Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
Stroke (อาการและอาการแสดง ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อาจมีตั้งแต่อาการเล็กน้…
Stroke
อาการและอาการแสดง
ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดสมอง อาจมีตั้งแต่อาการเล็กน้อยจนถึงรุนแรงมาก บางครั้งอาจมีหลายอาการเกิดขึ้นพร้อมกัน ทั้งนี้ขึ้นกับความรุนแรง และตำแหน่งสมองส่วนที่ขาดเลือดนั้นๆ อาการของโรคหลอดเลือดสมองโดยทั่วไป มีดังนี้
ซึมเศร้า บุคลิกภาพเปลี่ยน ควบคุมอารมณ์ไม่ได้
พูดไม่ได้ พูดไม่ชัด พูดอ้อแอ้ พูดผิด ไม่เข้าใจภาษาอย่างเฉียบพลัน ไม่เข้าใจคำพูดผู้อื่น
ปากเบี้ยว ลิ้นแข็ง ควบคุมลิ้นไม่ได้
ควบคุมการขับถ่ายอุจจาระ ปัสสาวะไม่ได้
มีอาการเวียนศีรษะเฉียบพลัน ปวดศีรษะอย่างรุนแรง
สูญเสียความรู้สึกทางประสาทสัมผัส เช่น ไม่รู้การเจ็บปวด ร้อน เย็น
มีอาการอ่อนแรง หรือสูญเสียการเคลื่อนไหว แขนขาซีกใดซีกหนึ่ง
หมดสติ
4.ปัญหาเรื่องการทรงตัว การประสานการทำงานของกล้ามเนื้อ กล้ามเนื้อเกร็ง
มีปัญหาการมองเห็นผิดปกติ หรือแปลภาพที่เห็นไม่ชัด
มีอาการสับสน
มีอาการชาที่บริเวณ หน้า แขน ขา ข้างใดข้างหนึ่งอย่างเฉียบพลัน
การรักษาด้วยยา
การให้ยาต้านเกล็ดเลือด
Aspirin เป็นยาต้านเกล็ดเลือดชนิดเดียวที่มีหลักฐานสนับสนุนว่าได้ผลในการป้องกันภาวะหลอดเลือดอุดกั้นซ้ำในระยะเฉียบพลัน แนะนำให้รับประทาน aspirin ขนาด 325 มิลลิกรัม วันละครึ่งถึงหนึ่งเม็ดทันที ถ้าไม่มีข้อห้าม
การให้ยากลุ่ม Neuroprotectant เป็นกลุ่มที่ใช้ป้องกันการตายของเชลล์ จาก secondary injury ที่มีสาเหตุจาก stroke
2.การให้ยาต้านเลือดแข็งตัว
การให้ยาต้านเลือดแข็งตัว ได้แก่ heparin ไม่สามารถป้องกันการเกิดหลอดเลือดสมองอุดกั้นซ้ำในระยะแรกได้การให้ยาต้านเลือดแข็งตัว ยังไม่มีข้อมูลสนับสนุนหรือคัดค้าน ได้แก่ ผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายที่มีลิ่มเลือดที่ผนังภาวะ atrial fibrillation ลิ่มเลือดหลุดจากหัวใจจากการใช้ลิ้นหัวใจเทียมชนิดโลหะ ผู้ป่วยที่มีอาการของหลอดเลือดสมองตีบแคบทั้งส่วนที่อยู่นอกและในกะโหลกศีรษะ
การรักษาภาวะสมองบวม โดยการให้ยา steroid manitol ยาขับปัสสาวะ เช่น lasix และการจำกัดน้ำดื่ม
1.การให้ยาละลายลิ่มเลือด (Trombolytic therapy)
เมื่อเกิดการอุดกั้นที่หลอดเลือดสมอง เนื้อสมองบางส่วนจะขาดเลือดจนตายไปเลย บางส่วนขาดเลือดจนไม่สามารถทำงานได้ ถ้าสามารถแก้ไขให้เลือดกลับมาไหลเวียนได้อย่างเพียงพอด้วยการให้ยาละลายลิ่มเลือด เยื้อสมองส่วนนี้จะสามารถกลับมาทำงานได้อีก ยาละลายลิ่มเลือดที่ใช้ได้ผล ได้แก่ Recombinant tissue Plasminogen Activator (R t-PA)
