Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
บทที่ 10 การวางแผนการตรวจสอบภายใน (3.ประโยชน์ของการวางแผนการตรวจสอบตามความ…
บทที่ 10 การวางแผนการตรวจสอบภายใน
1.มาตรฐาน รหัส 2200 การวางแผนภารกิจตรวจสอบ
รหัส 2230
การจัดสรรทรัพยากรการตรวจ
รหัส 2220
การกำหนดขอบเขตภารกิจ
รหัส 2210
การกำหนดวัตถุประสงค์ภารกิจ
รหัส 2240
การจัดทำโปรแกรมงานตรวจสอบ
รหัส 2201
การพิจารณาการวางแผนภารกิจและการสำรวจข้อมูล
2. ประเภท
2.1 การวางแผนการตรจสอบเชิงกลยุทธ์ระยะยาว
ตามวัฏจัตรการตรวจและการวางแผนการตรวจสอบประจำปี (รหัส 2010)
2.2 การวางแผนการตรวจสอบภารกิจงานตรวจสอบ
ในระับกิจกรรมตรวจสอบ (รหัส 2200) เช่น การวางแผนการตรวจสอบการจัดซื้อ เป็นต้น
3.ประโยชน์ของการวางแผนการตรวจสอบตามความเสี่ยง
เป็นการตรวจสอบระดับองค์การ วิธีบนลงล่าง ทำให้เป็นช่องทางในการสื่อสารและขอความเห้นจากผ่ายบริหารและคณะกรรมการการตรวจสอบ
เป็นการตรวจสอบเชิงรุก การตรวจสอบมีความชัดเจน สามารถหาวิธีแก้ไขหรือป้องกันได้อย่างทันกาล
เป็นเครื่องมือควบคุมการปฏิบัติงานในการประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
การสร้างความมั่นใจว่าทุกกิจกรรมสำคัญของหน่วยงานได้รับการตรวจสอบอย่าครบถ้วน
การวางแผนการใช้ทรัพยากรและอัตรากำลังอย่างมีหลักการ และมีเหตุผล อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงสุด
การสร้างความเข้าใจในการประสานงานในการจะเข้าตรวจหรือการยุติการตรวจ
4.ขั้นตอนการวางแผน
4.2 การประเมินความเสี่ยงเพื่อการตรวจสอบ ด้วยวิธีปัจจับความเสี่ยง (Risk Factor approach)
ปัจจัยที่นิยมใช้ เช่น สารสำคัญ สภาาพคล่อง ความสามารถของผู้บริหาร คุณภาพการควบคุมภายใน ระยะเวลาและระดับการเปลี่ยนแปลง ระยะเวลาการตรวจสอบล่าสุด ความซับซ้อนของกิจกรรม ความสัมพันธ์กับพนักงานและความเกี่ยวข้องกับส่วนราชการ เป็นต้น
จำนวนปัจจัยเสี่ยงที่พอเหมาะ คือ 5 บวกลบ 7 ปัจจัย แต่ไม่ควรเกิน 10 ปัจจัย
กำหนดระดับความเสี่ยงให้ใช้ระดับ 1-5 เสมอในการคำนวนเสมอ
ค่าถ่วงน้ำหนักรวม = 100 % เสมอ และคะแนนถ่วนน้ำหนักรวมสูงสุด ขึ้นอยู่กับระดับความเสี่ยงที่ใช้ ( ระดับ 1-5 = 500และ ระดับ 1-3 = 300)
จำนวนคน-วัน คำนวนจาก 1 คน =
20 คนวัน/เดือน
(หลังหักวันหยุดเสาร์-องทิตย์)
15 คนวัน/เดือน
(หลักหักวันในการฝึกอบรมและเวลาที่ใช้ในกิจกกรรมการบริหารอื่นที่ไม่ใช้กิจกรรมตรวจสอบโดยตรง
การหาจำนวนคนที่ใช้ในการตรวจสอบ คือ
จำนวนคน-วันที่ต้องการ/จำนวนคนวันต่อคนที่เลือกใช้
4.3 การกำหนดแผนการตรวจอบตามผลการประเมินความเสี่ยง
ระยะเวลา ขอบเขต วิธีการตรวจสอบ งานที่มีรดับความเสี่ยงสูงควรจัดลำดับความถี่และทรัพยากรการตรวจมาก
4.1 การกำหนดประชากรการตรวจสอบ
อาจแบ่งตามกระวบการธุรกิจหลัก สถานที่ตั้ง โครงสร้าง ระบบงาน ระดับแผนงานหรืองานปกติหรืองานพิเศษ
1.2การกำหนดวัตถุประสงค์ภารกิจงานตรวจสอบ
คำที่นิยมใช้ในการระบุวัตถุประสงค์ เช่น
เพื่อประเมินประสิทธิผลในการปฏิบัติงานด้าน..........
