ้า
มอเตอร์กระเเสตรง :black_flag:
มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง เป็นต้นกำลังขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างหนึ่งในโรงงานอุตสาหกรรมเพราะมีคุณสมบัติที่ดีเด่นในด้านการปรับความเร็วได้ตั้งแต่ความเร็วต่ำสุดจนถึงสูงสุด นิยมใช้กันมากในโรงงานอุตสาหกรรม เช่นโรงงานทอผ้า โรงงานเส้นใยโพลีเอสเตอร์ โรงงานถลุงโลหะหรือให้ เป็นต้นกำลังในการขับเคลื่อนรถไฟฟ้า เป็นต้นในการศึกษาเกี่ยวกับมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงจึงควรรู้จัก อุปกรณ์ต่าง ๆ ของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงและเข้าใจถึงหลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงแบบต่าง ๆ
มอเตอร์กระเเสสลับ :black_flag:
เป็นเครื่องกลไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล ส่วนที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าคือขดลวดในสเตเตอรืและส่วนที่ทำหน้าที่ให้พลังงานกล คือ ตัวหมุนหรือโรเตอร์ ซึ่งเมื่อขดลวดในสเตเตอร์ได้รับพลังงานไฟฟ้าก็จะสร้างสนามแม่เหล็กขึ้นมาในตัวทที่อยู่กับที่หรือสเตเตอร์ ซึ่งสนามแม่เหล็กที่เกิดขึ้นนี้จะมีการเคลื่อนที่หรือหมุนไปรอบ ๆ สเตเตอร์ ในขณะที่สนามแม่เหล็กเคลื่อนที่ไปสนามแม่เหล็กจากขั้วเหนือก็จะพุ่งเข้าหาขั้วใต้ ซึ่งจะไปตัดกับตัวนำที่เป็นวงจรปิดหรือขดลวดกรงกระรอกของตัวหมุนหรือโรเตอร์ ทำให้เกิดการเหนี่ยวนำของกระแสไฟฟ้าขึ้นในขดลวดของโรเตอร์ ซึ่งสนามแม่เหล็กของโรเตอร์นี้จะเคลื่อนที่ตามทิศทางการเคลื่อนที่จองสนามแม่เหล็กที่สเตเตอร์ ก็จะทำให้โรเตอร์ของมอเตอร์เกิดจะพลังงานกลสามารถนำไปขับภาระที่ต้องการหมุนได้
เฟือง :red_flag:
เป็นชิ้นส่วนเครื่องกลที่มีรูปร่างเป็นจานแบนรูปวงกลม ตรงขอบมีลักษณะเป็นแฉก (เรียกว่าฟันเฟือง) ซึ่งสามารถนำไปประกบกับเฟืองอีกตัวหนึ่ง ทำให้เมื่อเฟืองตัวแรกหมุน เฟืองตัวที่สองจะหมุนในทิศทางตรงกันข้าม เกิดเป็นระบบส่งกำลังขึ้น
เเบตเตอร์รี่ :red_flag:
เป็นอุปกรณ์ที่ประกอบด้วย เซลล์ไฟฟ้าเคมี หนึ่งเซลล์หรือมากกว่า ที่มีการเชื่อมต่อภายนอกเพื่อให้กำลังงานกับอุปกรณ์ไฟฟ้า[1] แบตเตอรี่มี ขั้วบวก (อังกฤษ: anode) และ ขั้วลบ (อังกฤษ: cathode) ขั้วที่มีเครื่องหมายบวกจะมีพลังงานศักย์ไฟฟ้าสูงกว่าขั้วที่มีเครื่องหมายลบ ขั้วที่มีเครื่องหมายลบคือแหล่งที่มาของอิเล็กตรอนที่เมื่อเชื่อมต่อกับวงจรภายนอกแล้วอิเล็กตรอนเหล่านี้จะไหลและส่งมอบพลังงานให้กับอุปกรณ์ภายนอก เมื่อแบตเตอรี่เชื่อมต่อกับวงจรภายนอก สาร อิเล็กโทรไลต์
LED :red_flag:
คือไดโอดเปล่งแสง ย่อมาจากคําว่า (Light-Emitting Diode) สามารถเปล่งแสง ออกมาได้ แสงที่เปล่งออกมาประกอบด้วย คลื่นความถี่เดียว และเฟสต่อเนื่องกัน ซึ่ง ต่างกับแสงธรรมดาที่ตาคนมองเห็น
หลอด LED สามารถเปล่งแสงได้เมื่อจ่าย กระแสไฟฟ้าเข้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้น และ ประสิทธิภาพในการให้แสงสว่างก็ยังดีกว่า หลอดไฟขนาดเล็กทั่วๆ ไป.
LDR :red_flag:
การทำงานของ LDR เพราะว่าเป็นสารกึ่งตัวนำ เวลามีแสงตกกระทบลงไปก็จะถ่ายทอดพลังงาน ให้กับสาร ที่ฉาบอยู่ ทำให้เกิดโฮลกับอิเล็กตรอนวิ่งกันพล่าน. การที่มีโฮล กับอิเล็กตรอนอิสระนี้มากก็เท่ากับ ความต้านทานลดลงนั่นเอง ยิ่ง ความเข้มของแสงที่ตกกระทบมากเท่าไร ความต้านทานก็ยิ่งลดลงมากเท่านั้น
การนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน
พื้นเอียง :red_flag: เช่นสไลเดอร์ กระดานต่อรถบรรทุกลงโรงสีข้าว รางเอียงในสายพานผลิต
คาน :red_flag: เช่นกรรไกร ไม้พาย กรรไกรตัดเล็บ คีมตัดลวด :
ลิ่ม :red_flag: เช่น สิ่ว ขวาน มีด ตะปู
สกูร :red_flag: เช่น ตะปูควง นอต เกลียวขวดต่าง ๆ
ล้อเเละเพลา :red_flag: เช่นล้อยานพาหนะ รถเข็นต่างๆ ล้อเลื่อนประตูหน้าต่างบนราง ขาเก้าอี้ทำงาน
รอก :red_flag: เช่น ธงชาติ ปั้นจั่นตอกเสาเข็ม
มอเตอร์ :red_flag: เช่น พัดลมไฟฟ้า
เเบตเตอร์รี่ :red_flag: เช่น รถยนต์ ที่ชาตเเบตสำรอง :
LED :red_flag: เช่น หลอดไฟต่างๆ
LDR :red_flag: เช่น เครื่องรับวิทยุ, โทรทัศน์,เครื่องขยายเสียง
เฟือง :red_flag: ใช้ในการส่งกำลังการหมุนจากเพลาหนึ่งไปยังอีกเพลาหนึ่ง