Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
6012510013 กัญญาพร (Unit 1 (4.องค์ประกอบของความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล, 5…
6012510013 กัญญาพร
Unit 1
ความมั่นคงของระบบสารสนเทศคือ
การทำให้รอดพ้นจากอันตราย หรืออยู่ในสถานะที่มีความปลอดภัย ไร้ความกังวลและความกลัวและได้รับการป้องกันจากอันตรายทั้งที่เกิดขึ้นโดยตั้งใจหรือโดยบังเอิญ
2.ประวัติของการรักษาความปลอดภัยของข้อมูล
ในอดีตข้อมูลที่สำคัญจะอยู่ในรูปแบบวัตถุ โดยจะถูก
บันทึกไว้บนแผ่นหิน แผ่นหนัง หรือกระดาษ แต่บุคคล
สำคัญส่วนใหญ่ไม่นิยมบันทึกข้อมูลที่สำคัญมากๆ ลงบน
สื่อถาวร และไม่สนทนาเกี่ยวกับข้อมูลกับคนที่ไม่ไว้ใจ
ถ้าต้องส่งข้อมูลไปที่อื่นต้องมีผู้คุ้มกันติดตามไปด้วย
เพราะภัยอันตรายจะอยู่ในรูปแบบทางกายภาพ เช่น การ
ขโมย
3.ความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
คือ การป้องกันข้อมูล สารสนเทศ รวมถึง
องค์ประกอบอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น ระบบและฮาร์ด
แวร์ที่ใช้ในการจัดเก็บและถ่ายโอนข้อมูล สารสนเทศ
นั้น ให้รอดพ้นจากอันตรายอยู่ในสถานะที่มีความ
ปลอดภัย ไร้ความกังวลและความกลัว
4.องค์ประกอบของความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล
ความลับ (Confidentiality)
ความสมบูรณ์ (Integrity)
ความพร้อมใช้ (Availability)
ความถูกต้องแม่นยำ (Accuracy)
เป็นของแท้ (Authenticity)
ความเป็นส่วนตัว (Privacy)
การระบุตัวตน (Identification)
การพิสูจน์ทราบตัวตน (Authentication)
การอนุญาติใช้งาน (Authorization)
การตรวจสอบได้ (Accountability)
5.อุปสรรคของความมั่นคงปลอดภัยของระบบสารสนเทศ
“ความมั่นคงปลอดภัย” คือ “ความไม่สะดวก”
มีความซับซ้อนบางอย่างในคอมพิวเตอร์ที่ผู้ใช้
ทั่วไปไม่ทราบ
ผู้ใช้คอมพิวเตอร์ไม่ระแวดระวัง
การพัฒนาซอฟต์แวร์โดยคำนึงถึงความมั่นคง
ปลอดภัยภายหลัง
ความมั่นคงปลอดภัยไม่ได้เกิดขึ้นที่ซอฟต์แวร์และ
ฮาร์ดแวร์เพียงอย่างเดียว
แนวโน้มเทคโนโลยีสารสนเทศคือการ “แบ่งปัน”
ไม่ใช่ “การป้องกัน”
มีการเข้าถึงข้อมูลได้จากทุกสถานที่
มิจฉาชีพมักมีความเชี่ยวชาญ
ฝ่ายบริหารมักไม่ให้ความสำคัญแก่ความมั่นคง
ปลอดภัย
6.บทบาทของบุคลากรสารสนเทศในด้านความมั่นคงปลอดภัย
4. ผู้ชำนาญการประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment Specialist)
ทำหน้าที่ในการประเมินความเสี่ยงทางด้านการเงินขององค์กร ต้องทราบถึงเทคนิคต่างๆ ที่ใช้ประเมินความเสี่ยงเป็นอย่างดี และสามารถเลือกเทคนิคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดได้
