Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
การประเมินสุขภาพทารกในครรภ์ - Coggle Diagram
การประเมินสุขภาพทารกในครรภ์
Clinical assessment
1. ซักประวัติ
ประวัติส่วนตัว
ประวัติครอบครัว
ประวัติความเจ็บป่วยในอดีต
ประวัติการตั้งครรภ์และการคลอดในอดีต
ประวัติการใช้ยาและแพ้ยา
2. ชั่งน้ำหนักมารดา
ก่อนท้อง BMI ปกติ 19.8-26.0
ไตรมาสแรก : เพิ่ม 1.6 kg
ไตรมาส 2 และ 3 : 0.44 kg
ตลอดการคลอด : 11.5-16 kg
ก่อนท้อง BMI < 19.8
ไตรมาสแรก : เพิ่ม 2.3 kg
ไตรมาส 2 และ 3 : 0.49 kg
ตลอดการคลอด : 12.5-18 kg
ก่อนท้อง BMI > 26-29
ไตรมาสแรก : เพิ่ม 0.9 kg
ไตรมาส 2 และ 3 : 0.3 kg
ตลอดการคลอด : 7-11.5 kg
ครรภ์แฝด
ไตรมาสแรก : เพิ่ม 1.6 kg
ไตรมาส 2 และ 3 : 0.75 kg
ตลอดการคลอด : 16-20.5 kg
3. การวัดระดับยอดมดลูก
3.1 การคลำความสูงยอดมดลูก
12 wks : 1/3 > หัวหน่าว
16 wks : 2/3 > หัวหน่าว
20 wks : สะดือ
24 wks : 1/4 > สะดือ
28 wks : 2/4 (-) > หัวหน่าว
32 wks : 2/4 (+) > หัวหน่าว
36 wks : 3/4 > สะดือ
38-40 wks : 3/4 (-) > สะดือ ครรภ์แรกจากท้องลด
38-40 wks : 3/4 (+) > สะดือ กรณีหลังท้อง
3.2 Mc Donald
อายุครรภ์ (wks) : ค.สูงของมดลูก (ซม) x 8/7 หรือ
อายุครรภ์ (เดือน) : ค.สูงของมดลูก (ซม) x 2/7
ถ้า ค่าที่ได้ >/< ที่คำนวณได้ 3 ซม =
ผิดปกติ
4. Fetal heart rate : FHR
(ตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจทารก)
5. Fetal movement count : FMC
(การตรวจนับจำนวนทารกในครรภ์ดิ้น)
5.1 Cardift count to ten
นับการดิ้นต่อเนื่องจนครบ 10 ครั้ง ใน 4 ชม.
เริ่มนับเมื่อครรภ์ 32 wks
5.2 Sadovsky
นับวันละ 3 ครั้งๆละ 1 ชม. pc tid
ผลรวม 3 เวลา >= 10 ครั้ง
แปลผล : สุขภาพทารกปกติ
Biochemical measurement
1. Maternal serum alpha-fetoprotein screening : MSAFP
(คัดกรองจากเลือดมารดา)
เมื่ออายุครรภ์ 15 wks
ค่าปกติ AFP = 2.5 MoM (multiple of median)
ถ้า > 2.5 เสี่ยงมีท่อประสาทเปิด (neural tube defects)
ถ้า < 2.5 เสี่ยงกลุ่มดาวน์ (Down syndrome)
2. Chorionic villus samping : CVS
(ดูดเนื้อเยื่อรกเพื่อหาโครโมโซม)
2.1 Transcervical chorionic villus sampling
ทำเมื่ออายุครรภ์ 10-14 wks
2.2 Transabdominal chorionic villus sampling
3. Fetal blood sampling
(เก็บตัวอย่างเลือดทารกในครรภ์)
ไม่นิยมทำ
ตรวจ Thalassemia
ภาวะทารกบวมน้ำ ( hydrops fetalis)
การติดเชื้อไวรัส
4. ตรวจระดับ Estriol ในเลือด
และปัสสาวะจากมารดา
ระดับ E3 จะเพิ่มเร็วในอายุครรภ์ 35-36 wks.
สูงคงที่ 40 wks.
ตรวจได้ตั้งแต่ 28-32 wks. เป็นต้นไป
การแปลผล
E3 อยู่ในช่วง 2SD ของแต่ละ wks. = ทารกปกติดี (reassuring)
E3 อยู่ต่ำกว่าช่วง 2SD ของแต่ละ wks. = ไม่อาจรับประกันว่าทารกปกติ
(nonreassuring)
ผลทางบวกจากปัจจัยกระตุ้น
ใช้ยาปฏิชีวนะ
ใช้ยาสเตียรอยด์
5. การตรวจ Human placenta lactogen
เริ่มสร้างในสัปดาห์ที่ 3 หลังการตกไข่
ระดับจะสูงสุดเมื่อ GA 36-37 wks.