เพื่อประเมินประสิทธิภาพและประสิทธิผลของ.......
เพื่อประเมินความเพียงพอของ............
เพื่อประเมินความถูกต้องของ.........
กำหนดเป็นวัตถุประสงค์หลักและวัตถุประสงค์ย่อย
วัตถุประสงค์และเกณฑ์การประเมิน
1.4 การจัดสรรทรัพยากรตรวจสอบ
ในกิจการขนาดใหญที่ใช้กำลังคนมากควรแบ่งการวางแผน การรวบรวมหลักฐานและการรายงานผล เป็น 3 ระยะ
(2.) ประเมินการบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน
(3.) แผนการตรวจสอบในรายละเอียด
(1.) แผนสำรวจข้อมูล
1.5 การจัดโปรแกรมงานตรวจสอบ
วัตถุประสงค์หลัก 3ประการ คือ
1.) ช่วยในการวางแผนและกำหนดลำดับวิธีการตรวจสอบ ตามเวลาที่กำหนดและมีประสิทธิภาพ 2.) ช่วยในการควบคุมและติดตามความคืบหน้า 3.)สามารถใช้อ้างอิงในอนาคต
ตัวอย่างแบบฟอร์มโปรแกรมงานตรวจสอบ
2.) แผนสำรวจข้อมูล 3 ระยะ
3.) แบบฟอร์มแผนการปฏิบัติงาน/โปรแกรมงานตรวจสอบในรายละเอียด
1.) แผนตารางการทดสอบความเสี่ยงและการควบคุม
รูปแบบและเนื้อหา
ส่วนกลาง
ระบุเนื้อหา เช่น วัตุประสงค์ วิธีการตรวจสอบ ผู้ตรวจสอบและวันที่ตรวจ ผลการทดสอบ รหัสอ้างอิง
ส่วนท้าย
เช่น ข้อสังเกต แหล่งข้อมูลอื่น ผู้จัดทำ ผู้สอบทาน
ส่วนบน
ระบบข้อมูลที่ใช้อ้างอิง เช่น ชื่อหน่วยรับตรวจ กิจกรรมตรวจสอบ รหัสโครงการ ประเภทการตรวจสอบ วันที่ จำนวนคน-วัน หัวหน้าคณะผู้ครวจ ผู้อนุมัติ เป็นต้น
1.3 การกำหนดขอบเขตงานตรวจสอบ
พิจารณาจากการแสดงข้อมูลในงบการเงินที่ขัดต่อข้อเท็จจริง จุดอ่อนในการควบคุม ข้อบกพร่องในการปฏิบัติงาน การขาดประสิทธิภาพการใช้ทรัพยากร การละเมิดกฎหมาย สัญญา กฏระเบียบสำคัญ เป็นต้น
1.1การพิจารณาการวางแผนภารกิจและการสำรวจข้อมูล
2.การประชุมเปิดงานตรวจ
ควรมีการนัดหมายล่วงหน้า และแจ้งให้ทราบถึง วัตถุประสงค์และขอบเขตขั้นต้น คณะผู้ตรวจสอบและบุคคลที่เกี่ยวข้อง กำหนดคนวัน ตารางเวลาการตรวจสอบหรือเวลานัดสัมภาษณ์ การขอการอำนวนความสะดวก และเอกสารหรือหลักฐานที่ต้องการ
1.การสำรวจข้อมูล
โดยใช้เทคนิค เช่น การประชุมปรึกษากับผู้บริหาร การสอบทาน การวิเคราะห์การสัมภาษณ์ผู้ที่เกี่ยวข้อง การสังเกตการณ์ การประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น เป็นต้น
3.การปฏิบัติตามแผนการสำรวจข้อมูล
4.รายงานสรุปผลการสำรวจข้อมูล
5.ข้อพิจารณาอื่น
มีการปรับปรุง
หากพบว่ากิจการไม่มีการควบคุมให้ทำการตรวจสอบเนื้อหาสาระ
หากพบความเสี่ยงที่มีผลเสียหายเกิดขึ้นจริงควรเสนอผู้บริหารรับผิดชอบเพื่อแก้ไขและลดผลกระทบความเสียหาย
หลีกเลี่ยงคำที่มีความหมายกว้าง