3. นักพัฒนานโยบายความมั่นคงปลอดภัย (Security Policy Developer)
เป็นผู้ที่มีความเข้าใจในวัฒนธรรมองค์กรเป็นอย่างดี นอกจากนี้ ยังเป็นผู้ที่ทราบถึงนโยบายขององค์กร เข้าใจความต้องการและการนำนโยบายไปใช้ให้ประสบผลสำเร็จด้วย
5. ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ (Security Professional)
เป็นผู้ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในด้านความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศเป็นอย่างดี
2. หัวหน้าทีม (Team Leader)
คือ ผู้บริหารโครงการ ทำหน้าที่คอยควบคุมการดำเนินทั้งด้านการเงินและการบริหารจัดการ
6. ผู้ดูแลระบบ (System Administrator)
ทำหน้าที่ดูแลระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์อื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง
1. ผู้สนับสนุน (Champion)
คือ ผู้บริหารระดับสูง ทำหน้าที่ริเริ่มโครงการและให้การสนับสนุนทั้งด้านการเงินและการบริหารจัดการ
Unit 3
นโยบายความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ
นโยบาย (Policy) คือ แผนงานหรือกลุ่มของข้อปฏิบัติที่องค์กรใช้เป็นตัวกลางในการถ่ายทอดคำสั่งจากผู้บริหารระดับสูงไปยังบุคลากรในระดับตัดสินใจ ระดับปฏิบัติการ และระดับอื่นๆ
นโยบายเป็นเสมือนกฎหมายที่บังคับใช้ในองค์กร เนื่องจากนโยบายได้ระบุข้อปฏิบัติที่ถูกและผิดไว้ภายใต้กรอบวัฒนธรรมขององค์กรนั้นๆ รวมทั้งยังได้มีการกำหนดบทลงโทษสำหรับผู้ที่มีความประพฤติขัดต่อนโยบายด้วย
๊Unit 2
ภัยคุกคาม
คือ วัตถุ สิ่งของ ตัวบุคคล หรือสิ่งอื่นใดที่เป็นตัวแทนของการกระทำอันตรายต่อทรัพย์สิน หรือ สิ่งที่อาจจะก่อให้เกิดความเสียหายต่อคุณสมบัติของข้อมูลด้านใดด้านหนึ่งหรือมากกว่าหนึ่งด้าน (ความลับ (Confidentiality), ความสมบูรณ์ (Integrity), ความพร้อมใช้ (Availability))
ความผิดพลาดที่เกิดจากบุคคล
อุบัติเหตุ ความเข้าใจผิดของพนักงาน
ภัยร้ายต่อทรัพย์สินทางปัญญา
การละเมิดลิขสิทธิ์
การกรรโชกสารสนเทศ
การ Blackmail การเผยแพร่สารสนเทศที่เป็นความลับ
การทำลายหรือทำให้เสียหาย
การทำลายระบบหรือสารสนเทศ
การจารกรรมหรือการรุกล้ำ
การเข้าถึงหรือการรวบรวมข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต
การลักขโมย
การลักขโมยหรือโจรกรรมอุปกรณ์คอมพิวเตอร์หรือสารสนเทศ
ซอฟต์แวร์โจมตี
ไวรัส, เวิร์ม, มาโคร, Dos
ภัยธรรมชาติ
น้ำท่วม ไฟไหม้ แผ่นดินไหว ไฟดับ
คุณภาพของบริการที่เบี่ยงเบนไป
ISP, WAN Service, Provider
ความผิดพลาดทางเทคนิคด้านฮาร์ดแวร์