6. การเจาะน้ำคร่ำ
6.1 ตรวจโครโมโซมเพื่อประเมินกลุ่มดาวน์
เมื่ออายุครรภ์ 15-18 wks.
6.2 Lung maturity test
(ทดสอบความสมบูรณ์ของปอดทารกในครรภ์)
เมื่ออายุครรภ์ 36-37 wks.
เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดภาวะ
respiratory distress syndrome (RDS)
6.2.1 การวัดอัตราส่วนของ Lecithin / Sphingomyelin
ต้อง >/= 2:1 แสดงว่าปอดทารกสมบูรณ์
6.2.2 Shake / Foam stability index
ตรวจพบหลอดทดลอง 3 ใน 5 หลอดมีฟองอากาศ
6.2.3 การตรวจหาสาร Phosphatidylglycerol
ค่า PG ในน้ำคร่ำ > ร้อยละ 9-10 ของสารตึงผิว
การพยาบาลหลังเจาน้ำคร่ำ
ให้นอนพัก 15-30 นาที
สังเกตอาการผิดปกติ เช่น ปวดท้อง เลือดออก
Biophysical assessment
ศัพท์ที่เกี่ยวข้อง
1. Baseline fetal heart sound
เฉลี่ย 110-160 bpm. ใน 10 นาที
Tachycardia > 160 bpm
Bradycardia < 110 bpm
2. Variability : อัตราการเต้นของหัวใจทารกที่เปลี่ยนแปลง
Absent : ไม่เห็นการเปลี่ยนแปลงของ amplitude
Minimal : เปลี่ยน 0-5 bpm
Moderate : เปลี่ยน 6-25 bpm (ปกติ)
Marked : เปลี่ยน > 25 bpm
3. Acceleration : การเพิ่มขึ้นของ FHS
มากกว่า= 32 wks. FHS สูงจาก baseline > 10 bpm ใน 10 วินาที (ปกติ)
น้อยกว่า= 32 wks. FHS สูงจาก baseline > 15 bpm ใน 15 วินาที
4. Deceleration : การลดลงของ FHR
1. ระยะตั้งครรภ์ (Antepartum)
1.1 Non stress test : NST
ดูอัตราการเต้นหัวใจทารกเมื่อเคลื่อนไหว
ข้อบ่งชี้การทำ NST
ทารกดิ้นน้อย
ตั้งครรภ์เกินกำหนด
ทารกโตช้าในครรภ์
มีภาวะแทรกซ้อนร่วมการตั้งครรภ์
ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
ตั้งครรภ์แฝด
มีภาวะ Rh isoimmunization
อายุ > 35 ปี
มีประวัติทารกตายในครรภ์
การพยาบาล
อธิบายเหตุผลและขั้นตอนการทำ NST
ให้ถ่ายปัสสาวะก่อนตรวจ
สร้างสัมพันธภาพ
นอนท่าศีรษะสูง 30 องศา / นอนตะแคง
ตรวจหาหลังเด็กด้วย Leopold maneuver คาดสายรัดหน้าท้องโดยให้หัว ultrasonic transducer วางตำแหน่งที่ฟังเสียงหัวใจทารกได้ชัดเจน
แนะนำกดปุ่ม fetal movement marker เมื่อรู้สึกว่าทารกดิ้น /เคลื่อนไหว
กรณีต้องประเมินการหดรัดตัวมดลูก ให้คาดหน้าท้องบริเวณยอดมดลูกด้วย toco transducer เพื่อบันทึกระยะเวลา ความถี่ห่างและความรุนแรงของการหดรัดตัว
เปิดเครื่องบันทึกการเต้นหัวใจลงกราฟนาน 20 นาที
ถ้าทารกไม่ดิ้น ให้กระตุ้นด้วย fetal acoustic stimulator
การแปลผล
Reactive (ปกติ)
Preg. >= 32 wks. FHR เพิ่มขึ้น > 15 bpm. นาน 15 วินาที
เมื่อทารกเคลื่อนไหวอย่างน้อย 2 ครั้งใน 20 นาที
Baseline ระหว่าง 110-160 bpm
Preg. < 32 wks. FHR เพิ่มขึ้น > 10 bpm. นาน 10 วินาที
เมื่อทารกเคลื่อนไหวอย่างน้อย 2 ครั้งใน 20 นาที
Baseline ระหว่าง 110-160 bpm
Non-reactive (ผิดปกติ)
ไม่พบการเปลี่ยนแปลงของ FHS
เมื่อทารกเคลื่อนไหวภายใน 40 วินาที
Baseline variability ลดลงหรือหายไป
สาเหตุ
ทารกหลับนาน 20-75 นาที ให้กระตุ้นด้วย fetal acoustic stimulator และบันทึกต่อไปอีก 20 นาที
ทารกอายุครรภ์น้อยจากประสาทส่วนกลางยังพัฒนาไม่สมบูรณ์
Suspicious (ทารกอาจผิดปกติ)
มีการเพิ่มของ FHS < 2 ครั้ง / อัตราเพิ่มขึ้น < 15 bpm.
