Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
EFM (Electric Fetal Monitoring) (1.การตรวจ NST (Non stress test)…
EFM (Electric Fetal Monitoring)
ความสำคัญ
สามารถตรวจวินิจฉัยว่าทารกในครรภ์ รายใดมีภาวะเครียด (fetal stress) หรือ มีภาวะคับขัน(fetal distress) ได้อย่างรวดเร็ว และถูกต้อง ทำให้สามารถเลือกแนวทางการดูแลรักษาได้อย่างเหมาะสม
เมื่อผลการตรวจเป็นปกติ (reassuring test) สามารถที่จะยืนยันได้ว่าทารกในครรภ์มีสุขภาพดีได้ช่วงระยะเวลาหนึ่ง 3.สามารถลดอัตราทุพพลภาพ อัตราตายปริกำเนิด และความพิการของทารกแรกเกิด ซึ่งเป็นผลจากภาวะขาดออกซิเจนในระหว่างคลอดลงได้ รวมทั้งช่วยลดการทำหัตถการที่ไม่จำเป็น
1.การตรวจ NST (Non stress test)
ทารกในครรภ์ที่มีสุขภาพดี จะมีอัตราการเต้นของหัวใจอยู่ในเกณฑ์ปกติ และตอบสนองต่อการกระตุ้นของระบบประสาทส่วนกลาง
ในลักษณะที่สมดุล เช่น การเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์เป็นการกระตุ้นระบบเป็นประสาทซิมพาเทติคส์ อัตราการเต้นของหัวใจเร็วขึ้น หรือการเปลี่ยนแปลงปริมาณออกซิเจนในกระแสเลือดนับเป็นการกระตุ้นของระบบประสาทส่วนพาราซิมพาเทติค จะมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจเช่นกัน
ข้อบ่งชี้ในการตรวจ
1.สตรีตั้งครรภ์ที่รู้สึกทารกดิ้นน้อยลง
2.การตั้งครรภ์เกินกำหนด
3.ทารกในครรภ์มีภาวการณ์เจริญเติบโตช้า
4.สตรีตั้งครรภ์มีภาวะแทรกซ้อน เช่น
ความดันโลหิตสูง หรือเป็นโรคเบาหวาน
5.อายุ 35 ปีขึ้นไป
หลักการ
1.อายุครรภ์ที่เหมาะสมในการตรวจคือ 30-32 สัปดาห์
2.เครื่องมือที่ใช้ในการตรวจได้แก่ Tocotransducer สำหรับวัดการหดรัดตัวของมดลูก Ultrasound transducer สำหรับบอกอัตราการเต้นของหัวใจทารก Marker กดเมื่อรู้สึกว่าทารกในครรภ์ดิ้น Papergraph แผ่นกราฟบันทึกอัตราการเต้นของหัวใจทารกการหดรัดตัวของมดลูก และเครื่องหมายแสดงการดิ้นของทารก
3.การตรวจ NST มิได้ใส่เครื่องมือใดๆเข้าสู่ร่างกาย ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวด แต่จะมีการติดตั้งเครื่องมือกับร่างกายของสตรีตั้งครรภ์ เพื่อบันทึกการเต้นของหัวใจและการเคลื่อนไหวของทารกในครรภ์
การแปลผล
ผลลบ (Non Reactive NST)
ในการตรวจทดสอบไม่พบการเปลี่ยนแปลงของอัตราการเต้นของหัวใจทารกในครรภ์ในขณะที่มีการเคลื่อนไหว หรือทารกไม่มีการเคลื่อนไหวในระยะเวลานาน 40 นาที อัตราการเต้นของหัวใจพื้นฐานน้อยกว่าค่าปกติ หรือตรวจไม่พบ
ในกรณีที่มีการเปลี่ยนแปลงอัตราการเต้นของหัวใจ แต่ไม่ได้เป็นไปตามลักษณะดังกล่าว ในผลการตรวจเป็นบวก ควรตรวจสอบซ้ำภายใน 24-48 ชั่วโมงหรือทำการ
ตรวจสอบด้วยวิธีอื่นๆ เช่นการตรวจ CST
ผลบวก (Reactive NST)
แสดงอัตราการเพิ่มของอัตราการเต้นของหัวใจมารกในครรภ์เมื่อทารกมีการเคลื่อนไหวมากกว่า 15 ครั้ง/ นาที และคงอยู่นานอย่างน้อย 15 วินาที ลักษณะเช่นนี้พบอย่างน้อย 2 ครั้งในช่วงระยะเวลานาน 20 นาทีติดต่อกัน โดยมีอัตราการเต้นของหัวใจเป็นพื้นฐาน เท่ากับอัตราปกติคือ 120-160 ครั้ง/นาที การเพิ่มของอัตราการเต้นของหัวใจลักษณะเช่นนี้เรียกว่า fetal heartrate acceleration ซึ่งนับเป็นภาวะปกติ
การตรวจ CST (Contraction stress test)
ข้อบ่งชี้
1.ทำ NST ได้ผล Non Reactive
2.มารดาตั้งครรภ์เกินกำหนด
3.มีการเร่งการเจ็บครรภ์โดยใช้ยาเร่งคลอด
การแปลผล
Negative Contraction stress test
คือไม่พบ deceleration ของ FHR ในช่วง 3 Contraction ใน 10 นาที
Positive Contraction stress test
คือพบ latedeceleration มากกว่า 50%ของจำนวนครั้งการหดรัดตัวมดลูก ใน 10 นาที
Deceleration มี 3 แบบดังนี้
Early deceleration
นิยาม: การลดลงของ FHR และ กลับเข้าสู่ baselineอย่างค่อยเป็นค่อยไป (gradual onset) โดยมี
ระยะเวลาตั้งแต่เริ่มลดลงจนถึงจุดต่ำสุด น้อยกว่า 15 วินาที
สาเหตุ: เกิดจากการกดศีรษะของทารก
Late deceleration
นิยาม: การลดลงของ FHR และ กลับเข้าสู่ baselineอย่างค่อยเป็นค่อยไป (gradual onset) โดยเริ่มมีการลดลงของ FHR ในช่วงหลังของการหดรัดตัวของมดลูกและกลับสู่baseline หลังจากการหดรัดตัวของมดลูก
สาเหตุ: สาเหตุที่พบบ่อยที่สุด คือ การหดรัดตัวของมดลูกมากเกินไป (uterine hyper contractility)การลดลงของเลือดที่ไปเลี้ยงมดลูก
Variable deceleration
นิยาม: เป็นการลดลงของ FHR และ กลับเข้าสู่ baseline อย่างรวดเร็ว (abrupt onset) มีระยะเวลาตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนถึงจุดต่ำสุด มากกว่า 15 ครั้ง/นาที ซึ่งการลดลงของ FHR จะต้องมากกว่า 15 ครั้งต่อวินาทีนานอย่างน้อย 15 วินาที และ ไม่เกิน 2 นาทีนับตั้งแต่จุดเริ่มต้นจนกระทั่งกลับเข้าสู่ baseline