อุปกรณ์ทำงานผิดพลาด
ความผิดพลาดทางเทคนิคด้านซอฟต์แวร์
Bugs, ปัญหาของโค้ด, ลูปไม่รู้จบ
ความล้าสมัยของเทคโนโลยี
เทคโนโลยีที่ใช้อยู่บางอย่างล้าสมัยไปแล้ว
ช่องโหว่
หมายถึง ความอ่อนแอของระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบเครือข่ายที่เปิดโอกาสให้สิ่งที่เป็นภัยคุกคามสามารถเข้าถึงสารสนเทศในระบบได้ ซึ่งนำไปสู่ความเสียหายแก่สารสนเทศหรือแม้แต่การทำงานของระบบ
การจัดการบัญชีรายชื่อผู้ใช้ไม่มีประสิทธิภาพ
การป้องกันสารสนเทศให้เกิดความมั่นคงปลอดภัยในเบื้องต้น คือ การจัดทำรายชื่อผู้ใช้ (User Account) เพื่อล็อกอินเข้าสู่ระบบ ชื่อผู้ใช้ทุกคนจะต้องมี User ID และ Password
Software Bugs
จัดเป็นช่องโหว่หลักที่ควรให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นช่องทางที่ผู้บุกรุกนิยมใช้เจาะระบบขององค์กร Software Bugs ส่วนใหญ่เกิดจากการทำงานบางหน้าที่ ไม่เหมาะสมนั่นคือ มีข้อบกพร่อง
ระบบปฏิบัติการไม่ได้รับการซ่อมเสริมอย่างสม่ำเสมอ
โดยทั่วไป ผู้พัฒนาแอปพลิเคชั่นและระบบปฏิบัติการจะพัฒนาโปรแกรมซ่อมเสริมระบบ ที่เรียกว่า “Patch” ซึ่งทำหน้าที่ในการซ่อมแซมระบบ แก้ไขข้อบกพร่อง และเพิ่มระบบรักษาความมั่นคงปลอดภัยให้กับระบบสม่ำเสมอ
ไม่มีการอัพเดตโปรแกรม Anti – virus อย่างสม่ำเสมอ
การอัพเดทโปรแกรม Anti – virus เป็นการเพิ่มข้อมูลรายละเอียดคุณลักษณะของไวรัสชนิดใหม่ๆ ในฐานข้อมูลโปรแกรม ซึ่งจะช่วยให้โปรแกรมสามารถตรวจจับไวรัสชนิดใหม่ได้
หากไม่มีการอัพเดต จะส่งผลให้โปรแกรมไม่รู้จักไวรัสชนิดใหม่ และไม่สามารถตรวจจับไวรัสชนิดใหม่ได้ ระบบจะเสี่ยงต่อการติดไวรัสมากขึ้น
การปรับแต่งค่าคุณสมบัติของระบบผิดพลาด
กรณีที่ผู้ดูแลระบบต้องปรับแต่งค่าคุณสมบัติต่างๆ ของระบบด้วยตนเอง จะเสี่ยง ต่อการกำหนดค่าผิดพลาดได้สูงกว่าการที่ระบบกำหนดให้เองอัตโนมัติ
การกำหนดค่าที่ผิดพลาดของผู้ดูแลระบบนั้นอาจเกิดขึ้นได้โดยไม่เจตนาหรือโดยบังเอิญ หรืออาจมีสาเหตุจากความไม่รู้ และไม่มีความชำนาญ จนอาจทำให้ระบบเกิดช่องโหว่ขึ้นได้
ยกตัวอย่างการปรับแต่งค่าแบบผิดพลาด เช่น กำหนดสิทธิ์ให้เข้าใช้โปรแกรม ไฟล์ หรือโฟลเดอร์ ผิดพลาด
การโจมตี
คือ การกระทำบางอย่างที่อาศัยความได้เปรียบจากช่องโหว่ของระบบ
:red_flag: เพื่อเข้าควบคุมการทำงานของระบบ
:red_flag: เพื่อทำให้ระบบเกิดความเสียหาย
:red_flag: เพื่อโจรกรรมสารสนเทศ
Malicious Code
Malicious Code หรือ Malware คือ โค้ดที่มุ่งร้ายหรือเป็นอันตราย (ซึ่ง ไวรัส เวิร์ม และม้าโทรจัน จัดเป็น Malicious Code ชนิดหนึ่ง) รวมถึง ภาษาสคริปต์บนเว็บ (Web Script) ที่มีวัตถุประสงค์มุ่งร้ายต่อผู้ใช้ด้วย