อยู่สั้นกว่า 15 วินาที เมื่อทารกเคลื่อนไหว
ทดสอบซ้ำใน 24-48 ชม.
๊Uninterpretable (อ่านผลไม่ได้)
มดสอบซ้ำใน 24 ชม. หรือตรวจด้วยวิธีอื่น
1.2 Contraction stress test : CST
ดูการเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นหัวใจทารก
เมื่อมดลูกหดรัดตัว
ข้อห้ามในการตรวจ
มีประวัติผ่าคลอด
มีประวัติเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
มีครรภ์แฝด
มดลูกรูปร่างผิดปกติ / รกเกาะต่ำ /
ถุงน้ำคร่ำแตกก่อนกำหนด
การพยาบาล
สร้างสัมพันธภาพ
อธิบายเหตุผลและขั้นตอนการตรวจ
จัดท่า semi-fowler position เพื่อป้องกัน
supine hypotensive syndrome
เตรียมให้ oxytocin 5 ยูนิต ในน้ำเกลือ 500 ml อัตรา 5-10 หยด/นาที จนมดลูกหดรัดตัว 3 ครั้ง ใน 10 นาที นานครั้งละ 40-60 วินาที
อาจให้การกระตุ้นหัวนม (nipple stimulation)
ประเมิน FHR เมื่อมดลูกหดรัดตัวและ
รายงานผลการตรวจให้แพทย์ทราบ
หลังการตรวจ ติดตามการหดรัดตัวมดลูกทุก 10 นาที
เพื่อป้องกันการคลอดก่อนกำหนด
การแปลผล
Negative
(สุขภาพดี)
มดลูกหดรัดตัว 3 ครั้งใน 10 นาที
โดยไม่มี late deceleration
Positive
(เริ่มไม่ค่อยดี)
มี late deceleration
Suspicious
มี late deceleration
แต่ไม่เกิดขึ้นทุกครั้ง
Unsatisfactory
ไม่สามารถอ่านผล FHR ได้
มดลูกหดรัดตัว< 3ครั้งใน 10 นาที
1.3 Fetal biophysical profile : BPP
ตรวจโดย ultrasound
ไม่ค่อยใช้
1.3.2 การเคลื่อนไหวของทารกทั้งร่างกาย
(gross body movement : FM)
1.3.3 กำลังกล้ามเนื้อของทารก
(fetal tone : FT)
1.3.1 การหายใจของทารก
(fetal breathing movement : FBM)
1.3.4 การที่หัวใจทารกตอบสนอง
เมื่อทารกเคลื่อนไหว
(reactive fetal heart sound : FHS)
1.3.5 ปริมาณน้ำคร่ำ
(amniotic fluid volume)
2. ระยะคลอด
2.1 External fetal monitoring (EFM)
การอ่านผล
การ identify ชื่อผู้ป่วย วันที่และเวลา
ดูลักษณะ FHR &
Uterine contraction
FHR baseline
Variability
Acceleration
Deceleration
Early deceleration
FHR ค่อยๆลดลงและกลับสู่
Baseline ปกติ สัมพันธ์กับการหดรัดตัว
Late deceleration
FHR ค่อยๆลดลงและกลับสู่
Baseline ปกติ ไม่สัมพันธ์กับการหดรัดตัว
เกิดตามหลังการหดรัดตัวที่สูงที่สุด
พบใน Utero-placental insufficiency
Variable deceleration
FHR ลดลงต่ำกว่า baseline > 15 bpm
นานกว่า 15 วินาทีแต่น้อยกว่า 2 นาที
onset / ความลึก / ระยะเวลา ไม่สัมพันธ์กับการหดรัดตัว
เกิดจากสายสะดือของทารกถูกกด(cord compression)
2.2 Internal fetal monitoring
(IFM)
สรุป Fetal heart rate patterns
Late decelerations
FHR เป็นรูป U-shaped
อัตราการเต้นหัวใจทารกเริ่มช้าลง
กลับคืนปกติเมื่อมดลูกไม่หดตัว
Mild late decelerations
จากการตอบสนองของระบบประสาท
ส่วนกลางต่อการขากออกซิเจน
Severe late decelerations
ผลจากการกดการทำงานของ
กล้ามเนื้อหัวใจโดยตรง
ร่างกายทารกจะมี pH ต่ำลงและเสี่ยง
ภาวะทุพพลภาพและการตายก่อนกำเนิด
Late decelerations ที่ไม่มี variability
สภาวะเลือดเป็นกรดในทารกซึ่ง
กำลังเกิดขึ้นในเวลาไม่นาน