การรักษาความดันโลหิตสูง โดยการให้ยาลดความดันและคำแนะนำการปฏิบัติตัว
สาเหตุ
3.หลอดเลือดสมองอักเสบ
4.โรคเลือดบางชนิด
2.โรคหัวใจ ลิ่มเลือดจากหัวใจไปอุดตันที่สมอง (ลิ้นหัวใจผิดปกติ, เต้นผิดจังหวะ)
5.การบาดเจ็บของหลอดเลือด
Atherosclerosis มีไขมันและหินปูน มีการเสื่อมของผนังหลอดเลือด platlet มาเกาะกลุ่มกันตรงที่มีไขมันเกาะทำให้ยิ่งอุดตัน
การพยาบาล
ป้องกันภาวะแทรกช้อนต่างๆที่อาจเกิดขึ้น เพื่อส่งเสริมสุขภาวะของผู้ป่วยและลดระยะเวลานอนในโรงพยาบาล
ดูแลเรื่องการระบายอากาศ การหายใจ อาหาร ความสะอาด การขับถ่าย การพักผ่อน การเคลี่อนย้าย การพลิกตะแคงตัว เพื่อส่งเสริมการฟื้นตัวของผู้ป่วย
สังเกตและบันทีกอาการปลี่ยนแปลง และรายงานความผิดปกติ ให้แพทย์ทราบเพื่อการช่วยเหลือได้ทันท่วงที
ฟื้นฟูสภาพร่างกายให้กลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็ว เพี่อลดและป้องกันความพิการที่อาจเกิดขึ้น
1.ส่งเสริมการรักษาให้ได้ผลดีที่สุด เพื่อให้ผู้ป่วยปลอดภัยและมีการฟื้นฟูที่ดี
การตรวจวินิจฉัย
การตรวจร่างกาย
2.1การตรวจร่างกายทั่วไป
การตรวจร่างกายในระบบต่างๆ
2.2 การตรวจร่างกายทางระบบประสาท
การประเมินระดับความรู้สีกตัว การประเมิน neurological sign ได้เเก่ GCS, pupil reaction และ motor power
การตรวจพิเศษต่างๆ
CT brain, MRI, Angiogram, EEG, CXR. EKG
การซักประวัติ
อาการสำคัญ
ประวัติการเจ็บป่วยในอดีต
มีโรคประจำตัวหรือไม่ ประวัติการรักษาพยาบาล หรือประวัติการเกิดอุบัติเหตุ
ประวัติการเจ็บป่วยในครอบครัว
ประวัติการเจ็บป่วยเป็นโรคหลอดเลือดสมองของบุคคลในครอบครัว หรือโรคอื่นๆที่เกี่ยวข้อง
ประวัติการเจ็บป่วยปัจจุบัน
วัน เวลาที่เกิดอาการ อาการที่เกิดขึ้น สถานที่เกิดอาการ กิจกรรมที่ผู้ป่วยกำลังทำอยู่ ลักษณะของอาการที่เกิดขึ้น เช่น เกิดทันทีทันใด หรือค่อยๆเป็นมากขึ้น ความรุนแรง ตำเหน่งของร่างกายที่มีอาการ อาการที่เป็นลดลงมากขึ้นหรือเท่าเดิม
การตรวจทางห้องปฏิบัติการ
การตรวจเลือด
CBC, BS, Electrolyte, Cholesterol, Triglyceride, HDL, LDL, BUN, Cr
การตรวจปัสสาวะ
U/A-MUC
การวางแผนการจำหน่ายผู้ป่วย
รักษาภาวะแทรกซ้อน เช่น ภาวะข้อยึดติด ภาวะซึมเศร้า เป็นต้น
3.ป้องกันไม่ให้ระดับความสามารถถดถอย สาเหตุของการถดถอยส่วนใหญ่เกิดจากปัญหาในการปรับตัวหรือความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องของญาติและผู้ดูแลที่คิดว่าผู้ป่วยช่วยเหลือตนเองไม่ได้จำเป็นต้องได้รับการช่วยเหลือ
แก้ไขปัจจัยเสี่ยงที่อาจจะทำให้เป็นโรคหลอดเลือดสมองซ้ำ
สุขภาวะและการปรับตัวของครอบครัวและผู้ดูแล