Hoaxes
Hoaxes คือ การปล่อยข่าวหลอกลวง เรื่องการแพร่ระบาดของไวรัสคอมพิวเตอร์ที่ไม่มีอยู่จริง และในอีเมล์ข่าวหลอกลวงยังได้แนบโปรแกรมไวรัสไปด้วย ทำให้ผู้รับเมล์ติดไวรัสคอมพิวเตอร์ทันทีที่เปิดอ่าน
Back Doors
หรือ Trap Door คือ เส้นทางลับที่จะช่วยให้ผู้โจมตีหรือผู้บุกรุกเข้าสู่ระบบได้โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของระบบ โดย ไวรัส เวิร์ม และโทรจันจะเปลี่ยนแปลงค่าบางอย่างให้เกิดช่องโหว่ในระบบ
การเจาะรหัสผ่าน (Password Cracking)
Password Cracking จะเป็นการบุกรุกโดยใช้วิธีเจาะรหัสผ่าน เริ่มจากคัดลอกไฟล์ SAM (Security Account Manager) ซึ่งเป็นไฟล์ที่ใช้เก็บรหัสผ่านของผู้ใช้ในรูปแบบที่ถูกเข้ารหัส (Encrypt) จากนั้นผู้บุกรุกจะทำการถอดรหัส (Decrypt) ด้วยอัลกอริธึมถอดรหัสชนิดต่างๆ จนกว่าจะได้รหัสผ่านที่ถูกต้อง เพื่อเข้าใช้ระบบ
Cracking คือ การบุกรุกเข้าไปในระบบคอมพิวเตอร์ของผู้ใช้
Brute Force Attack
เป็นการพยายามคาดเดารหัสผ่าน โดยนำคีย์ที่เป็นไปได้มาจัดหมู่ (Combination) โดยการคำนวณซ้ำหลายๆ รอบ เพื่อให้ได้กลุ่มรหัสผ่านที่ถูกต้อง จึงต้องพัฒนาโปรแกรม Brute Force มาช่วยในการคำนวณให้ทำได้เร็วขึ้น การป้องกันการโจมตีด้วยวิธีนี้ คือ การเปลี่ยนรหัสผ่านเป็นระยะ เช่น ทุกเดือน ทุกสัปดาห์ เป็นต้น
Dictionary Attack
เป็นการพยายามคาดเดารหัสผ่านจากขอบเขตที่แคบลง โดยคาดเดาจากคำในพจนานุกรม เนื่องจากผู้ใช้งานบางส่วนมักกำหนดรหัสผ่านจากคำง่ายๆ ที่มีไม่กี่พยางค์เหมือนคำในพจนานุกรม ทำให้วิธีนี้สามารถเจาะรหัสผ่านได้เร็วขึ้น การป้องกันทำได้โดยการเพิ่มความยาวของรหัสผ่าน และเพิ่มอักขระพิเศษให้มากขึ้น
Denaial-of-Service (DoS)
คือ การปฏิเสธการให้บริการของระบบ เป็นการโจมตีโดยใช้วิธีส่งข้อมูลจำนวนมากไปยังเป้าหมาย ทำให้แบนวิดธ์เต็มจนไม่สามารถให้บริการต่อไปได้ จุดประสงค์หลัก คือ การพยายามทำให้เป้าหมาย
Spoofing
คือ เทคนิคที่ทำให้เข้าถึงระบบเป้าหมายที่ไม่ได้รับอนุญาตได้โดยใช้ IP Address ของ Server/Host ที่เชื่อถือได้เป็นตัวหลอกล่อ
TCP Hijacking Attack
หรือ Man-in-the-Middle เป็นการโจมตีที่ผู้โจมตีจะใช้วิธีคอยติดตาม Packet จากเครือข่าย และดักจับ Packet นั้นมาดัดแปลงเป็นของตนเอง แล้วส่งกลับไปยังเครือข่าย เมื่อฝั่งรับได้รับ Packet แล้วตอบกลับโดยส่งข้อมูลกลับไป จะทำให้ผู้โจมตีได้รับข้อมูลนั้นด้วย
Spam
เป็นการใช้อีเมล์เพื่อการโฆษณาหรือประชาสัมพันธ์สินค้าและบริการต่างๆ จัดเป็นการกระทำที่สร้างความรำคาญมากกว่าการสร้างความเสียหายหรือโจมตีเพื่อหวังผลทำลาย
