Please enable JavaScript.
Coggle requires JavaScript to display documents.
RD due to thick Meconium - Coggle Diagram
RD due to thick Meconium
MAS (Meconium Aspiration Syndrome)
สาเหตุ
ในภาวะปกติกล้ามเนื้อหูรูดทวารหนักและการเคลื่อนไหวของลำไส้ที่น้อยกว่าปกติรวมถึงขี้เทาที่อยู่ใกล้ทวารหนักจะช่วยป้องกันไม่ให้ทารกถ่ายขี้เทาขณะอยู่ในครรภ์มารดา เมื่ออายุครรภ์มากขึ้นทารกปกติบางรายอาจถ่ายขี้เทาขณะอยู่ในครรภ์ได้และพบว่าการถ่ายขี้เทาจะพบบ่อยในทารกที่มีระดับออกซิเจนในเส้นเลือดดำในสายสะดือต่ำกว่าปกติปัจจุบันกลไกที่กระตุ้นให้ทารกในครรภ์ถ่ายขี้เทามีดังนี้
การขาดออกซิเจน จะทำให้หลอดเลือดในลำไส้หดตัว และกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวมากกว่าปกติพร้อมทั้งกระตุ้นการคลายตัวของกล้ามเนื้อหูรูดของทวารหนัก
การกดสายสะดือหรือศีรษะของทารก จะทำให้เกิดการ
กระตุ้นระบบประสาทเวกัส ที่มีหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนไหวของลำไส้ขณะอยู่ในครรภ์ทารกจะหายใจตื้นๆ ทำให้น้ำในปอดไหลออกสู่โพรงมดลูก เมื่อขาดออกซิเจน ทารกจะหายใจแรงขึ้นและอาจหยุดหายใจ ถ้ายังไม่ได้รับการแก้ไข ทารกจะเริ่มหายใจแบบเฮือกทำให้สำลักน้ำคร่ำซึ่งอาจขี้เทาเข้าไปในปอด
อาการและอาการแสดง
หลังคลอดมีขี้เทาติดตามตัวออกมา
หายใจเร็วมากกว่า 60 ครั้ง/นาที
หายใจมี Retraction
ความหมาย
ทารกที่อยู่ในครรภ์มารดาเมื่อมีภาวะ
ขาดออกซิเจน ร่างกายของทารกจะมี่การปรับตัวเพื่อหาแหล่งของออกซิเจนมาใช้่เมื่อรับออกซิเจนจากสายสะดือไม่ได้ทารกจะมีภาวะเครียด เป็นผลทำให้มีการคลายตัวของหูรูดลำไส้ของทารก ส่งผลให้ทารกมีการถ่ายขี้เทาปนในน้ำคร่ำมารดา เมื่อทารกคลอดและมีการสูดสำลักขี้เทาส่งผลให้ทางเดินหายใจของทารกเกิดการอุดตันเนื่องจากขี้เทามีลักษณะเหนียวจึงอาจอุดตันทางเดินหายใจหรือถุงลมปอด การอุดตันดังกล่าวส่งผลให้อากาศไม่สามารถผ่านเข้าสู่ถุงลมปอดหรือระบายออกไม่ได้เกิดอันตรายรุนแรงคือ ภาวะถุงลมปอดแฟบหรือถุงลมโป่งพองบางส่วน ภาวะลมรั่วในช่องเยื่อหุ้มปอดการอักเสบของเนื้อเยื่อปอดและเนื้อเยื่อโดยรอบ ทารกจึงมีอาการหายใจหอยเหนื่อยหลังคลอด หากมีการอุดตันทางเดินหายใจมากส่งผลให้ทารกเกิดภาวะขาดออกซิเจน ภาวะคาร์บอนไดออกไซด์คั่ง ร่างกายเกิดภาวะกรดจากการหายใจ เกิดภาวะหายใจล้มเหลว นอกจากนี้อาจเกิดภาวะหลอดเลือดในปอดหดตัวจนส่งผลความดันในปอดสูง ระบบการไหลเวียนโลหิตล้มเหลวได้
การรักษา
Suction
ให้ Oxygen
ให้สารน้ำทางหลอดเลือดดำ
RD (Respiratory Distress)
สาเหตุ
เกิดจากกลไกการคลอดที่ผิดพลาดทำให้ทารกขณะคลอดไม่มีการบีบที่มีประสิทภาพของช่องคลอดทำให้ปอดของทารกยังมีน้ำในปอดเหลืออยู่ทำให้เวลาคลอดออกมาทารกต้องหายใจด้วยตนเองและมีอาการหายใจลำบาก
อาการและอาการแสดง
ทารกจะหายใจเร็ว (tachypnea) มีอัตราการหายใจมากกว่า 60 ครั้ง/นาที
หายใจออกเสียงดัง (expiratory grunting) ปีกจมูกบาน
(nasal flaring) และอกบุ๋ม (retraction) ภาพเอกซ์เรยปอดจะพบว่ามีนํ้าในปอดและเยื่อหุ้มปอด
ความหมาย
ภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิด มีสาเหตุจากการที่
ทารกไม่สามารถขับน้ำภายในปอดออกมาได้หมดทำให้การหายใจในระยะแรกเกิดไม่มีประสิทธิภาพ เนื่องจาก
ขณะอยูในครรภ์มารดา ปอดของทารกเต็มไปด้วยนํ้าและไม่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซที่ปอด แต่เมื่อเข้าสูระยะคลอด
ทารกจะเตรียมการหายใจครั้งแรกผ่านกระบวนการดูดซึมน้ำในปอด กลับเข้าสู่ระบบน้ำเหลืองและระบบไหลเวียนเลือด โดยในระยะ 2-3 สัปดาห์ก่อนถึงกำหนดคลอดจะมีการหลั่งสาร catecholamines เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะ epinephrine และ isoproterenol สารเหล่านี้จะกระตุ้นให้เกิดการดูดกลับนํ้าในปอดผ่านทางเยื่อบุผิวทางเดินหายใจ
ปอดของทารกจึงจะมีพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนกาซและพร้อมสำหรับการหายใจเมื่อแรกคลอด
เมื่อเข้าสูระยะคลอด ทารกเคลื่อนเข้าสู่ช่องทางคลอดของมารดา ทรวงอกของทารกจะถูกบีบ (vaginal squeeze)ทำใหมีการคายนํ้าออกจากปอด เตรียมพร้อมสำหรับการหายใจครั้งแรกเมื่อแรกคลอด ทารกจะมีภาวะออกซิเจนในเลือดลดลง ทำให้เลือดมีสภาพเปนกรดเล็กนอย ซึ่งจะกระตุ้นให้ทารกหายใจครั้งแรก แต่หากกระบวนการขจัด
นํ้าออกจากปอดของทารกถูกรบกวน เช่น การคลอดก่อนกำหนด หรือเกิดการคลอดโดยที่ยังไมมีกระบวนการคลอดเกิดขึ้นทำให้นํ้าคงเหลืออยูในปอดทารก ส่งผลใหทารกหายใจอยางไม่มีประสิทธิภาพ เกิดภาวะหายใจเร็วชั่วคราวในทารกแรกเกิดได้
การรักษา
ใส่ท่อช่วยหายใจ
ใช้เครื่องช่วยหายใจ
ให้ออกซิเจน