Mail Bombing
เป็นการโจมตีทางอีเมล์ มีลักษณะการทำลายแบบ DoS คือการโจมตีจะส่งอีเมล์จำนวนมหาศาลไปยังระบบเป้าหมาย เพื่อให้ระบบไม่สามารถให้บริการคำร้องขอรายอื่นได้
มัลแวร์
คือ ซอฟต์แวร์หรือโปรแกรมที่มุ่งร้ายต่อเป้าหมาย ถูกออกแบบมาให้ทำหน้าที่สร้างความเสียหายทำลาย หรือระงับการให้บริการของระบบเป้าหมาย มัลแวร์ เรียกได้อีกอย่างหนึ่งว่า “Malicious Software” หรือ “Malicious Code”
ประตูลับ (Back Door)
หรือ Trap Door คือ เส้นทางลับที่จะช่วยให้ผู้โจมตีหรือผู้บุกรุกเข้าสู่ระบบได้โดยไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของระบบ โดย ไวรัส เวิร์ม และโทรจันจะเปลี่ยนแปลงค่าบางอย่างให้เกิดช่องโหว่ในระบบ ก็คือการสร้าง Back Door ไว้ให้ผู้โจมตีเข้ามาควบคุมระบบได้นั้นเอง
ระเบิดเวลา (Logic Bomb)
เป็นโค้ดโปรแกรมที่ถูกฝังอยู่ในโปรแกรมอื่น รอเวลาจนกว่าจะเกิดเหตุการณ์ใดๆ ที่ถูกกำหนดไว้ จึงจะทำการแทรกตัวเองไปกับแอปพลิเคชันหรือระบบปฏิบัติการ อาจไม่ทำลายระบบโดยตรง แต่จะใช้วิธีแจ้งข้อความไปยังผู้โจมตีแทน เพื่อให้ส่งโค้ดโจมตีมาสร้างความเสียหานแก่เป้าหมายในทันทีที่เป้าหมายเชื่อมต่อเข้ากับอินเทอร์เน็ต
ม้าโทรจัน (Trojan Horse
คือโปรแกรมที่ไม่สามารถแพร่กระจายตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้ แต่จะใช้วิธีแฝงตัวอยู่ในลักษณะของไฟล์หรือโปรแกรม เพื่อหลอกให้ผู้ใช้เปิดไฟล์หรือดาวน์โหลดมาใช้ จากนั้นก็จะทำงานที่เป็นอันตรายต่อเครื่องคอมพิวเตอร์
ไวรัส (Virus)
หรือ ไวรัสคอมพิวเตอร์ (Computer Virus) คือโค้ดหรือโปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่มุ่งร้ายต่อโปรแกรมหรือไฟล์อื่น โดยจะฝังหรือสำเนาตัวเองไปกับโปรแกรมหรือไฟล์ข้อมูลที่เป็นเป้าหมาย เมื่อโปรแกรมหรือไฟล์ข้อมูลนั้นถูกรัน ไวรัสก็จะเริ่มทำงาน ตามคำสั่งที่บรรจุอยู่ในโค้ด เช่น ลบไฟล์หรือแก้ไขค่าของไฟล์
เวิร์ม (Worm)
คือ โปรแกรมที่มุ่งร้ายที่สามารถสำเนาหรือทำซ้ำตัวเองไปยังคอมพิวเตอร์เครื่องอื่นได้โดยไม่ต้องอาศัยพาหะ แต่อาศัยการเดินทางผ่านเครือข่าย เข้ามาตามช่องโหว่ของระบบปฏิบัติการ ไฟล์ข้อมูล อีเมล์ต่างๆ เน้นการโจมตีเครือข่ายมากกว่าสร้างความเสียหายให้กับไฟล์
ซอมบี้ (Zombie)
คือ เป็นโปรแกรมที่เข้าควบคุมการทำงานของคอมพิวเตอร์ที่ตนเองฝังตัวอยู่ จากนั้นจึงใช้คอมพิวเตอร์ที่ดังกล่าวเป็นเครื่องมือ ในการโจมตีเป้าหมายเพื่อกระทำการใดๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้สั่งโจมตี (Attacker) ซึ่งขัดต่อกฎหมายและจริยธรรม
ข่าวไวรัสหลอกลวง (Virus and Worm Hoaxes)
คือ วิธีการสร้างความสับสนให้กับผู้ใช้ด้วยข่าวไวรัสหลอกลวง ที่ส่งต่อกันมาในรูปแบบอีเมล์ ทำให้องค์กรต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายไปกับการค้นหาวิธีกำจัดไวรัสที่ไม่มีอยู่จริง
เครื่องมือสำหรับการรักษาความปลอดภัย
Software
ได้แก่ Firewall, IDS, Data Encryption, Anti Virus Software
Hardware
ได้แก่ Smart Card, Retina Scanner, Finger Print
การบริหารความเสี่ยง (Risk Management)
ความเสี่ยง (Risk) เป็นพื้นฐานที่ทำให้ต้องมีการรักษาความปลอดภัย (Security) ความเสี่ยงคือ ความเป็นไปได้ที่อาจก่อให้เกิดผลเสียหายต่อข้อมูลสำคัญและระบบ รวมถึงอุปกรณ์ที่สนับสนุนการทำงานให้กับข้อมูลสำคัญนั้น
กระบวนการในการบริหารจัดการความเสี่ยงตามมาตรฐาน ISO/IEC 27001 ประกอบด้วย 2 ส่วนหลักๆ คือ
การประเมินความเสี่ยง (Risk Assessment)
การรักษาความเสี่ยง (Risk Treatment)
อาชญากรรมทางคอมพิวเตอร์
การโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
การใช้คอมพิวเตอร์เพื่อการก่ออาชญากรรม
จริยธรรมกับความมั่นคงปลอดภัยของสารสนเทศ
“กฏหมาย” ถูกกำหนดขึ้นจากจารีตประเพณีและจริยธรรมอันดีงามที่บุคคล พึงปฏิบัติเมื่ออยู่ในสังคม
“จริยธรรม” คือ หลักของความถูกต้องและไม่ถูกต้อง ซึ่งถูกใช้เป็นตัวแทนทางศีลธรรมในการปฏิบัติตนของบุคคลใดๆ
“บทบัญญัติ 10 ประการในการใช้คอมพิวเตอร์” ที่กำหนดขึ้นโดย
“Computer Ethics Institute” มีดังนี้
1. ท่านต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ทำอันตรายต่อผู้อื่น
ท่านต้องไม่แทรกแซงหรือรบกวนงานคอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
ท่านต้องไม่สอดแนมไฟล์คอมพิวเตอร์ของบุคคลอื่น
ท่านต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์ในการลักขโมย
ท่านต้องไม่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นพยานเท็จ
ท่านต้องไม่คัดลอกหรือใช้ซอฟต์แวร์ที่มีลิขสิทธิ์โดยไม่จ่ายค่าลิขสิทธิ์
ท่านต้องไม่ใช้ทรัพยากรคอมพิวเตอร์ของคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาตหรือไม่ได้จ่ายค่าตอบแทนอย่างเหมาะสม
ท่านต้องไม่ละเมิลสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาของผู้อื่น
ท่านต้องตระหนักถึงผลที่ตามมาต่อสังคมที่เกิดจากโปรแกรมที่ท่านกำลังเขียนหรือออกแบบอยู่เสมอ
ท่านต้องใช้คอมพิวเตอร์ในทางที่พิจารณาดีแล้วว่าเหมาะสมและเคารพต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกันเสมอ